สอบถาม FINN Mobile ใน กรุงเทพฯ ครับ สัญญาณเป็นยังไง เล่นในอาคาร มันสวิงบ่อยมั้ย

กระทู้คำถาม
ผมจะตัดสินใจอีกที วันที่ 29 ครับ 
ผมชั่งไม่แตกจริง ๆ ผมอยากหา feedback มาลบล้าง กลุ่มที่บอกว่าแย่ คับ
ปล. ทราบแล้วครับว่า ใช้ Dtac แต่ผมสนใจ คลื่น 1800 2100 มันเป็น FDD ผมจึงสนใจมากที่จะ "ซื้อใหม่"

และผมใช้ TOT อยู่ โปรจะหมด ในเมษา นี้ เป็น WFH 3 900 : 10เดือน หลัง 66บาท 2 เดือน
ผมมีปัญหากับ TOT มาก เพราะ มีแค่ คลื่นเดียวที่ ผมรับได้ คือ 2100 และเป็น TDD อีก จะบ้าตาย
ถ้าผมอยู่ในอาคาร และจับโทรศัพท์ ทุก ๆ 9 นาที 4G จะหายครับ และจะกลับไป H+ อย่างตอนกำลังโหลดเอกสารอยู่ แล้วจะหยิบโทรศัพท์มาเล่นคือ
ต้องหยุดครับ ต้องมาเล่นบนคอมแทน 

(แก้ไขครั้งที่ 1 : พึ่งทราบว่า TOT มี 4G 2300MHz TDD ตัวเดียว)
ขอทัวร์ Dtac และ FINN  มาออกความเห็นหน่อยครับ 
ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6


รูปนี้น่าจะมีประโยชน์ ส่วนเรื่อง TD-LTE หรือ FD-LTE เท่าที่ทราบฝั่ง TD-LTE ก็มีคลื่น 2300 กับ 2500 ที่ใช้ทำ 5G กันด้วย แบ่งมาทำ 4G ได้ผืนใหญ่ทั้งค่ายเขียวและก็ค่ายแดง

ฝั่งอุปกรณ์ผู้รับมันก็รับได้แบนวิดธ์ไม่เกิน 20MHz มากกว่านั้นต้องทำ CA ซึ่ง 2300 ก็แบ่งได้ 3CA พอดีเลย แต่จะปล่อยให้ขนาดนั้นเลยไหม ก็ไม่เสมอไปนะ

Finn Mobile ให้บริการโดย DTN ก็คือค่ายฟ้า ถือครองคลื่นน้อยสุดแล้ว คลื่นที่เป็นตัวเอกคือคลื่น 2300 ที่ไปทำสัญญาพัฒนาโครงข่ายร่วมกับ TOT (ในขณะนั้น) มาอีกที ตามหลักการแล้วไม่ใช่ของตัวเอง ไปเช่าต่อแบ่งความจุโครงข่ายมาอีก เห็นว่าเป็น 60/40 อะไรประมาณนี้นะ

มันก็สนุกดีนะ ผมไม่ได้อยู่ในวงการนี้แต่ก็ชอบ มันอธิบายอะไรหลายอย่างได้ แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร มาตามอ่านออกความเห็น ผมว่าคนที่เป็นวิศวกร รู้จริงมาอ่านคงยิ้มว่าโพสต์อะไรกัน 😆

โดยสรุปย้ายไป Finn Mobile ก็ดีกว่าครับ โครงข่ายพร้อมกว่า อย่างน้อยก็มี VoLTE ให้แล้วนะ

ส่วนเรื่องสัญญาณในอาคารจะแย่ไหม ก็ตอบด้วยคุณสมบัติของคลื่นไปเลยได้ครับ พวก 2300 เนี่ย 4G จัดว่าเป็นคลื่นความถี่สูง ไปได้ไม่ไกล ถูกกีดขวางได้ง่าย ในตึกกำแพงหนา ๆ มันทะลุทะลวงต่ำอยู่แล้วยังไงก็ไม่รอด ต้องชดเชยด้วยคลื่นความถี่ต่ำ ซึ่ง DTN มีคลื่น 700 ทะยอยให้บริการชดเชยแล้วนะ ก็น่าจะจับ 4G ไปตลอด ไม่สวิงไป H+ ซึ่งเป็น 3G ยิ่งมี VoLTE แล้วด้วยก็คงจะไม่หลุด

FD-LTE = frequency duplex รับ-ส่งสัญญาณคนละช่วงความถี่ แบ่งท่อรับส่งชัดเจน
TD-LTE = time duplex รับ-ส่งสัญญาณบนความถี่เดียวกันแต่ใช้เวลาเป็นตัวแบ่ง (ปิงหรือความหน่วงมากกว่า FD-LTE)
CA = Carrier Aggregation หรือการรวมคลื่น รวมมาก ได้แบนวิดธ์เพิ่ม ยิ่งทำความเร็วได้มาก แต่โดยทั่วไปคิดว่าทำมาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดมากกว่า คือจะปล่อยให้ทำ CA ในช่วงผู้ใช้หนาแน่น ใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนเรือธง ผมคิดว่าเครือข่ายออกแบบมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้ทุกคน พยายามให้ทุกคนใช้งานได้ไม่ติดขัดเท่าเทียมกัน
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  4G dtac tot LINE MOBILE dtac TriNet
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่