คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
คือสมัยก่อนมีราชวงศ์ต่างๆ ที่ปกครองในพื้นที่เเตกต่างกันไปส่วนใหญ่ต้องการเเต่งระหว่างเชื้อพระวงศ์ด้วยกันเพื่อรักษาเลือดบริสุทธิ์ ซึ่งทางเราเรียกเชื้อพระวงศ์ที่บริสุทธิ์ไม่มีเลือดสามัญชนปนเลยว่า "อุภโตสุชาติ" คือทางยุโรปก็คงต้องการมีเลือดบริสุทธิ์เหมือนกันเลยเเต่งงานกันไปมา มีสำนวนภาษาละตินกล่าวว่า"ขอให้คนอื่นทำสงคราม - โอ้ออสเตรียที่มีความสุข จะแต่งงานกัน" ซึ่งเอาจริงๆ ก็ไม่ใช่หรอกนะครับโดยเฉพาะฝรั่งเศสที่เป็นตัวปัญหาของออสเตรียเลยทีเดียว ออสเตรียทะเลาะกับหลายๆ ประเทศเเต่ออสเตรียก็มักจะสร้างความสัมพันธ์กับรัฐนั้นด้วย เช่น ฝรั่งเศสในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ซึ่งถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ยุโรปจะทราบว่าฝรั่งเศสกับราชวงศ์ฮับส์บวร์กออสเตรียไม่ถูกกับฝรั่งเศสเท่าไหร่เเละทะเลาะกันมานานมาก แต่สุดท้ายออสเตรียก็ส่งเจ้าหญิงมาเรียอันโทเนีย(ซึ่งใช้ชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า "มารีอ็องตัวเน็ต")ไปผูกสัมพันธ์กับฝรั่งเศสเเละเป็นพันธมิตรกันในสงคราม 7 ปีกับทั้งยังคอยช่วยเหลือราชวงศ์บูร์บง(ซึ่งมีเชื้อมาจากราชวงศ์กาเปเตียง)ในสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสอีก
เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์นี้พระเจ้าเฟอร์ดินานด์เเห่งราชวงศ์ตรัสทามาราพระโอรสของกษัตริย์เเห่งอารากอน(ซึ่งดินเเดนเหล่านี้ต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของสเปนในยุคปัจจุบัน)อภิเษกกับพระญาติของพระองค์อิสเบลเเห่งกัสตียา

ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งสองอาณาจักรจะมีประมุขร่วมกันเเล้วเเต่ยังใช้รัฐบาลเเละกฎหมายเเยกกันนอกจากนี้ยังไม่มีใครเรียกว่า "สเปน" ในฐานะอาณาจักรเเต่ในเวลานั้นคำว่า "สเปน(ฮิสปาเนีย)" นี้ใช้อย่างหลวม ๆ เพื่ออ้างถึงดินแดนต่าง ๆ ที่ปกครองโดยเฟอร์ดินานด์และอิซเบล
ในปี 1496 กษัตริย์เเห่งสเปนทั้งสองตกลงกับจักรพรรดิเเม็กซิมิเลียนที่ 1 เเห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถึงเรืองการเเต่งงานซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจ้าชายฆวนซึ่งเป็นพระโอรสของกษัตริย์สเปนทั้งสอง เจ้าชายฆวนทายาทของเฟอร์ดินานด์และอิซาเบลลาทรงอภิเษกกับเจ้าหญิงราชวงศ์ฮัพส์บวร์ค(ซึ่งเป็นราชวงศ์ของออสเตรีย)ซึ่งเรื่องก็ดำเนินไปนะครับไม่อยากเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มากเพราะเดี๋ยวจะไม่อยากอ่านกัน เรื่องก็ดำเนินผ่านมาเรื่อยๆ จนกระทั่งการ์ลอสที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์ทรงเป็นทั้งกษัตริย์สเปนเเละเป็นประมุขเเห่งกลุ่มประเทศต่ำ(คือเบลเยียมกับดัตช์ตามที่จขกท.กำลังถาม)รวมทั้งดินเเดนราชอาณาจักรในอิตาลีเเละดัชชีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมบัติของจักรพรรดิเเม็กซิมีเลียนเเห่งจักรวรรดโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ปู่ของพระองค์ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 1519 กับเชื้อสายทางฝั่งสเปนอีก อีกอย่างหนึ่งคือคาร์ลอสก็ยังได้รับเลือกตั้งเป็นจักรพรรดิเเห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ปกครองดินแดนเยอรมันทั้งหมด ซึ่งพระองค์ทรงปกครองในนามว่าคาร์ลที่ 5 (ซึ่งก็คือคาร์ลอสที่ 1 เเห่งสเปนเพียงเเต่เป็นประมุขคนละอาณาจักร ลำดับเลยต่างกัน)


