ความรักที่ไม่ใช่ความรัก

สวัสดีค่ะชาว Pantip ทุกๆท่าน
วันนี้อยากมาเล่าประสบการณ์ความรักของตัวเองค่ะ เริ่มเลยละกันนะคะไม่รอช้าา

ความรักของเราเป็นความรักที่ดูเหมือนน่ารักมากค่ะ เป็นความรักสมัยเด็ก(อายุ15) เขาเป็นแฟนคนแรกค่ะ เขาอายุมากกว่าเรา4ปี เป็นเด็กต่างจังหวัดหน้าตาไม่ได้หล่อเหลาอะไรนักย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ในระหว่างที่ตัวเราอยู่ม.4 เขาก็อยู่มหาวิทลัยปี1 เป็นความรักที่แอบๆซ่อนๆค่ะเพราะพ่อแม่ของเราดุมาก เราทั้งคู่ตกลงคุยกันมาสักพักจึงตัดสินใจคบกันเรายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้อยู่เลยค่ะ เรารู้สึกเรารักผู้ชายคนนี้มากจนยอมได้ทุกอย่างและมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เรายอมมีอะไรกับเขาในเวลาต่อมา แรกๆก็หวานซึ้งกินใจค่ะแต่พอเวลาต่อมาเขาเริ่มเปลี่ยนไปเขาติดเล่นเกมส์ไม่สนใจ และเริ่มให้เราโดดเรียนไปหาเขา ถ้าเราไม่โดดเรียนไปหาเขาเขาจะตัดสายปิดเครื่องทันที (ซึ่งเราไม่ได้โดดไปหาเขาบ่อยอะไรขนาดนั้นหรอกนะคะ แต่ยอมรับค่ะว่ามีบ้างค่ะ) ซึ่งในระหว่างที่คบกันเขาปล่อยเราทิ้งๆขว้างๆมากค่ะ ในระหว่างนั้นมีคนเข้ามาจีบค่ะเราเลือกที่จะคุยค่ะเราเริ่มมองหาสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเองจนวันนึงเราตัดสินใจขอเลิกกับแฟน แต่เขาขอโอกาสค่ะสุดท้ายเราใจอ่อนและกลับไปคบกับเขาเหมือนเดิม

ตั้งแต่นั้นมาก็คบกันมาเรื่อยๆ จนแม่เริ่มสังเกตุเห็นค่ะว่าเรามีแฟนแม่เลยบอกว่าให้พาเขามารู้จัก แต่แฟนเราไม่มาค่ะเขาให้เหตุผลว่าเขากลัวเพราะเขายังเด็ก เราก็ทำไงได้ล่ะคะ ก็ตามใจเขาเหมือนอย่างเคย ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิมค่ะเขายังติดเกมส์ ไม่เคยมาหาเราและในบางครั้งเขาปล่อยเรากลับบ้านเองเหตุผลเพราะเขาง่วงนอนค่ะ เราเคยร้องไห้ตรงรถไฟฟ้าแบบไม่อายใครเลยค่ะ มันเสียใจมันเจ็บปวดไปหมดแต่ก็ไม่กล้าเดินออกมาจากเขา สุดท้ายก็ยังคบกับเขาเริ่มอดทนและทำใจให้ชินกับพฤติกรรมเขา จนเราเข้ามหาวิทยาลัยค่ะเป็นช่วงชีวิตที่สนุกสนานมากค่ะเจอคนมากมาย เราได้ย้ายออกไปอยู่หอซึ่งทำให้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกับแฟนค่ะ บอกเลยค่ะว่าการอยู่ก่อนแต่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเราเห็นทุกอย่างในสิ่งที่เขาเป็นจริงๆค่ะ เราเริ่มรับไม่ได้กับการอยู่ร่วมกับเขาค่ะ ง่ายๆสั้นๆเลยค่ะเขาขี้เกียจ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเราเป็นคนออกค่ะ ค่าหอค่าน้ำค่าไฟค่ากินค่าน้ำมันรถ(แม่ซื้อรถให้ขับค่ะ) งานบ้านเราก็ทำเองหมดค่ะ ซักผ้ากวาดบ้านถูบ้านล้างห้องน้ำ ส่วนเขานั่งเล่นเกมส์ กิน นอน (ลืมบอกค่ะ ตอนนี้เขาเรียนจบแล้วกำลังศึกษาต่อป.โทค่ะ) เราเริ่มรับไม่ได้ค่ะเริ่มทะเลาะกันมากขึ้น เราเริ่มโมโหร้าย ขี้หงุดหงิด เริ่มมีความคิดลบ เริ่มรู้สึกแย่กับการใช้ชีวิต เราจึงตัดสินใจว่าเรียนจบเราจะเลิกกับเขาค่ะ แต่สุดท้ายเราพลาดท้องค่ะ

