สวัสดีครับทุกคน ผมเป็นมือใหม่สำหรับการเขียนกระทู้ ด้วยความเป็นคนทำอะไรแบบนี้ไม่เป็นเลย ไม่รู้จะต้องเริ่มยังไง จะต้องเขียนอะไร เลยทำให้ไม่ได้สนใจจะทำมัน แต่แล้วเมื่อโควิด-19 เป็นเหตุจึงทำให้มีเวลาว่างมาสนใจการเขียนขึ้น พอได้นั่งโง่ๆคนเดียวจึงเกิดความคิดที่อยากจะบอกเล่าเรื่องเราวของชีวิตที่ผ่านมาลงเป็นตัวหนังสือให้ทุกๆท่านได้อ่าน ในรูปแบบ
"เล่าไปเรื่อย Lao Pai Rueay" คือ อยากเล่าไรก็เล่าอะ ฮา ฮา ฮา !
เข้าเรื่องเลยละกัน เนื่องจากผมทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้มีโอกาสไปทำงานที่ญี่ปุ่นได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างแดนได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่นั่น อยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟังกัน
เมื่อเท้าเหยียบพื้นที่สนามบินนาโกย่า ความรู้สึกบ้านนอกเข้ากรุงของผมก็มาทันที ทำอะไรไม่ถูกเพราะพูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ งูๆปลาๆ แต่มีอย่างเดียวที่ผมสู้คือ หัวใจ เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเราได้รับความไว้วางใจให้มาทำงานที่นี้แล้วเราต้องทำให้มันได้ไม่ว่ามันจะยากลำบากสักแค่ไหน เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ (บู้ย คำเว่า 10/10 ไปเลยจ้า) ผมโดยสารมาด้วยน้องหงษ์แดง(เจแปน แอร์ไลน์? ป่าว ลิเวอร์พูล เอ้ย! ถูกแล้ว) เครื่องนิ่ม นั่งสบาย อาหารเลิศ สมกับเป็นสายการบินประจำชาติจริงๆ ส่วนในภาพคือระหว่างเดินอยู่ในสนามบินเหลือบไปเห็นเจ้า Sky เลยเก็บภาพมา (ลืมถ่ายน้องหงษ์แดงไว้)
หลังจากรับกระเป๋าที่สนามบินเสร็จผมก็มีคนญี่ปุ่นของ Head quater บริษัทที่ผมทำงานมารับผมแล้วพาผมไปยังที่พัก ซึ่งบริษัทที่ผมทำงานไม่ได้อยู่ในย่านสำคัญหรือหัวเมืองอะไร อยู่ในแถบชนบทด้วยซ้ำ ทำให้ผมได้เห็นชนบทของญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ผมไปในช่วงฤดูร้อนของที่นั่น ต้นไม้ใบหญ้าสีสดใส สวยงามไปอีกแบบ ที่พักของผมห่างจากบริษัทประมาน 5 กิโลเมตร ทางบริษัทได้ให้จักรยานผมมาคันนึงเพื่อใช้ปั่นไปทำงาน ด้วยระหว่างทางนั้นเองผมจะต้องผ่านทุ่งนาทุกวัน จึงได้มีเวลาเก็บภาพทุ่งนาสวยๆมา เมล็ดขาวที่นั่นสีสวยมากและยังมีการทำนาแบบผสมผสานอีกด้วย เสียดายที่ผมไม่ได้เก็บภาพมา

เมื่อถึงที่พักในใจคิดขึ้นมาว่า เราจะต้องอยู่ที่นี่ 3 เดือนเลยหรอ? ด้วยความที่ไม่เคยอยู่นอกประเทศนานขนาดนี้ ความรู้สึกคิดถึงบ้านก็เกิดขึ้น จึงหาไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน จัดการเก็บข้าวเก็บของให้เข้าที่แล้วก็สำรวจที่พัก ด้านหลังระเบียงห้องผมเป็นวิวของทุ่งนา ที่ผมดูทีไรก็ไม่เคยเบื่อเลย บางวันก็มองเห็นเด็กนักเรียนเดินไปโรงเรียน บางวันก็มองเห็นคุณตา คุณยาย ช่วยกันปลูกข้าวในนา วันไหนที่ผมทำงานเหนื่อยๆกลับมา ผมก็จะมานั่งระเบียงหลังห้องพร้อมเบียร์สักป๋อง มองดูวิวทุ่งนา มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาเลยแหละ

ผมพักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Mikawa-Anjo ทำให้ผมสะดวกในการเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ มีบางวันผมก็นั่งโง่อยู่ที่สถานีรถไฟหลายชั่วโมง มองผู้คนเดินไปมา นั่งโง่ๆคิดไรไปเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดคือ คนญี่ปุ่นเป็นคนอัธยาศัยดีมาก จะยิ้มให้กันก่อนตลอด เคารพซึ่งกันและกัน ผมชอบ culture นี้มากเลยเพราะทำให้คนกะโหลกกะลาอย่างผม เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีมารยาทขึ้นเยอะ ยิ้มง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตนด้วย