ด้วยความที่พระองค์ทรงปกครองหลายร้อยรัฐซึ่งการที่ทรงปกครองหลายรัฐทำให้คาร์ลทรงมีอำนาจมากนับตั้งเเต่พระเจ้าชาร์เลอมาญเเห่งจักรวรรดิเเฟรงก์สวรรคต เเต่การที่พระองค์ต้องปกครองท่ามกลางดินแดนฝรั่งเศสซึ่งไม่ถูกกับราชวงศ์ฮัพ์บวร์คของคาร์ลอย่างหนัก ประกอบกับการที่ทางทิศตะวันออกของดินแดนของคาร์ลเองติดกับจักรวรรดิออตโตมันซึ่งเป็นอิสลามอีก(อิสลามกับคริสต์ในยุคนั้นไม่ถูกกันอยู่เเล้ว โดยเฉพาะราชวงศ์ฮัพส์บวร์คโดนออตโตมันบุกหนักมาก)ทำให้คาร์ลเบื่อหน่ายในราชสมบัติ พระองค์เลยเเบ่งราชสมบัติออกเป็น 2 ส่วน พระองค์ทรงกล่าวได้ใจความคร่าวๆ ว่า
"เมื่อเราอายุสิบเก้าปี จักรพรรดิ(เเม็กซิมีเลียน)สิ้นพระชนม์เรารับหน้าที่เป็นผู้สมัครชิงมงกุฎจักรพรรดิ ทั้งนี้มิใช่เพื่อเพิ่มทรัพย์สินของเรา แต่เราจะมีส่วนร่วมกับตัวเองอย่างเข้มแข็งมากขึ้นในการทำงานเพื่อรักษาสันติเเละความสุขของเยอรมันและอาณาจักรอื่น ๆ ของเราและด้วยความหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เรานำความสงบสุขในหมู่ชาวคริสเตียนและรวมพลังต่อสู้เพื่อปกป้องชาวคาทอลิกต่อออตโตมาน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องเดินทางอย่างยากลำบากเเละต้องทำสงครามที่ยากลำบากมากมาย แต่เราไม่เคยตั้งใจและต่อต้านความตั้งใจของเราในฐานะผู้ถูกโจมตีเสมอ เรามีความหวังดี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับการเติมเต็ม และมีเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่สำหรับเราอีกทั้งด้วยความพยายามเพียงใด! ท้ายที่สุดมันทำให้เราเหนื่อยและป่วย อย่าคิดว่าเราต้องการหนีปัญหาและอันตรายใด ๆ เเต่ความแข็งแกร่งของเรานั้นมันไม่เพียงพอ สำหรับเรา เรารู้ดีว่าเราทำผิดหลายครั้ง ประกอบกับผิดพลาดครั้งใหญ่ครั้งแรกด้วยเพราะยังเด็กซึ่งเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ อีกประการคือความเพราะความหลงใหลของเรา เเละสุดท้ายก็เพราะความเหนื่อยล้า แต่เราจงใจไม่ทำผิดกับใครไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากความอยุติธรรมเกิดขึ้นมันอาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว
เรารู้สึกเสียใจต่อสาธารณชนและขออโหสิกรรมต่อทุกคนที่เราเคยทำให้ขุ่นเคือง"
พระองค์ทรงเป็นโรคเกาต์(ซึ่งไม่ทราบว่าคำราชาศัพท์เรียกโรคนี้ว่าอย่างไร)พระองค์จึงสละราชสมบัติทั้งหมดออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนเเรกทรงยกให้เฟอร์ดินานด์น้องชายของพระองค์ให้ปกครองดินแดนมงกุฎของออสเตรีย เเละให้รัฐทางอิตาลีเช่น เนเปิลส์,ซิซิลี ฯลฯ กับรัฐทางกลุ่มประเทศต่ำให้ตกไปเป็นของสายสเปนให้ตกเป็นของพระโอรสของพระองค์คือฟิลิปที่ 2 เเห่งสเปน ทำให้ราชวงศ์ฮัพส์บวร์คเเตกเป็น 2 ฝ่ายคือฮัพส์บวร์คสายสเปนกับฮัพส์บวร์คออสเตรีย(ซึ่งมันจะมีอีกสายหนึ่งซึ่งเกิดทีหลังคือราชวงศ์ฮัพส์บวร์คลอร์เรนซึ่งเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้)

