JJNY : เอกชนชี้รอรัฐ'เหมือนขอข้าววัดกิน'/อนุสาวรีย์โซล่าเซลล์/ทบ.ไม่พับซื้ออาวุธ6พันล./สุดวังเวง!หนุ่มรีวิวสถานที่กักตัว

เอกชน ชี้ 'เอสเอ็มอี' เจ็บหนัก เฉือนธุรกิจทิ้ง รอความช่วยเหลือรัฐ 'เหมือนขอข้าววัดกิน'
https://www.matichon.co.th/economy/news_2534289
  

 
เอกชน ชี้ ‘เอสเอ็มอี’ เจ็บหนัก เฉือนธุรกิจทิ้ง รอความช่วยเหลือรัฐ เหมือนขอข้าววัดกิน หนุน ‘เราชนะ’ แจก 7,000 วอนทั่วถึง
 
น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ ประธานกิตติมศักดิ์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงโครงการเราชนะ ที่รัฐบาลแจกเงินให้ประชาชน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ที่เป็นมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า จากแพร่ระบาดของโควิด-19ที่กระจายไปมาก ทำให้การใช้จ่ายของหยุดชะงัก จากการพูดคุยสอบถาม คนที่เดือดร้อนคือกลุ่มเปราะบาง เพราะว่าถ้าธุรกิจหยุดชะงัก และคนกลุ่มนี้หารายได้เป็นรายวัน เขาต้องถูกสั่งระงับการทำงานแน่นอน รายได้รายวันก็หายไป มาตรการนี้น่าจะช่วยกลุ่มเปราะบาง ไม่ใช่ว่าจะต้องกลั่นกรองเหมือนรอบที่แจก 5,000 บาทเมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ช่วยคนที่ตกงาน
 
ขณะนี้ ทุกพื้นที่ในประเทศได้รับความเดือนร้อนทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงในพื้นที่เขตความคุมสูงสูด และสูงสุดและเข้มงวด 28 จังหวัด ดังนั้นการที่รัฐบาลช่วยให้เงินเยียวยา ควรจะให้ทั้งประเทศ และตอนนนี้เกณฑ์ของผู้ได้รับสิทธิยังไม่ชัดเจน ก็อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบครอบ ให้เยียวยาส่วนนี้ไปถึงคนที่เดือนร้อนจริง
 
น.ส.โชนรังสี กล่าวว่า อย่างกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากสถานการณ์รอบนี้ไม่ได้ถูกสั่งล็อกดาวน์แบบครั้งที่ผ่านมา คิดว่าความเดือนร้อนน่าจะแตกต่างกันออกไป จากการพูดคุยกับเพื่อนที่ทำธุรกิจขนาดย่อยก็ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ใช่ผลมาจากการระบาดระลอก 2 มันเป็นผลกระทบที่สะสมมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และที่ได้พุดคุยกัน ก็มีคนที่ยืนยันว่าจะปิดตัวธุรกิจจริง ถ้าหากเขามีสองธุรกิจ เขาก็ต้องเลือกไว้หนึ่งธุรกิจ และก็ต้องเลิกจ้างงาน พร้อมจ่ายการชดเชยตามกฎหมาย ส่วนนี้คือผลกระทบต่อคนที่มีงานทำ ในขณะที่คนที่ไม่มีงานทำก็ไม่ถูกจ้างงานแน่นอน ถ้าไม่เข้าวัดเพื่อขอข้าวกิน ก็คงไม่มีข้าวกิน ดังนั้น ความเห็นในเบื้องต้น ถ้าคัดกรองแล้วช่วยเหลือคนที่ลำบากจริงๆ แล้วช่วยได้ระยะสั้นแล้วมีงบประมาณอยู่จริง ก็อาจเป็นการช่วยยืดอายุครอบครัวเขาได้
 