ในวันที่รู้ตัวว่าพลาดท้องคือเป็นช่วงที่เรากำลังจะเรียนจบค่ะเหลือเทอมสุดท้าย เราป้องกันทุกอย่างค่ะยาก็กินก็ฉีดค่ะแต่ก็พลาดท้อง เราจึงตัดสินใจบอกแม่ค่ะ ซึ่งแม่ขอให้เราเอาเด็กออก เราก็เครียดเลยค่ะเอายังไงดีส่วนแฟนเขาก็ไปบอกแม่เขาค่ะแม่เขาก็ให้เอาออกเช่นกัน ตอนนั้นเลยเครียดแบบเครียดมาก ทั้งเรื่องเรียน เรื่องชีวิตคู่ พ่อแม่ แต่พออีกวันพ่อกับแม่เราโทรมาบอกว่าไม่ต้องเอาออกนะ ไม่เป็นไรค่อยๆผ่านไปด้วยกันกลับบ้านนะลูก เราน้ำตาไหลเลยค่ะ รู้สึกผิดเต็มหัวใจ เราทำเรื่องดรอปเรียนไว้ก่อนค่ะซึ่งในระหว่างนั้นแม่แฟนไม่ยอมค่ะ โทรมาขอร้องให้เราเอาออกเขาบอกว่าเขาเคยทำตอนนี้ยังไม่เป็นไรก็แค่ก้อนเลือดเอาออกได้ สงสารแม่เถอะแม่ยังไม่พร้อมเอาออกเถอะ เราเลยพูดไปว่าไม่เป็นไรค่ะหนูจะเลี้ยงเองแต่แฟนไม่ยอมค่ะแฟนบอกจะอยู่กับเรา เราเลยให้เขาเคลียกับที่บ้านเขาเองส่วนเรากลับมาอยู่บ้าน ในระหว่างที่อยู่บ้านเรามีภาวะแท้งค่ะอาจเป็นเพราะความเครียดหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่เราลุกเดินไปไหนไม่ได้ค่ะได้แต่นอนนิ่งๆเป็นผัก ลุกไปแค่เข้าห้องน้ำกินข้าว พอผ่านสามเดือนไปได้ก็ดีขึ้นค่ะ ซึ่งในระหว่างท้องแม่แฟนก็เริ่มยอมรับค่ะแต่เขาขอบวชลูกเขาก่อน บ้านเราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะเอาที่ทางนั้นสะดวกค่อยมาทำพิธีให้มันเรียบร้อย ก็ล่วงเลยมาจนท้องได้ 7 เดือนค่ะก็ได้ทำพิธีเรียบง่ายผูกข้อไม้ข้อมือไม่ได้จัดงานอะไรมากมายค่ะมีแค่ญาติๆ หลังจากนั้นแฟนก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านเราค่ะ

หลังจากที่แฟนย้ายเข้ามาอยู่บ้านเรา เราก็ยังดูแลเขาเหมือนเดิมค่ะซักผ้าตากผ้า เตรียมกับข้าว ขับรถไปตลาดเองทำอะไรเองจนเรามีภาวะคลอดก่อนกำหนดค่ะ หมอเลยบอกให้หยุดทำอะไรหนักๆ แต่ถ้าเราไม่ทำก็ไม่มีใครทำค่ะ จะรอให้แฟนมาทำก็นู้นเลยค่ะหลังเที่ยงค่ะพึ่งตื่น เราเลยทำแค่อันง่ายๆค่ะอยู่ประคับประคองตัวเองไป ส่วนแฟนก็ไม่ได้ไปเรียนต่อป.โทให้จบ เขาก็พยายามหางานทำแต่ไม่ได้ค่ะสุดท้ายแม่เราก็ฝากงานให้ที่โรงเรียนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้จบครูนะคะ เขาจบนิเทศแต่เพราะแม่รู้จักกันเคารพกันเขาจึงรับให้เข้าไปทำงานค่ะ ซึ่งในระหว่างนี้เขาไปเรียนเสาร์อาทิตย์เพื่อเอาใบประกอบไปสอบครูค่ะ พอเขาไปทำงานไม่นานเราก็คลอดค่ะ หลังจากคลอดเราก็ดูแลลูกเองค่ะเพราะที่บ้านทำงานกันหมด เราเหมือนเป็นโรคประสาทเลยค่ะ ขี้เหวี่ยงขี้หงุดหงิดอารมณ์ร้ายเครียดไปหมดจำได้เลยค่ะแฟนซื้อยำมาสองถุงแยกถ้วยกินไม่ยอมกินด้วยกันโกรธมากค่ะ เขวี้ยงจานทิ้ง คือตอนนั้นเราเองนิสัยไม่น่ารักเลยค่ะ แต่เราก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันทำไมเป็นขนาดนั้น ส่วนแฟนพอไปทำงานก็ดีขึ้นค่ะ เงินเดือนที่เขาได้เขาให้เราทุกบาทค่ะ ตอนนั้นเหมือนเขาดีขึ้นมากค่ะ ดูเขารักเรามากกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา ช่วยเราเลี้ยงลูกเล่นกับลูก ทุกอย่างคือดีมากจริงๆค่ะในตอนนั้น

