สวัสดีค่ะ
วันนี้ เป็นวันดีมาอัพเดทค่ะ หลังจากที่คุณหมอให้คุณพ่อกลับบ้านได้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อ่านกระทู้เดิมได้ตามลิ้งค์ค่ะ
วิธีรับมือเมื่อคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง
พวกเราก็ใจตุ้มๆ ต๋อมๆ ว่า การมาอยู่ที่บ้านจะทำให้คุณพ่อติดเชื้อไหม คุณแม่จะดูแลไหวหรือเปล่า แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขอแบ่งปันประสบการณ์การย้ายคนป่วยกลับบ้านและการดูแลค่ะ เผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ
1. กลับอย่างไร - ตอนนั้น คุณพ่อเรายังเดินไม่ได้ติดเตียงอยู่ เราเลยจ้างรถพยาบาลเอกชนมาส่งค่ะ (รพ. ไม่รับบริการนะคะ) ต่างจังหวัด เขาคิดค่าบริการประมาณ 7,000-8,000 บาท
2. อุปกรณ์เสริม - คุณพ่อเราใช้รถเข็น (น้องชายเราซื้อแบบพับได้) และอุปกรณ์หัดเดิน walker (เอาแบบไม่มีล้อนะคะ จะได้มั่นคง) อุปกรณ์การให้อาหาร พ่อเราไม่ได้ใช้ออกซิเจน หรือเครื่องให้อาหาร แต่มีหลายบริษัทที่ให้เช่าอุปกรณ์เหล่านี้ค่ะ เช่น เตียงหลากหลายชนิด ถังออกซิเจน ฯลฯ
3. เตรียมบ้าน ด้วยพ่อเราเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หมอแนะนำให้เราซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบมีกรองชนิด HEPA เราซื้อของฟิลิปส์มาค่ะ ใช้ดี เราเองก็ใช้อยู่ (อย่าลืมดูรุ่นให้เข้ากับขนาดห้องนะคะ) และเราซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาช่วยแม่เราทำความสะอาดบ้าน ยี่ห้อ MISTER ROBOT หุ่นยนต์ดูดฝุ่น รุ่น HYBRID WIFI แม่เราบอกว่าใช้ดีมาก ฝุ่นละเอียดแทบไม่มีเลย แถมถูพื้นเองได้ด้วย แต่แม่เราใช้ดูดฝุ่นอย่างเดียว
4. คนดูแล - ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด คนดูแลหายากมาก หากใช้บริษัททเราเคยถามมา ราคาประมาณเดือนละ 28,000 บาท ซึ่งแม่เราเห็นว่าอยากลองดูแลเองก่อน
5. อาหารหลัก- คุณหมอโภชนาการ (ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่นี้) ได้ให้อาหารสำหรับให้ทางท่อมาทานเองที่บ้าน โดยทาน 4 มื้อต่อวันค่ะ โดยคุณแม่เรียนรู้ที่จะปั่นอาหารและการให้อาหารทางสายยางจากทางโรงพยาบาล ตอนแรกตั้งใจจะซื้อเครื่องให้อาหาร แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่จำเป็นเลย เขาสอนวิธีให้ และฝึกทำตั้งแต่คุณพ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล จนเราคล่องพอสมควร แต่แน่นอน พอสายหลุดเราก็เชิญพยาบาลที่ใกล้บ้านมาใส่สายกลับไปให้ เพราะกลัวไม่กล้าทำกันเอง
6. อาหารเสริม - เน้นย้ำมากค่ะ ว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาทานได้ ให้ทานอาหารที่เขาชอบ ทานไปเลย ตราบใดที่หมอไม่ห้าม กรณีของพ่อเรา คุณหมอห้ามผักสดและผลไม้อย่างเดียว ดังนั้น ในความคิดของเรา ณ ตอนนี้ ไม่ต้องสนใจมากมายเรื่องเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก หากทานได้ให้ทานไปก่อนนะคะ กรณีพ่อเรา ความอยากอาหารคืนกลับมาเพราะแกงส้มของแม่ และผัดเผ็ดปลาค่ะ คือเขาชอบอาหารมีรสชาด ดังนั้น อาหารสุขภาพก็จะไปคล้ายๆ อาหารโรงพยาบาลและจืดๆ พอความอยากอาหารกลับมาเท่านั้นล่ะค่ะ ทานได้ทุกอย่างเลยตอนนี้ หากตอนแรกทานเองไม่ได้ ก็ให้อาหารทางสายยางไปเลยเหมือนพ่อเรา ทำให้กำลังคืนมาเร็วมาก เราซื้อผงไข่ขาวยี่ห้อ hemomin มาให้แม่ผสมกับอาหารของหมอให้ทางสายยาง (แต่ถ้าทานเองได้ รสช็อกโกแลตอร่อยค่ะ) สำหรับอาหารหมอคือ นมเจ็นดีเอ็ม Gen DM โดยการทานกี่มื้อและปริมาณการชงให้ทานตามหมอโภชนาการแนะนำอย่างเคร่งครัด จะฟื้นเร็วค่ะ