แต่ในระยะยาวนั้น คิดว่าการให้เงินอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าเขาจะนำไปใช้อะไรบ้างนั้น ยังถือว่าไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ดังนั้นรัฐบาลควรนำ วิธีการแบบรัฐสวัสดิการ อาทิในยุโรป มาใช้แก้ไขปัญหา เพื่อช่วยเหลือในเรื่องปัจจัย 4 ที่เป็นพื้นฐานการดำรงชีวิต อาทิ การทำโรงทาน การทำที่พักอาศัยชั่วคราว และหลังจากนั้นอาจจะต่อยอดไปถึงการพัฒนาฝึกอาชีพ และการสร้างงานในอนาคต
 
ความแตกต่างความเดือนร้อนระหว่างธุรกิจในและนอกพื้นที่เขตควมคุม 28 จังหวัดนั้น อาทิ ปกติตามร้านค้า จะต้องมีพนักงานเขาไปเยี่ยมตามที่ทำงาน โรงงานก็จะได้ยอดขายมา ถึงแม้จะมีการสั่งทางโทรศัพท์ได้ แต่ยอดขาดก็ไม่เท่ากับการที่เข้าไปเช็คสต็อกตามร้านค้า และเมื่อห้ามพนักงานขายเข้าไปเยี่ยมที่ร้าน ทำให้พูดคุยติดต่อธุรกิจก็อาจจะไม่สะดวก รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าส่งของหรือเดินทางไปพื้นที่นี้ได้หรือไม่ ดังนั้นการทำธุรกิจจึงไม่ลงตัว ในภาคธุรกิจก็ช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่จะหยุดไปเหมือนแบบปีที่แล้วก็จะเหนื่อยหนัก การที่ไม่ล็อกดาวน์อาจจะส่งผลต่อดีในแง่ของธุรกิจ และการค้าขาย” น.ส.โชนรังสี กล่าว
 

 
The Reporters
https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/2886031108313937
 
INVESTIGATIVE : "อนุสาวรีย์โซล่าเซลล์" ชาวบ้าน ต.แม่เหาะ ท้อ ใช้สูบน้ำไม่ได้ สร้างเสร็จถูกทิ้งร้าง ยันไม่ได้จับผิด แค่ขอให้ใช้งานได้จริง
  
The Reporters ลงพื้นที่บ้านสุดห้วยนา ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ตามที่พลเมืองดีร้องเรียนว่า มีโครงการโซล่าเซลล์ ที่ติดตั้งเพื่อใช้สูบน้ำแก้ภัยแล้งให้กับชาวบ้าน แต่กลับใช้สูบน้ำไม่ได้จริง ซึ่งผลการลงพื้นที่ 2 หมู่บ้านพบว่า ใช้สูบน้ำไม่ได้จริง 
 
สภาพที่ตั้งแผงโซล่าเซลล์ จำนวน 40 แผง ตั้งอยู่ในที่ป่ารกร้าง ต้องเดินฝ่าดงหญ้าเข้าไป ซึ่งนายกะเหรี่ยง ก็มีศักดิ์ศรี จิตอาสา ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง พลเมืองดีที่เป็นผู้แจ้งเบาะแส บอกว่า ที่ดินบริเวณนี้เป็นของชาวบ้านที่บริจาคให้เป็นที่ตั้งแผงโซล่าเซลล์ ผลิตกระแสไฟฟ้า สูบน้ำให้ชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ว ตามชื่อโครงการ เพื่อหวังให้ได้ใช้ประโยชน์กับหมู่บ้าน แต่หลังมีการติดตั้งเสร็จ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2561 ก็พบว่าไม่สามารถใช้สูบน้ำได้จริง และไม่เคยมีใครเข้ามาดูแล จนสภาพรกร้าง แม้กระทั่งกระท่อมของเจ้าของที่ดิน ก็ถูกทิ้งร้างไว้
 
