JJNY : แม่ค้าโอดจะอดตายกันหมดแล้ว/ยอดขายรถ63 ตลาดรวมลด20%/คำนูณทวงสัญญาคำสั่งคสช.ห้ามมีบ่อน/พท.ลงชื่อถอนสิระเกิน50แล้ว

แม่ค้าโอดไร้ลูกค้า จะอดตายกันหมดแล้ว ขายหมึกได้วันละตัว หนี้สินท่วมหัว
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_5718554
 

 
ชายหาดระยองร้าง แม่ค้าโอดจะอดตายกันหมดแล้ว บางคนมีหนี้สินเยอะ ขายหมึกได้วันละตัว จากเคยขายได้ 50 กก.ต่อวัน วอนภาครัฐช่วยเหลือ
 
วันที่ 12 ม.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์ ต.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ หลังมีการแชร์ภาพความว่างเปล่าของชายหาด ไร้นักท่องเที่ยวจนหาดร้าง ถนนว่างเปล่านาน ๆ ถึงจะมีรถผ่านมาสักคัน บริเวณชายหาดเงียบเหงาไร้คนเดิน
 
น.ส.พัชรินทร์ ภุชชงค์ อายุ 37 ปี แม่ค้าขายอาหารทะเลสด กลุ่มประมงเรือเล็กริมชายหาดแหลมแม่พิมพ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สถานการณ์โควิด19 ระบาดรอบใหม่ตั้งแต่ก่อนปีใหม่เป็นต้นมา ชายหาดที่เคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวกลายเป็นหาดร้าง จากเคยขายปลาหมึกได้วันละ 50-60 กิโลกรัม ปัจจุบันขายหมึกได้เพียง วันละ 1 ตัว บางวันขายไม่ได้เลย
 
ทางพ่อค้าแม่ค้าทั้งหมด กว่า 20 ร้านค้า ทยอยกันปิดร้าน หรือ ไม่ก็สลับกันขาย จะหยุดก็ไม่รู้จะไปทำอะไร จึงจำทนขาย จนกว่าจะแบกรับความขาดทุนไม่ไหว ขอวิงวอนให้ทางจังหวัดลงมาช่วยเหลือด้วย หามาตรการช่วยเหลือด้วย เพราะบางคนมีหนี้สินเยอะ จนหมดปัญญาไม่รู้จะหาทางออกทางไหน
 
ด้าน น.ส.กำไร อำพันทอง อายุ 39 ปี แม่ค้าขายอาหารทะเล กล่าวว่า ทุกวันนี้ขายขาดทุนทุกวัน ไม่ขายก็ไม่ได้เพราะรับสินค้ามาแล้ว บางวันขายไม่ได้เลย จนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ทางภาครัฐก็เงียบ ไม่เคยมีหน่วยงานไหนลงมาสอบถามถึงความยากลำบากของคนทำมาหากิน ต้องรับบาปที่ไม่ได้ก่อ ขอให้มองเห็นความลำบากของชาวบ้านและผู้ประกอบการด้วย
 
นอกจากชายหาดแหลมแม่พิมพ์ ที่ได้รับผลกระทบ สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง รวมถึงเกาะเสม็ด ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยเช่นกัน เดือดร้อนเหม่อนกันทุกแห่ง แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ


 
ยอดขายรถยนต์ปี 2563 ตลาดรวม 7.9 แสนคัน ลดลง 20%
https://www.thansettakij.com/content/motor/463936
 
ยอดขายรถยนต์ปี 2563 ทำได้ 7.9 แสนคัน ตลาดรสมร่วง 20% ตามการเปิดเผยของมาสด้า
 
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2563 มียอดขาย 7.9 แสนคัน ลดลงประมาณ 20% ในส่วนมาสด้า ทำได้ 39,266 คัน ลดลงประมาณ 32%
 
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2563 นับเป็นปีที่ท้าทาย โดยมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี และเมื่อกลางปี 2563 มาสด้าได้ปรับเป้าการขายมาอยู่ที่ 45,000 คัน แต่สุดท้าย ยอดขายรถปี 2563 มาสด้าทำได้ 39,266 คัน หรือลดลงประมาณ 32% ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ แต่ยังถือว่าเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดเกิดใหม่ โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 24,839 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวี 11,716 คัน รถปิกอัพ 2,711 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 5%
 
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ รวมถึงการปรับโฉมให้กับตลาดรถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ยอดขายรถเดือนธันวาคม 2563 มาสด้าสามารถทำยอดขายรถรวม ได้สูงที่สุดในรอบปีถึง 5,253 คัน โดยแบ่งเป็น Mazda2 จำนวน 3,084 คัน (ยอดขายสูงสุดในรอบปี) ตามด้วย Mazda CX-30 จำนวน 936 คัน (ยอดขายสูงสุดนับแต่เปิดตัว) Mazda CX-3 จำนวน 457 คัน (ยอดขายสูงสุดในรอบ 2 ปี) Mazda3 จำนวน 391 คัน Mazda CX-8 จำนวน 260 คัน และ Mazda CX-5 จำนวน 124 คัน
 
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2564 คาดว่า ตลาดรวม ยอดขาย ปี 2564 ประมาณ 8.4 แสนคัน แต่ต้องจับตาการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 จะส่งผลต่อภาพรวมประเทศแค่ไหน ส่วนมาสด้าตั้งเป้าขายในปี 2564 ไว้ 50,000 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6%
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่