7. อื่นๆ - หากเพื่อนๆ อยู่ห่างไกลพ่อแม่เหมือนบ้านเรา (อยู่คนละประเทศหรือคนละจังหวัด) แอปออนไลน์ช่วยท่านได้ เช่น แอปซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ไปส่งของใช้ที่จำเป็นที่บ้าน ไลน์แมนไว้สั่งอาหารมาส่งให้ แอป 7-11 ไว้ส่งน้ำดื่ม (ง่ายและเร็ว) shoppee Lazada ไว้สั่งของใช้ในบ้านให้ไปส่งถึงที่ บ้านเขาไม่จำเป็นต้องออกไปไหน (เสี่ยงโควิดด้วยค่ะ)
สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เขียนมาข้างบน เป็นกำลังใจให้เรามากมาย ตอนนี้ พ่อเราเดินได้แล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาขับรถ 350 กม. มาหาหมอที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพเอง และเช้าวันนี้ เขาได้ไปที่โบสถ์ ขึ้นเวทีเป็นพยานที่พระเจ้ารักษาเขาจากมะเร็ง ได้ไปยืนบนเวทีได้อีกครั้งตามที่พ่อเราได้ขอพระเจ้าไว้ ขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เราอัพโหลดวิดีโอพ่อเราบนเวที เพื่อเป็นกำลังใจกับคนที่ป่วยและคนดูแลว่า มะเร็งฟื้นได้ค่ะ หายได้ค่ะ (พันทิปกำหนดให้ใส่วิดีโอมาเป็นยูทูป เราก็เลยเอาไปลงในยูทูปนะคะ) และเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีคนใกล้ชิดป่วยหนักอยู่ ชีวิตอยู่ได้ด้วย
วิธีรับมือเมื่อคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง (ภาค 2)
วันนี้ เป็นวันดีมาอัพเดทค่ะ หลังจากที่คุณหมอให้คุณพ่อกลับบ้านได้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อ่านกระทู้เดิมได้ตามลิ้งค์ค่ะ
วิธีรับมือเมื่อคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง
พวกเราก็ใจตุ้มๆ ต๋อมๆ ว่า การมาอยู่ที่บ้านจะทำให้คุณพ่อติดเชื้อไหม คุณแม่จะดูแลไหวหรือเปล่า แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขอแบ่งปันประสบการณ์การย้ายคนป่วยกลับบ้านและการดูแลค่ะ เผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ
1. กลับอย่างไร - ตอนนั้น คุณพ่อเรายังเดินไม่ได้ติดเตียงอยู่ เราเลยจ้างรถพยาบาลเอกชนมาส่งค่ะ (รพ. ไม่รับบริการนะคะ) ต่างจังหวัด เขาคิดค่าบริการประมาณ 7,000-8,000 บาท
2. อุปกรณ์เสริม - คุณพ่อเราใช้รถเข็น (น้องชายเราซื้อแบบพับได้) และอุปกรณ์หัดเดิน walker (เอาแบบไม่มีล้อนะคะ จะได้มั่นคง) อุปกรณ์การให้อาหาร พ่อเราไม่ได้ใช้ออกซิเจน หรือเครื่องให้อาหาร แต่มีหลายบริษัทที่ให้เช่าอุปกรณ์เหล่านี้ค่ะ เช่น เตียงหลากหลายชนิด ถังออกซิเจน ฯลฯ
3. เตรียมบ้าน ด้วยพ่อเราเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หมอแนะนำให้เราซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบมีกรองชนิด HEPA เราซื้อของฟิลิปส์มาค่ะ ใช้ดี เราเองก็ใช้อยู่ (อย่าลืมดูรุ่นให้เข้ากับขนาดห้องนะคะ) และเราซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาช่วยแม่เราทำความสะอาดบ้าน ยี่ห้อ MISTER ROBOT หุ่นยนต์ดูดฝุ่น รุ่น HYBRID WIFI แม่เราบอกว่าใช้ดีมาก ฝุ่นละเอียดแทบไม่มีเลย แถมถูพื้นเองได้ด้วย แต่แม่เราใช้ดูดฝุ่นอย่างเดียว