จนได้มีการประกาศสอบข้าราชการครู ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเรียนจบได้ใบประกอบพอดีค่ะทุกอย่างประจวบเหมาะกันทุกอย่าง เขาได้ไปหาที่ติว นั่งอ่านหนังสือพยายามด้วยตัวของเขา แต่เราเองนี้ล่ะค่ะที่ไม่เคยให้กำลังใจเขา เราก็ไม่รู้เหตุผลตัวเองนะคะว่าทำไม บางครั้งเราก็ดีเข้าใจเขาแต่บางครั้งก็ร้ายกับเขาแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ จนวันประกาศผลสอบเขาสอบติดค่ะ เขาก็ไปรายงานตัวทำงานที่โรงเรียนแห่งหนึ่งทุกอย่างเหมือนดีนะคะ แต่มันเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากนี้ค่ะ

หลังจากที่เขาไปทำงานเขาเริ่มมีสังคมใหม่ เริ่มกลับดึก เงินเดือนไม่ให้เราเพราะเขาบอกเขาขี้เกียจกดเงิน เวลาใช้ก็ต้องขอเราอีก เราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ และส่วนงานคืองานเขาก็โทรมาหาโทรมารายงานตลอดอยู่ไหนทำอะไร จนวันหนึ่งมีแชทผู้หญิงทักมาในไลน์เขาค่ะ ซึ่งเราก็เอะใจค่ะเลยเปิดดูเพราะปกติก็ดูตอบแชทแทนกันตลอด ในแชทไม่มีข้อความอะไรอื่นค่ะนอกจากที่ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับ นั่นก็คือแฟนเราจงใจลบข้อความค่ะ เราก็ถามไปตรงๆค่ะว่าใครซึ่งเขาบอกว่าน้องที่โรงเรียนมันมีแฟนแล้ว เราก็โอเคค่ะไม่อะไรยังเชื่อใจ แต่หลังจากนั้นมันมีเหตุการณ์แบบนี้บ่อยครั้ง บางครั้งก็บอกว่าขอโทรคุยกับเพื่อนแปบนะแต่เดินไปคุยที่อื่น สุดท้ายทะเลาะกันค่ะ เราเริ่มทุบตีทำร้ายตัวเองทำร้ายเขา เราโกรธจนหายใจไม่ทัน ส่วนเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่มีอะไร สุดท้ายเรายอมเชื่อค่ะ เชื่อทั้งที่ใจระแวง เขาเริ่มใส่รหัสกับทุกอย่างเปลี่ยนรหัสทุกอย่างและเราก็ยอมค่ะ ยอมเชื่อแบบนั้นจนวันนึงเราเล่นคอมของเขาแล้วเขาออนเฟสทิ้งไว้ เราไปเจอว่าเขาส่งเพลง ถูกที่ผิดเวลา ให้กับผู้หญิงคนนี้ ทุกอย่างเหมือนมันพังไปหมดเลยค่ะเราไม่โกรธไม่ด่าไม่พูดไม่อะไรทั้งสิ้น ทำได้แต่ร้องไห้ ในวันนั้นเราเข้าใจเลยค่ะว่าไม่อยากรับรู้มันเป็นแบบนี้นี่เอง แฟนเรามาเห็นค่ะเลยบอกว่าไม่ใช่แบบที่คิดพอดีแฟนของผู้หญิงเขาอยากรู้ว่าชื่อเพลงอะไรเลยส่งให้ เราก็เชื่อค่ะเชื่อแบบหลอกตัวเอง ในทุกๆวันเราเอาแต่คิดเรื่องนี้วนไปมาซ้ำๆ เราเริ่มขี้หงุดหงิดมากขึ้น แอบทำร้ายตัวเองมากขึ้น โมโหร้ายมากขึ้น คิดแง่ลบตลอดเวลา อดทนแบบนี้มาจนลูกอายุได้ 4 ขวบค่ะแม่เราเริ่มเห็นอาการไม่ดีเลยพาลูกเราไปอยู่บ้านพี่สาวค่ะ พี่สาวเราแต่งงานมีลูกสองคนค่ะแม่เราเลยขอฝากลูกเราไว้สักพักและพาเราไปหาหมอจิตเวช เราก็ไปค่ะกินยาตามที่หมอจ่ายเราเริ่มไม่คิดวน แต่จะเอ๋อๆคิดอะไรไม่ค่อยออกค่ะ ซึ่งในระหว่างที่กินยาก็ยังมีเรื่องมากระทบจิตใจเสมอ