อันนี้คือยศของฟิลิปที่ 2
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ซึ่งทำให้ราชวงศ์เเบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือฝั่งสเปนเเละออสเตรียตามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าเเล้ว ซึ่งถึงเเม้จะเเตกออกเป็น 2 ฝั่งเเต่ก็ยังช่วยเหลือกันดีจนกระทั่งสเปนหมดสายเเละเเทนที่ด้วยราชวงศ์บูร์บงของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สุริยกษัตริย์เเห่งฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นการตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ในยุโรปหลังจากสงคราม 9 ปีเเละสงครามสืบราขสมบัติสเปน
เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์นี้พระเจ้าเฟอร์ดินานด์เเห่งราชวงศ์ตรัสทามาราพระโอรสของกษัตริย์เเห่งอารากอน(ซึ่งดินเเดนเหล่านี้ต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของสเปนในยุคปัจจุบัน)อภิเษกกับพระญาติของพระองค์อิสเบลเเห่งกัสตียา

กัสตียาคือสีเหลืองส่วนอารากอนเเละรัฐร่วมประมุขคือสีเเดง
ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งสองอาณาจักรจะมีประมุขร่วมกันเเล้วเเต่ยังใช้รัฐบาลเเละกฎหมายเเยกกันนอกจากนี้ยังไม่มีใครเรียกว่า "สเปน" ในฐานะอาณาจักรเเต่ในเวลานั้นคำว่า "สเปน(ฮิสปาเนีย)" นี้ใช้อย่างหลวม ๆ เพื่ออ้างถึงดินแดนต่าง ๆ ที่ปกครองโดยเฟอร์ดินานด์และอิซเบล
ในปี 1496 กษัตริย์เเห่งสเปนทั้งสองตกลงกับจักรพรรดิเเม็กซิมิเลียนที่ 1 เเห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถึงเรืองการเเต่งงานซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจ้าชายฆวนซึ่งเป็นพระโอรสของกษัตริย์สเปนทั้งสอง เจ้าชายฆวนทายาทของเฟอร์ดินานด์และอิซาเบลลาทรงอภิเษกกับเจ้าหญิงราชวงศ์ฮัพส์บวร์ค(ซึ่งเป็นราชวงศ์ของออสเตรีย)ซึ่งเรื่องก็ดำเนินไปนะครับไม่อยากเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มากเพราะเดี๋ยวจะไม่อยากอ่านกัน เรื่องก็ดำเนินผ่านมาเรื่อยๆ จนกระทั่งการ์ลอสที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์ทรงเป็นทั้งกษัตริย์สเปนเเละเป็นประมุขเเห่งกลุ่มประเทศต่ำ(คือเบลเยียมกับดัตช์ตามที่จขกท.กำลังถาม)รวมทั้งดินเเดนราชอาณาจักรในอิตาลีเเละดัชชีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมบัติของจักรพรรดิเเม็กซิมีเลียนเเห่งจักรวรรดโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ปู่ของพระองค์ซึ่งสิ้นพระชนม์ในปี 1519 กับเชื้อสายทางฝั่งสเปนอีก อีกอย่างหนึ่งคือคาร์ลอสก็ยังได้รับเลือกตั้งเป็นจักรพรรดิเเห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ปกครองดินแดนเยอรมันทั้งหมด ซึ่งพระองค์ทรงปกครองในนามว่าคาร์ลที่ 5 (ซึ่งก็คือคาร์ลอสที่ 1 เเห่งสเปนเพียงเเต่เป็นประมุขคนละอาณาจักร ลำดับเลยต่างกัน)

