ทริปตามหาลมหนาว 7 อุทยานแห่งชาติจังหวัดน่าน ฉลอง 10 ขวบน้ององุ่น (หนีคนเจอคน วันที่ 10)

เพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหล
ฮาโลลลลล เราเดินทางมาถึงวันที่สิบแล้วนะ ไปต่อกันเถอะ
เพี้ยนลาเวนเดอร์เพี้ยนลาเวนเดอร์เพี้ยนลาเวนเดอร์เพี้ยนลาเวนเดอร์
                เช้าวันที่ 6 ธันวาคม เหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมาผมลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แต่จริงๆ วันนี้ไม่ใช่การตื่นครั้งแรก เพราะรู้สึกตัวตื่นตอนดึกๆ เป็นช่วงๆ ตามที่บอกผมมานอนที่นี่วันที่เขามีงานวิ่งเทรล มันมีการปล่อยตัวตอนกลางดึกเป็นช่วงๆ ตามกำหนดการปล่อยตัวนักวิ่งตามระยะทางที่กำหนดในการแข่งขัน ผมเลยตื่นมากลางดึกเป็นช่วงๆ เพราะเสียงนักวิ่งจากเต็นท์ใกล้ๆบ้าง เพราะเสียงจากเครื่องเสียงที่จุดปล่อยตัวบ้าง ถึงได้ยินแว่วๆ แต่ด้วยความเงียบของกลางคืน มันเลยได้ยินค่อนข้างชัดอยู่ แต่ก็ไม่ได้ออกมาข้างนอกเต็นท์เพราะอากาศเย็น ยอมใจนักวิ่งเทรลเลย ไหนจะวิ่งในสภาพภูมิประเทศที่ไม่ปกติ ไหนจะสภาพอากาศ ผมขอตัวก่อน ตอนนี้สู้ไม่ไหว ฟ้ายังไม่สางแต่คนก็มีพอสมควร ทั้งนักวิ่ง นักท่องเที่ยว จนท.และอื่นๆ หลังผมเข้าห้องน้ำเสร็จผมเลยกลับมาที่เต็นท์
              เพื่อเตรียมพิธีบูชายัญแสงแรกของผม ซึ้งวันนี้หลังจากออกจากที่นี้ไปอช.ศรีน่านหรือที่ดอยเสมอดาว บรรยากาศก็คงไม่ต่างกัน เพราะได้ยินหลายกลุ่มที่นี่ ว่าเสร็จงานวิ่งทีนี่จะข้ามดอยไปนอนที่เสมอดาวกันต่อ ผมเลยนั่งดื่มด่ำบรรากาศของผมแบบเงียบๆคนเดียวหน้าเต็นท์และทำใจไปเจอสภาพคนเยอะๆที่เสมอดาวอีกหนึ่งคืนก่อนกลับจากน่านลงไปบางกอก แต่ผมกะไว้หลังออกจากน่านคงแวะที่ พิษนุโลกอีกหนึ่งคืนเป็นคืนสุดท้ายก่อบกลับกรุงเทพฯ
 
            หลังจากดื่มกาแฟเสร็จผมก็จัดการเก็บของเท่าที่เก็บได้ก่อนเพราะเต็นท์ยังเปียกน้ำค้างอยู่ต้องรออีกสักพัก จากนั้นเลยเอาของที่ใช้ทำพิธีไปล้าง แล้วเอาของไปเก็บที่รถก่อนบางส่วน ก็พอดีเจอพี่ๆสามคนที่ขี่มอเตอร์ไซมาเจอกันที่นี่เมื่อวาน ก็เลยได้พูดคุยกันจนได้ทราบว่า พี่โด้กับพี่จิว ขี่มันกันอสงคนจากสระบุรีก่อนมาเจอพี่เปี๊ยกที่บินเดียวมาจากเชียงใหม่ มาเจอพี่เขาสองคนก่อนมาบนดอยมาเจอผมที่นี่ จากนั้นเราก็ถ่ายรูปพูดคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนแยกย้ายกัน ผมก็กลับมาเก็บเต็นท์และอุปกรณ์ที่เหลือ แล้วขนเอามาไว้ที่รถก่อนจะเข้าห้องน้ำทำกิจส่วนตัวประจำวันของผม พอดีครอบครัวนักวิ่งที่ผมพูดคุยด้วยเมื่อวานก็กำลังออกเดินทางกันพอดีกับจังหวะที่ผมกำลังเก็บของที่รถพอดี ก็เลยได้โอกาสล่ำลากัน จากนั้นก็ล่ำลาพวกพี่ๆทั้งสามคนและผมก็เก็บของจนเรียบร้อยถึงออกเดินทางต่อ
  