จนวันนึงแฟนเราพาเราไปรู้จักกับน้องผู้หญิงคนนั้น เราแสดงออกชัดเจนค่ะว่าไม่ชอบแต่น้องผู้หญิงคนนั้นเขาแสดงให้เห็นชัดเจนค่ะว่า เขามีแฟนแล้วและเขารักแฟนเขามาก เขาไม่ได้คิดเกินเลยอะไรกับแฟนเรา แต่ด้วยนิสัยเขาเขานิสัยขี้เล่นคนก็อาจจะมองเขาผิดไป ซึ่งเราไม่ชินค่ะเราไม่สามารถไปจับแขนแตะแขนแตะขาใครได้ถ้าเขาไม่ใช่แฟนเรา แต่เราก็พยามเข้าใจเออเพื่อนแหละ ก็อดทนมาเรื่อยๆค่ะ ยังก้มหน้าอดทนใช้ชีวิตเพื่อดูแลเขาค่ะเงินเดือนจากเขาไม่เคยได้เราก็ไม่เคยขอเพราะเราได้เงินจากแม่มาใช้จ่ายในบ้าน และเราเข้าใจเขามาตลอดว่าเขาจำเป็นต้องใช้มากกว่าเรา จนหลายๆครั้งเขามักซื้อของที่ไม่จำเป็นปรนเปรอตัวเอง ซึ่งเรามองว่าเราไม่เคยขอก็จริงแต่ไม่ใช่ให้เขาไปซื้อของอะะไรที่ไม่จำเป็น เอามาให้ลูกดีกว่าไหม เก็บตังไว้ดีกว่านะ และเขาให้คำตอบค่ะว่า รอเราทำงานได้ค่อยเก็บเงิน รอออกไปอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูกค่อยประหยัด เราก็อึ้งนะคะกับคำตอบ แต่ก็มองข้ามไปค่ะ เวลาเราอยากกินอะไรซึ่งเราไม่ได้ขอกินอะไรบ่อยขนาดนั้น เขาก็จะบอกว่าขี้เกียจค่ะไม่อยากออกแต่ถ้าอยากกินจริงๆลองชวนน้องผู้หญิงคนนั้นกับแฟนเขาดูไหมกินหลายๆคนสนุกกว่า เราก็ยอมค่ะ คือยอมหมดทุกอย่างแล้วจริงๆค่ะ