4. คนดูแล - ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัด คนดูแลหายากมาก หากใช้บริษัททเราเคยถามมา ราคาประมาณเดือนละ 28,000 บาท ซึ่งแม่เราเห็นว่าอยากลองดูแลเองก่อน
5. อาหารหลัก- คุณหมอโภชนาการ (ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่นี้) ได้ให้อาหารสำหรับให้ทางท่อมาทานเองที่บ้าน โดยทาน 4 มื้อต่อวันค่ะ โดยคุณแม่เรียนรู้ที่จะปั่นอาหารและการให้อาหารทางสายยางจากทางโรงพยาบาล ตอนแรกตั้งใจจะซื้อเครื่องให้อาหาร แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่จำเป็นเลย เขาสอนวิธีให้ และฝึกทำตั้งแต่คุณพ่อยังไม่ออกจากโรงพยาบาล จนเราคล่องพอสมควร แต่แน่นอน พอสายหลุดเราก็เชิญพยาบาลที่ใกล้บ้านมาใส่สายกลับไปให้ เพราะกลัวไม่กล้าทำกันเอง
6. อาหารเสริม - เน้นย้ำมากค่ะ ว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาทานได้ ให้ทานอาหารที่เขาชอบ ทานไปเลย ตราบใดที่หมอไม่ห้าม กรณีของพ่อเรา คุณหมอห้ามผักสดและผลไม้อย่างเดียว ดังนั้น ในความคิดของเรา ณ ตอนนี้ ไม่ต้องสนใจมากมายเรื่องเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก หากทานได้ให้ทานไปก่อนนะคะ กรณีพ่อเรา ความอยากอาหารคืนกลับมาเพราะแกงส้มของแม่ และผัดเผ็ดปลาค่ะ คือเขาชอบอาหารมีรสชาด ดังนั้น อาหารสุขภาพก็จะไปคล้ายๆ อาหารโรงพยาบาลและจืดๆ พอความอยากอาหารกลับมาเท่านั้นล่ะค่ะ ทานได้ทุกอย่างเลยตอนนี้ หากตอนแรกทานเองไม่ได้ ก็ให้อาหารทางสายยางไปเลยเหมือนพ่อเรา ทำให้กำลังคืนมาเร็วมาก เราซื้อผงไข่ขาวยี่ห้อ hemomin มาให้แม่ผสมกับอาหารของหมอให้ทางสายยาง (แต่ถ้าทานเองได้ รสช็อกโกแลตอร่อยค่ะ) สำหรับอาหารหมอคือ นมเจ็นดีเอ็ม Gen DM โดยการทานกี่มื้อและปริมาณการชงให้ทานตามหมอโภชนาการแนะนำอย่างเคร่งครัด จะฟื้นเร็วค่ะ
7. อื่นๆ - หากเพื่อนๆ อยู่ห่างไกลพ่อแม่เหมือนบ้านเรา (อยู่คนละประเทศหรือคนละจังหวัด) แอปออนไลน์ช่วยท่านได้ เช่น แอปซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ไปส่งของใช้ที่จำเป็นที่บ้าน ไลน์แมนไว้สั่งอาหารมาส่งให้ แอป 7-11 ไว้ส่งน้ำดื่ม (ง่ายและเร็ว) shoppee Lazada ไว้สั่งของใช้ในบ้านให้ไปส่งถึงที่ บ้านเขาไม่จำเป็นต้องออกไปไหน (เสี่ยงโควิดด้วยค่ะ)
สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เขียนมาข้างบน เป็นกำลังใจให้เรามากมาย ตอนนี้ พ่อเราเดินได้แล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาขับรถ 350 กม. มาหาหมอที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพเอง และเช้าวันนี้ เขาได้ไปที่โบสถ์ ขึ้นเวทีเป็นพยานที่พระเจ้ารักษาเขาจากมะเร็ง ได้ไปยืนบนเวทีได้อีกครั้งตามที่พ่อเราได้ขอพระเจ้าไว้ ขอบพระคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เราอัพโหลดวิดีโอพ่อเราบนเวที เพื่อเป็นกำลังใจกับคนที่ป่วยและคนดูแลว่า มะเร็งฟื้นได้ค่ะ หายได้ค่ะ (พันทิปกำหนดให้ใส่วิดีโอมาเป็นยูทูป เราก็เลยเอาไปลงในยูทูปนะคะ) และเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีคนใกล้ชิดป่วยหนักอยู่ ชีวิตอยู่ได้ด้วย