          พอออกจากบริเวณกางเต็นท์ มาถึงหน้าอุทยานฯผมก็แวะป้อมยามทางเข้าเพื่อชำระค่าธรรมเนียมที่เมื่อวานไม่ได้ชำระ จนท.ที่ป้อมยังแซวว่าถ้าขี่ผ่านออกไปเลยก็ไม่รู้แล้ว ผมก็ยิ้มเฉยๆแล้วชำระค่าธรรมเนียม 80 บาท จากนั้นก็มุ่งหน้าลงมาตามทางเรื่อยๆ ชมวิวถ่ายรูปมาเรื่อยๆ จนถึงสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำน้ำแหง ก่อนลงไปปากทางเข้าอำเภอนาน้อย แล้วก็เดินทางต่อเห็นป้ายตัวหนังสือตัวใหญ่ๆ เลยเลี้ยวแวะไปดูก็เจอสวนสาธารณะหรือสวนเฉริมพระเกียรติ ก็เลยแวะนั่งเล่นอีกพัก ก่อนขี่ออกมาเติมน้ำมันที่ปั้มที่อำเภอนาน้อย แล้วก็เลยพักรถพักคนอีกพักหนึ่ง จึงออกเดินทางต่อ ค่าน้ำมัน 40 บาท หลังออกจากปั้มก็ไปเลี้ยวทางขึ้นอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพื่อขึ้นดอยเสมอดาวปลายทางวันนี้ พอเลี้ยวมาได้หน่อยก็แวะทานข้าว หลังทานข้าวเสร็จก็เลยซื้อข้าวกล่อง และกับข้าวและเสบียงนิดหน่อย เพื่อเอาขึ้นไปบนดอยเสมอดาวด้วย ตรงนี้จ่ายเงินไปอีก 235 บาท จากนั้นก็ขี่น้ององุ่นมาตามทางจนถึงทางแยกที่บอกว่าไปเที่ยว เสาดิน นาน้อย ก็เลยเลี้ยวไป เพราะที่นั้นมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะจากธรรมชาติ ทั้งเสาดิน คอกเสือ และพระธาตุเชียงของ อยู่บริเวณใกล้ๆกัน ตรงนี้ก็เป็นที่น่ามาแวะดูอยู่ มีค่าธรรมเนียมเข้า 50 คนกับมอเตอร์ไซ แต่ตั๋วค่าธรรมเนียมเป็นตั๋วที่ใช้ขึ้นไปนอนที่ดอยเสมอดาวได้ เพราะเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติศรีน่านเหมือนกัน ดังนั้นพอขึ้นไปถึงบนดอยผมเลยชำระแค่ค่ากางเต็นท์อีกอย่างเดียวแค่ 30 บาท เพราะเอาเต็นท์มาเอง
            หลังจากเที่ยวชมที่นี่เสร็จผมก็ออกเดินทางขึ้นดอยเสมอดาวจริงๆแล้ว และคืนนี้ก็จะเป็นคืนสุดท้ายของผมที่จังหวัดน่านแล้วด้วย พอขึ้นถึงบนดอยเสมอดาว ซึ้งเอาจริงๆก็เตรียมใจเจอคนเยอะอยู่แล้ว ก็ตามคาดคนเยอะพอสมควร แต่เทียบกับบนขุนสถานเมื่อคืนก็ดูยังน้อยกว่าแต่ก็ เยอะอยู่เยอะจนทำให้ผมต้องผูกเปลนอนอีกหนี่งคืน
            พอได้ที่ผูกเปลจัดแจงที่หลับที่นอนวันนี้เสร็จผมก็เดินดูรอบๆ เก็บภาพพระอาทิตย์ตกและเดินไปดูบรรยากาศบนจุดชมวิวดอยเสมอดาว และผาหัวสิงห์ เสร็จและเดินเล่นไปผาชู้ยังไม่ทันไรฟ้าก็มืดซะก่อน แล้วอากาศก็เย็นเร็วมากแถมลมด้วยก็เลยเดินกลับมาที่เปล
            แล้วก็มาก็จัดการเรื่องมื้อเย็นระหว่างนั่งเตรียมมื้อเย็นก็ได้พูดคุยกับพี่เต็นท์ข้างเขาก็ขี่มอเตอร์ไซขึ้นมาสองคนกับแฟน ก็พูดคุยกันพักใหญ่จนทานข้าวเย็นเสร็จก็เก็บของไปล้างก่อนกลับมานั่งดูบรรยากาศอีกพักถึงเข้าเปลนอน และคืนนี้คืนสุดท้ายที่น่านสวัสดีครับ....
สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 6
ค่าอาหารทั้งหมด 235 บาท
ค่าน้ำมัน 40 บาท
ค่าธรรมเนียมเข้าพักอุทยาน (อช.ขุนสถาน) 80 บาท
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (เสาดิน/คอกเสือ) 50 บาท
ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ดอยเสมอดาว 30 บาท
รวม 435 บาท ระยะทาง 63 กม.

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่