"สิ่งที่ทำให้ผมต้องร้องเรียนเพื่อช่วยชาวบ้านก็เพราะนอกจากจะใช้สูบน้ำไม่ได้จริง บางหมู่บ้านก็มีปัญหาในครอบครัว เพราะพ่อบริจาคที่ดิน หวังจะช่วยให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้ แต่กลับใช้ไม่ได้ ที่ดินก็เข้าทำกินไม่ได้ ก็ต้องทะเลาะกับลูก ครั้นชาวบ้านจะให้รื้อทิ้งก็ไม่ได้ เพราะเป็นโครงการของรัฐ" 
 
นายกระเหรี่ยง ยอมรับว่า เขาติดตามเรื่องนี้มาตลอด 2 ปี ร้องเรียนไปหลายครั้ง เคยมีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นลงพื้นที่มาตรวจสอบ แต่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งชาวบ้าน ไม่ได้ติดใจเรื่องงบประมาณ แต่ขอให้มีการใช้งานได้จริง อย่างจุดที่ตั้งแผงและเครื่องกรองน้ำ พบว่า น่าจะยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพราะมีเครื่องสัญญานไฟทำงาน แต่ไม่สามารถกรองน้ำได้ ซึ่งชาวบ้านไม่มีความรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร หลังโครงการแล้วเสร็จ เคยเรียกช่างมาซ่อม ก็ใช้การได้ แต่จากนั้น ก็ใช้ไม่ได้ 
 
ซึ่งพบว่าป้ายระบุชื่อ โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในหน่วยงานภาครัฐ จากป้ายที่ติดไว้ ระบุว่าเป็นของ กอ.รมน.ภาค 3 ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน วงเงินงบประมาณ 45,590,000 บาท ในการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แก้ปัญหาภัยแล้งพร้อมระบบกรองน้ำในพื้นที่ 20 หมู่บ้าน มีสัญญาการก่อสร้าง 210 วันในปี 2561 แล้วเสร็จ วันที่ 4 กันยายน 2561 
 
"ตั้งแต่ติดตั้งมาไม่ได้ใช้งานเลย ชาวบ้านก็ไม่รู้จะใช้ยังไง ก็ต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์โซล่าเซลล์กันไป นี่ถ้าหากยังใช้ไม่ได้ อยากจะขอแผงโซล่าเซลล์ มาผลิตไฟใช้ตามบ้านได้ไหม" ชาวบ้านสุดห้วยนา ตัดพ้อ
 
ชาวบ้านสุดห้วยนา บอกว่าตั้งแต่ติดตั้งมากว่า 2 ปีไม่ได้ใช้น้ำจากโครงการนี้เลย ซึ่งจากระบบการทำงานมีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับการสูบน้ำจากห้วยแม่ลิด ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งพบว่า มีการวางท่อน้ำไว้ที่ลำห้วย โดยมีเครื่องสูบน้ำจะทำการส่งน้ำไปที่จุดพักน้ำ ซึ่งเครื่องสูบน้ำทำงานเพราะมีกระแสไฟ แต่ไม่มีแรงดันพอจะส่งน้ำไปที่จุดพักได้ โดยที่จุดพักน้ำที่ 1 ที่มีการสร้างเป็นแท็งค์น้ำ เปิดไปดูก็ไม่มีน้ำอยู่ภายใน จึงไม่สามารถส่งน้ำไปยังจุดพักที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่บนโรงเรียนสุดห้วยนา
 
ที่จุดพักน้ำที่ 2 จะมีการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ ซึ่งการทำงานจะต้องสูบน้ำจากลำห้วยมาเก็บในแท็งค์น้ำ แล้วกรองเป็นน้ำสะอากให้ชาวบ้านมานำไปใช้ แต่จากสภาพที่เห็นไม่ได้ถูกใช้งานจนมีหยากไย่และฝุ่นหนา 
 
นายกะเหรี่ยง บอกว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหา ให้อุปกรณ์ต่างๆใช้งานได้จริง เพราะชาวบ้านต้องการใช้น้ำ ซึ่งในหมู่บ้านสุดห้วยนา มีไฟฟ้าใช้ ปกติชาวบ้านจะใช้ระบบประปาภูเขา ต่อน้ำจากตาน้ำไปใช้ตามบ้านและทำการเกษตร แต่ไม่มีน้ำสะอาด การที่โครงการใช้โซล่าซลล์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำมาที่เครื่องกรองน้ำ 
 