คาร์ลอสที่ 1 เเห่งสเปนหรือคาร์ลที่ 5 เเห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ดินเเดนของคาร์ลอสหรือคาร์ลที่ 5 ซึ่งใน อนาคตสีเหลืองจะเป็นของออสเตรียกับสีเเดงจะเป็นของสเปน
ด้วยความที่พระองค์ทรงปกครองหลายร้อยรัฐซึ่งการที่ทรงปกครองหลายรัฐทำให้คาร์ลทรงมีอำนาจมากนับตั้งเเต่พระเจ้าชาร์เลอมาญเเห่งจักรวรรดิเเฟรงก์สวรรคต เเต่การที่พระองค์ต้องปกครองท่ามกลางดินแดนฝรั่งเศสซึ่งไม่ถูกกับราชวงศ์ฮัพ์บวร์คของคาร์ลอย่างหนัก ประกอบกับการที่ทางทิศตะวันออกของดินแดนของคาร์ลเองติดกับจักรวรรดิออตโตมันซึ่งเป็นอิสลามอีก(อิสลามกับคริสต์ในยุคนั้นไม่ถูกกันอยู่เเล้ว โดยเฉพาะราชวงศ์ฮัพส์บวร์คโดนออตโตมันบุกหนักมาก)ทำให้คาร์ลเบื่อหน่ายในราชสมบัติ พระองค์เลยเเบ่งราชสมบัติออกเป็น 2 ส่วน พระองค์ทรงกล่าวได้ใจความคร่าวๆ ว่า
"เมื่อเราอายุสิบเก้าปี จักรพรรดิ(เเม็กซิมีเลียน)สิ้นพระชนม์เรารับหน้าที่เป็นผู้สมัครชิงมงกุฎจักรพรรดิ ทั้งนี้มิใช่เพื่อเพิ่มทรัพย์สินของเรา แต่เราจะมีส่วนร่วมกับตัวเองอย่างเข้มแข็งมากขึ้นในการทำงานเพื่อรักษาสันติเเละความสุขของเยอรมันและอาณาจักรอื่น ๆ ของเราและด้วยความหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เรานำความสงบสุขในหมู่ชาวคริสเตียนและรวมพลังต่อสู้เพื่อปกป้องชาวคาทอลิกต่อออตโตมาน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องเดินทางอย่างยากลำบากเเละต้องทำสงครามที่ยากลำบากมากมาย แต่เราไม่เคยตั้งใจและต่อต้านความตั้งใจของเราในฐานะผู้ถูกโจมตีเสมอ เรามีความหวังดี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับการเติมเต็ม และมีเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่สำหรับเราอีกทั้งด้วยความพยายามเพียงใด! ท้ายที่สุดมันทำให้เราเหนื่อยและป่วย อย่าคิดว่าเราต้องการหนีปัญหาและอันตรายใด ๆ เเต่ความแข็งแกร่งของเรานั้นมันไม่เพียงพอ สำหรับเรา เรารู้ดีว่าเราทำผิดหลายครั้ง ประกอบกับผิดพลาดครั้งใหญ่ครั้งแรกด้วยเพราะยังเด็กซึ่งเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ อีกประการคือความเพราะความหลงใหลของเรา เเละสุดท้ายก็เพราะความเหนื่อยล้า แต่เราจงใจไม่ทำผิดกับใครไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากความอยุติธรรมเกิดขึ้นมันอาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว
เรารู้สึกเสียใจต่อสาธารณชนและขออโหสิกรรมต่อทุกคนที่เราเคยทำให้ขุ่นเคือง"
พระองค์ทรงเป็นโรคเกาต์(ซึ่งไม่ทราบว่าคำราชาศัพท์เรียกโรคนี้ว่าอย่างไร)พระองค์จึงสละราชสมบัติทั้งหมดออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนเเรกทรงยกให้เฟอร์ดินานด์น้องชายของพระองค์ให้ปกครองดินแดนมงกุฎของออสเตรีย เเละให้รัฐทางอิตาลีเช่น เนเปิลส์,ซิซิลี ฯลฯ กับรัฐทางกลุ่มประเทศต่ำให้ตกไปเป็นของสายสเปนให้ตกเป็นของพระโอรสของพระองค์คือฟิลิปที่ 2 เเห่งสเปน ทำให้ราชวงศ์ฮัพส์บวร์คเเตกเป็น 2 ฝ่ายคือฮัพส์บวร์คสายสเปนกับฮัพส์บวร์คออสเตรีย(ซึ่งมันจะมีอีกสายหนึ่งซึ่งเกิดทีหลังคือราชวงศ์ฮัพส์บวร์คลอร์เรนซึ่งเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้)

พระเจ้าฟิลิปที่ 2 เเห่งสเปน
อันนี้คือยศของฟิลิปที่ 2
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

คาร์ลที่ 5 ทรงสละราชสมบัติทั้งหมดในกรุงบรัสเซลส์ซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่งของฮัพส์บวร์ค โดยทรงยกออสเตรียเเละคราวน์เเลนด์ของออสเตรียให้เฟอร์ดินานด์พระอนุชากับทรงยกจักรวรรดิสเปนเเละคราวน์เเลนด์ของสเปนให้กับฟิลิปพระโอรส
ซึ่งทำให้ราชวงศ์เเบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือฝั่งสเปนเเละออสเตรียตามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าเเล้ว ซึ่งถึงเเม้จะเเตกออกเป็น 2 ฝั่งเเต่ก็ยังช่วยเหลือกันดีจนกระทั่งสเปนหมดสายเเละเเทนที่ด้วยราชวงศ์บูร์บงของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สุริยกษัตริย์เเห่งฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นการตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ในยุโรปหลังจากสงคราม 9 ปีเเละสงครามสืบราขสมบัติสเปน
แสดงความคิดเห็น
สเปน ไปสร้างอิทธิพล เหนือชาวดัตซ์ตอนไหน
แต่หากสเปนไปมีอิทธิพล ที่อื่นที่ไม่ใช่ยุโรป เนื่องมาจากการออกล่าอาณานิคม แบบนี้เข้าใจได้