เราเป็นครูในโรงเรียนเอกชนสองภาษาชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษ เข้ามาทำงานที่นี่แล้วประมาณ ๗-๘ เดือน ในช่วงแรกของการสอนทุกอย่างเป็นไปได้ค่อนข้างดี เพราะเคยเป็นครูโรงเรียนอื่นมาก่อน พอทำงานไปได้สสักพัก มีเพื่อนครูที่สนิทกันเริ่มเล่าให้ฟังถึงความเค็มของ ผอ. โรงเรียน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนด้วยให้ฟัง แต่ผมก็มองโลกในแง่ดีมาตลอด คิดว่าเขางกเพราะทำเพื่อความอยู่รอดของโรงเรียนเอกชนค่าเทอมราคาแพง จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก เงินเดือนของผม 12,000 เข้างาน ๗โมงเช้า เลิกงาน ๕ โมงครึ่ง พอทำงานมาสักพัก เริ่มรู้สึกแปลกๆ โดยระหว่างงานจะโดนยึดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดไม่ให้ติดต่อกับใคร เราก็คิดในใจว่า ถ้าทางการมีอะไรด่วนจะติดต่อเราจะทำยังไงกัน แต่ก็ได้เก็บไว้คนเดียว เวลาผ่ามาอีกสัก ผอ ให้ลบแอฟไลน์ในคอมทิ้งอีก และห้ามเข้าเฟสบุคเด็ดขาด เป็นการปิดตายการติดต่อกับทางบ้านโดยสิ้นเชิง (แม่เราแก่แล้วอยู่ตัวคนเดียว) เราเริ่มรู้สึกอึดอัดมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เวลาที่เราพัก เขาก็มาว่า ว่านั่งทำไม ให้ไปทำนุ้นนี้ ไม่ต้องพักเหนื่อยกันเลย จนเริ่มมาถึงจุดที่ทนไม่ได้คือ ให้ย้ายโต๊ะของเรามานั่งหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนรับแดดเต็มๆทั้งวันโดยไม่ให้ใช้พัดลมของโรงเรียน โดยให้เหตุผลว่า ให้มานั่งเฝ้าประตูทำหน้าที่แทนยาม (โรงเรียนนี้ไม่ยอมจ้างยาม) ซึ้งพูดอีกด้วยว่าไม่ร้อนหรอก ทนๆไปหน่อย คนที่พุดนั่งอยู่ในห้องแอร์ปิดม่าน ตอนนี้นั่งทำงานไปจะเป็นลมแดดไป เพื่อนๆคิดว่าถ้าเราจะลาออกเพราะเหตุผลนี้มันดูงี่เง่าไปไหม เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอะไร ที่มาสอนเพราะรักเด็ก อยากอยู่กับเด็ก แต่ตอนนี้บอกเลย จะร้องไห้ คอมเม้นกันหน่อยนะ
ขอบคุณคนที่อ่านมาจนจบนะ
ขอคำแนะนำเรื่องการลาออกกันหน่อย :)
ขอบคุณคนที่อ่านมาจนจบนะ