"เป็นไปได้ผมคิดว่าอยากให้มีการมาให้ความรู้ชาวบ้าน มาสอนชาวบ้านก็ได้ว่าเครื่องเหล่านี้ใช้งานยังไง เพราะถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำยังไง หรืออาจจะจัดสรรงบประมาณมาให้ท้องถิ่นดูแลให้ก็ได้" นายกะเหรี่ยง เสนอ
 
สำหรับโครงการนี้ ในจ.แม่ฮ่องสอน มี 12 หมู่บ้าน ในอ.แม่สะเรียง The Reporters ไปตรวจสอบที่หมู่บ้านแม่สะลี ตำบลแม่เหาะ ที่อยู่ลึกเข้าไปจากบ้านสุดห้วยนา ก็พบปัญหาเดยวกัน ที่มีโครงการโซล่าเซลล์สูบน้ำ  บ่อพักน้ำที่นี่มีน้ำซึม และไม่สามารถสูบน้ำมาใช้ จุดพักกรองน้ำ และโซล่าเซลล์ตั้งชิ้งไว้โดยไม่ใช้งาน 
 
"ตอนแรกๆ ก็สูบน้ำมาใช้ได้อยู่ แต่ไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็สูบขึ้นมาไม่ได้เลย ชาวบ้านก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไง คือเครื่องสูบ ถ้าไปเปิดก็เสียงดัง แต่มันสูบน้ำขึ้นมาไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ส่วนที่กรองน้ำ ชาวบ้านก็เคยเอาน้ำจากประปาภูเขามาเติมในแทงค์ก็เอามากรองใช้ได้ แต่ก็คาดหวังว่ามันจะสูบน้ำมาใช้ได้จริง"
 
นายรักชาติ เมืองไพรวัลย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.แม่เหาะ นำทีมข่าว ตรวจสอบไปถึงจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จากตาน้ำ ที่อยู่ลึกลงไปตามไหล่เขา 400 เมตร ต้องเดินลงเขาไปเส้นทางที่ชันมาก พบว่า มีเพียงท่อน้ำที่จมอยู่น้ำ โดยไม่มีการสูบน้ำได้ ซึ่งลักษณะ น้ำนิ่ง มีท่อขนาดใหญ่จมอยู่ในน้ำ ชาวบ้านก็สงสัยด้วยว่า การสูบน้ำจากที่ต่ำขนาดนี้ ต้องใช้เครื่องแรงส่งอย่างไร และพบว่า ระหว่างทางขึ้นเขา ท่อน้ำที่ใช้ส่งน้ำมีขนาดต่างๆ จึงอยากให้มีการตรวจสอบว่าเป็นปัญหาหรือไม่
 
จากการตรวจสอบทั้ง 2 หมู่บ้านพบว่า การติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อใช้สูบน้ำและกรองน้ำให้ชาวบ้าน ไม่สามารถสูบน้ำได้จริง ชาวบ้านจึงเสียดายงบประมาณจุดละกว่า 2 ล้านบาท หากบริหารจัดการให้ดีก็จะมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจัดหางบประมาณให้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามาช่วยดูแล เพราะ อบต.ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ และเมื่อเทียบงบประมาณประจำปีของอบต.แม่เหาะ ทั้งตำบลได้ปีละ 3 ล้าน 6 แสนบาท เมื่อแบ่งไปตามหมู่บ้าน ก็จะมีงบพัฒนาเพียง หมู่ละประมาณ 3 แสนบาท จึงคาดหวังจะมีการจัดการโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง 
 
ชมการสำรวจจุดที่ 1 : https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/1099009097238619/?vh=e&extid=0&d=n
 
ชมการสำรวจจุดที่ 2 : https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/1032148770624078/?vh=e&extid=0&d=n
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่