เดี๋ยวมาต่อ Ep.2 นะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ แล้วเจอกันครับผม _/\_
Ep.1 Lao Pai Rueay มนุษย์เงินเดือนผจญภัยในต่างแดน
เข้าเรื่องเลยละกัน เนื่องจากผมทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้มีโอกาสไปทำงานที่ญี่ปุ่นได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างแดนได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่นั่น อยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์ของผมให้ฟังกัน
เมื่อเท้าเหยียบพื้นที่สนามบินนาโกย่า ความรู้สึกบ้านนอกเข้ากรุงของผมก็มาทันที ทำอะไรไม่ถูกเพราะพูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ งูๆปลาๆ แต่มีอย่างเดียวที่ผมสู้คือ หัวใจ เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าเมื่อเราได้รับความไว้วางใจให้มาทำงานที่นี้แล้วเราต้องทำให้มันได้ไม่ว่ามันจะยากลำบากสักแค่ไหน เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ (บู้ย คำเว่า 10/10 ไปเลยจ้า) ผมโดยสารมาด้วยน้องหงษ์แดง(เจแปน แอร์ไลน์? ป่าว ลิเวอร์พูล เอ้ย! ถูกแล้ว) เครื่องนิ่ม นั่งสบาย อาหารเลิศ สมกับเป็นสายการบินประจำชาติจริงๆ ส่วนในภาพคือระหว่างเดินอยู่ในสนามบินเหลือบไปเห็นเจ้า Sky เลยเก็บภาพมา (ลืมถ่ายน้องหงษ์แดงไว้)
หลังจากรับกระเป๋าที่สนามบินเสร็จผมก็มีคนญี่ปุ่นของ Head quater บริษัทที่ผมทำงานมารับผมแล้วพาผมไปยังที่พัก ซึ่งบริษัทที่ผมทำงานไม่ได้อยู่ในย่านสำคัญหรือหัวเมืองอะไร อยู่ในแถบชนบทด้วยซ้ำ ทำให้ผมได้เห็นชนบทของญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ผมไปในช่วงฤดูร้อนของที่นั่น ต้นไม้ใบหญ้าสีสดใส สวยงามไปอีกแบบ ที่พักของผมห่างจากบริษัทประมาน 5 กิโลเมตร ทางบริษัทได้ให้จักรยานผมมาคันนึงเพื่อใช้ปั่นไปทำงาน ด้วยระหว่างทางนั้นเองผมจะต้องผ่านทุ่งนาทุกวัน จึงได้มีเวลาเก็บภาพทุ่งนาสวยๆมา เมล็ดขาวที่นั่นสีสวยมากและยังมีการทำนาแบบผสมผสานอีกด้วย เสียดายที่ผมไม่ได้เก็บภาพมา
เมื่อถึงที่พักในใจคิดขึ้นมาว่า เราจะต้องอยู่ที่นี่ 3 เดือนเลยหรอ? ด้วยความที่ไม่เคยอยู่นอกประเทศนานขนาดนี้ ความรู้สึกคิดถึงบ้านก็เกิดขึ้น จึงหาไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน จัดการเก็บข้าวเก็บของให้เข้าที่แล้วก็สำรวจที่พัก ด้านหลังระเบียงห้องผมเป็นวิวของทุ่งนา ที่ผมดูทีไรก็ไม่เคยเบื่อเลย บางวันก็มองเห็นเด็กนักเรียนเดินไปโรงเรียน บางวันก็มองเห็นคุณตา คุณยาย ช่วยกันปลูกข้าวในนา วันไหนที่ผมทำงานเหนื่อยๆกลับมา ผมก็จะมานั่งระเบียงหลังห้องพร้อมเบียร์สักป๋อง มองดูวิวทุ่งนา มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาเลยแหละ
ผมพักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Mikawa-Anjo ทำให้ผมสะดวกในการเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ มีบางวันผมก็นั่งโง่อยู่ที่สถานีรถไฟหลายชั่วโมง มองผู้คนเดินไปมา นั่งโง่ๆคิดไรไปเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดคือ คนญี่ปุ่นเป็นคนอัธยาศัยดีมาก จะยิ้มให้กันก่อนตลอด เคารพซึ่งกันและกัน ผมชอบ culture นี้มากเลยเพราะทำให้คนกะโหลกกะลาอย่างผม เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีมารยาทขึ้นเยอะ ยิ้มง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตนด้วย
เดี๋ยวมาต่อ Ep.2 นะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ แล้วเจอกันครับผม _/\_