ด้วยความที่อยากดูหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ได้ข่าวว่าจะเข้าฉาย จองตั๋วไว้ล่วงหน้าตั้งหนึ่งอาทิตย์ แต่พอมาถึงโรงหนัง พนักงานก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไร กว่าจะเปิดสายคล้องทางกั้น ก็ผ่านเวลาฉายไปแล้ว 5 นาที พอตรวจตั๋วหนังให้เสร็จแล้วก็ต้องไปรอหน้าทางเข้าโรงหนังอีกประมาณ 10นาที (จนดูท่าทางถ้าไม่บอกคงไม่ได้ดูหนังแน่ๆ) เลยตะโกนถามว่า "ขออนุญาตเข้าห้องน้ำก่อนเข้าโรงหนังได้ไหม"
พนักงานตรวจตั๋วหนังก็ละสายตาจากโทรศัพท์ แล้ววิ่งขึ้นมาเปิดสายคล้องทางเข้าให้ แล้วบอกว่าเข้าไปได้เลย
พอเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็เดินไปที่โรงหนังที่ฉายหนังที่เราตั้งใจมาดู แต่.....เงียบเป็นเป่าสากเลย มีแต่ภาพไม่มีเสียง... ทั้งๆที่มันเลยเวลาฉายไปแล้วประมาณ 20นาที เราค้นหาเบอร์โทรของโรงหนัง เพื่อจะโทรไปแจ้งปัญหาแต่ไม่รับสาย โทรไป 2 รอบก็ไม่รับสาย....
เลยตัดสินใจเดินออกมาหน้าเค้าเตอร์เพื่อสอบถามว่า ทำไมไม่เปิดเสียงในโรงหนัง โทรมาแจ้งก็ไม่รับสาย คืออะไร???
พนักงานคนที่ตรวจตั๋วหนัง วิ่งจ้า... วิ่งอีกแล้ว
มีพนักงานอีกคนมารับเรื่อง บอกว่าเดี๋ยวจะให้พนักงานตรวจสอบให้
เราถามว่าแล้วหนังฉายไปแล้วจะให้ทำไง คือตอบว่าจะให้พนักงานฉายเริ่มเรื่องให้ใหม่
พอเราเดินกลับมาที่โรงฉาย ยังเงียบเหมือนเดิม หนังฉายไปเรื่อยๆ จนเริ่มรำคาญแล้ว สักพักมีเสียงหนังก็มาแล้ว พนักงานคนที่ตรวจบัตร ก็วิ่งอีกแล้วจ้า... วิ่งเข้ามาในโรงแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ คนดูต้องนั่งดูกันแบบงงๆ ว่ามันจะเริ่มฉายใหม่ไหม??
แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะทำอะไร เราดูจนจบเรื่อง พอออกมาจากโรงหนัง ไม่เห็นพนักงานแม้แต่คนเดียวเลย ทั้งหน้าเค้าเตอร์ ทางเดิน จุดตรวจตั๋วหนัง
อยากฝากให้คิดหน่อยว่า ในช่วงเวลาวิกฤติทางเศรษฐกิจแบบนี้ การบริการมันคือสิ่งสำคัญมาก ถ้าคิดว่ามันแค่หน้าที่ก็ไม่ว่า แต่คนที่เค้าเสียเงิน เสียเวลามาใช้บริการของคุณนั้น เค้าไม่ได้ต้องการ การบริการที่เริดหรูอะไรมากมาย แค่ได้รับบริการที่สะดวกแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว แต่นี่มันแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ มันส่งผลต่อมุมมองขององค์กรนั้นว่ามีการจัดที่เป็นยังไง น่าเสียดาย ถ้าพนักงานใส่ใจการทำงานทุกอย่างมากกว่านี้ มันจะไม่มีกระทู้นี้เกิดขึ้นเลย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการพัฒนาเรื่องนี้ให้ดีขึ้น
ไปดูหนังที่ EGV Lamphun มา
พนักงานตรวจตั๋วหนังก็ละสายตาจากโทรศัพท์ แล้ววิ่งขึ้นมาเปิดสายคล้องทางเข้าให้ แล้วบอกว่าเข้าไปได้เลย
พอเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็เดินไปที่โรงหนังที่ฉายหนังที่เราตั้งใจมาดู แต่.....เงียบเป็นเป่าสากเลย มีแต่ภาพไม่มีเสียง... ทั้งๆที่มันเลยเวลาฉายไปแล้วประมาณ 20นาที เราค้นหาเบอร์โทรของโรงหนัง เพื่อจะโทรไปแจ้งปัญหาแต่ไม่รับสาย โทรไป 2 รอบก็ไม่รับสาย....
เลยตัดสินใจเดินออกมาหน้าเค้าเตอร์เพื่อสอบถามว่า ทำไมไม่เปิดเสียงในโรงหนัง โทรมาแจ้งก็ไม่รับสาย คืออะไร???
พนักงานคนที่ตรวจตั๋วหนัง วิ่งจ้า... วิ่งอีกแล้ว
มีพนักงานอีกคนมารับเรื่อง บอกว่าเดี๋ยวจะให้พนักงานตรวจสอบให้
เราถามว่าแล้วหนังฉายไปแล้วจะให้ทำไง คือตอบว่าจะให้พนักงานฉายเริ่มเรื่องให้ใหม่
พอเราเดินกลับมาที่โรงฉาย ยังเงียบเหมือนเดิม หนังฉายไปเรื่อยๆ จนเริ่มรำคาญแล้ว สักพักมีเสียงหนังก็มาแล้ว พนักงานคนที่ตรวจบัตร ก็วิ่งอีกแล้วจ้า... วิ่งเข้ามาในโรงแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ คนดูต้องนั่งดูกันแบบงงๆ ว่ามันจะเริ่มฉายใหม่ไหม??
แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะทำอะไร เราดูจนจบเรื่อง พอออกมาจากโรงหนัง ไม่เห็นพนักงานแม้แต่คนเดียวเลย ทั้งหน้าเค้าเตอร์ ทางเดิน จุดตรวจตั๋วหนัง
อยากฝากให้คิดหน่อยว่า ในช่วงเวลาวิกฤติทางเศรษฐกิจแบบนี้ การบริการมันคือสิ่งสำคัญมาก ถ้าคิดว่ามันแค่หน้าที่ก็ไม่ว่า แต่คนที่เค้าเสียเงิน เสียเวลามาใช้บริการของคุณนั้น เค้าไม่ได้ต้องการ การบริการที่เริดหรูอะไรมากมาย แค่ได้รับบริการที่สะดวกแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว แต่นี่มันแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ มันส่งผลต่อมุมมองขององค์กรนั้นว่ามีการจัดที่เป็นยังไง น่าเสียดาย ถ้าพนักงานใส่ใจการทำงานทุกอย่างมากกว่านี้ มันจะไม่มีกระทู้นี้เกิดขึ้นเลย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการพัฒนาเรื่องนี้ให้ดีขึ้น