ก็ล่วงเลยมาจนถึงเรื่องราวสุดท้ายของชีวิตเขาและเราค่ะ เขาได้ไปเรียนต่อป.โทเพิ่มค่ะเพื่อจะสอบเป็นผู้อำนวยการ และเรามารู้ว่าน้องผู้หญิงคนนั้นก็ไปเรียนที่เดียวกันแต่คนละคณะ เราก็พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าไม่เกี่ยวกันหรอกก็แค่บังเอิญเหมือนที่ผ่านๆมานั่นล่ะ จนผู้หญิงเขาแต่งงานค่ะเราถึงเริ่มโล่งใจระดับหนึ่ง แต่มันก็เป็นที่คนของเราอยู่ดีค่ะ ช่วงที่ปิดโควิดรอบแรกเขาอยู่แต่บ้านค่ะเพราะโรงเรียนปิด เขาตื่นเที่ยงทุกวัน ไม่ลงไปช่วยเลี้ยงลูก ไม่ช่วยทำงานบ้าน เหตุผลเพราะพ่อเราอยู่ค่ะ พ่อเราเกษียณเราก็ยังจะเข้าใจแฟนอีกค่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราทำเองทุกอย่าง เราทำอาหารไว้เตรียมให้พ่อให้ลูกเรียบร้อย ส่วนของแฟนเราต้องเตรียมกาแฟ และข้าวราดขึ้นไปให้ที่ห้อง วันๆแฟนก็ไม่ทำอะไรค่ะตื่นมาเล่นเกมส์ นอน และเราก็ทะเลาะกับเขาค่ะว่าลงไปช่วยบ้างเขาก็ยืนยันค่ะว่าไม่อยากลง เขาไม่ชอบนะที่เป็นแบบนี้แต่เขาไม่อยากลง เราก็อดทนค่ะอดทนกับทุกๆอย่างพยายามก้มหน้าก้มตาทำทุกอย่าง จนถึงวันที่แตกหัก เราบอกว่าขอเงินมาช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่บ้านบ้างได้ไหม เขาบอกว่าเขาขอเก็บเงินเดือนเขาไว้เพราะเขามีค่าใช้จ่ายเยอะไหนจะเรียน ไหนจะค่าน้ำมันรถ ดูแลรถเขาต้องจ่ายเองแม่ไม่ได้จ่ายให้ (ลืมเล่าค่ะพ่อแม่เขาซื้อรถให้หลังจากที่สอบข้าราชการมาได้สักพัก) เราก็โอเคค่ะก็ขอเท่าที่ขอได้ละกัน ก็เอามาซื้อของกินที่กินด้วยกันค่ะให้ลูกให้ตัวเขา คือเราซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางน้อยมากพยายามประหยัดมากถึงมากที่สุดเพราะไม่อยากเป็นภาระใคร แต่กับลูกกับแฟนเราดูแลไม่เคยขาดตกบกพร่อง แล้วเราเลยไปขอตังแม่แฟนค่ะว่าขอสักพันนึงได้ไหมขอเอามาซื้อชุดนักเรียนหลาน แม่แฟนบอกว่าเอ้าก็ให้เงินแฟนเราไปแล้ว เราก็เสียใจค่ะเราร้องไห้ ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม เมื่อไหร่จะเลิกอดทน พอเขาเห็นเขาตะคอกค่ะร้องไห้ทำไม ไร้สาระ เงินของเขาของแม่เขาเราอย่ายิ้ม สติเราหลุดทันทีค่ะเราทำร้ายเขาตีเขาและเขาก็ไม่ทนค่ะเขาต่อยเรากลับมารู้อีกทีก็เลือดกลบปากเราค่ะ พ่อแม่มาเห็นก็โกรธมากค่ะ ส่วนเขาก็ขนของทุกอย่างขับรถออกจากบ้านไป พออีกวันเราทำใจไม่ได้ค่ะที่ชีวิตครอบครัวจะต้องมาพังแบบนี้ เราง้อค่ะ เราขอยอมทุกอย่าง จะอดทนกับทุกอย่างมากกว่านี้ แต่เขาเลือกที่จะไม่กลับค่ะ และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ขอหย่า ซึ่งเราไม่หย่าแต่สุดท้ายเราก็เชื่อเขาค่ะเขามีคำพูดหว่านล้อมเรา เหตุผลต่างๆนาๆทำให้เราเชื่อใจ และเราก็หย่าให้เขาค่ะ ก่อนจะหย่าเขาบอกคิดถึงเรายังรักเราอยู่แต่ขออยู่ห่างกันก่อนให้เราพยายามรักตัวเองสู้เพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อเขา หางานทำแล้วออกมาอยู่ด้วยกัน และลดความอ้วนดูแลตัวเองให้ดีวันนั้นอาจจะเป็นเขาเองก็ได้ที่มาตามง้อ และเขาก็ขอมีอะไรกับเราค่ะซึ่งเราไม่ได้ยินดีที่จะมีแต่ก็ยอม และหลังจากนั้นก็ไปเขตเพื่อไปหย่าซึ่งพ่อแม่เราไม่รู้เรื่องค่ะ พอจากวันนั้นเขาก็เปลี่ยนไปค่ะไม่เหมือนที่คุยไว้เขาเริ่มหายไป ....

ขอไปต่อด้านล่างเพิ่มเติมนะคะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  สังคมคุณแม่ Single Mom หย่าร้าง ประสบการณ์ความรัก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่