JJNY : แหม่มโพธิ์ดำแฉยับโควิดชายแดนแม่สอด/หอการค้าชี้โควิดกระทบหนัก/วิโรจน์ชี้รัฐไร้ประสิทธิภาพ/เสรีพิศุทธ์ลุยยื่นใหม่

แหม่มโพธิ์ดำ กลับมาแล้ว เปิดเพจแฉยับ สถานการณ์โควิด ชายแดนแม่สอด วอนรัฐเร่งแก้ 
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_5692848
 
 
แหม่มโพธิ์ดำ กลับมาแล้ว เปิดเพจอีกครั้ง แฉยับ สถานการณ์การระบาด โควิด19 ที่ชายแดนแม่สอด วอนรัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง 

วันที่ 8 ม.ค.2564 จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19 ในระลอกใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ล่าสุด เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ ออกมาเปิดเพจเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากที่เคยออกมาแฉ ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย ในช่วงโควิดระบาดครั้งแรก
 
ครั้งนี้ แหม่มโพธิ์ดำ อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยระบุถึงปัญหา การลักลอบข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย พร้อมขอความเห็นใจเจ้าหน้าที่ บุคคลากรทางการแพทย์ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโควิด19อยู่ในขณะนี้ และขอให้รัฐบาลจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ต่อมาแหม่มโพธิ์ดำ ยังโพสต์ภาพสถานที่แห่งหนึ่ง พร้อมข้อความต่ออีกว่า 

"เหตุเกิดวันนี้ที่ LQ แห่งหนึ่ง ที่ แม่สอดเช้านี้ และยังระบุอ้างว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 17 ราย ในจำนวน 40 ราย ที่ข้ามกลับเข้ามา
 
โพสต์ต้นฉบับ

 
หอการค้า ชี้พิษโควิดกระทบธุรกิจหนัก จี้รัฐเจรจาแบงก์ช่วยพักหนี้
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2519501
 
หอการค้า ชี้พิษโควิดกระทบธุรกิจหนัก จี้รัฐเจรจาแบงก์ช่วยพักหนี้
 
วันที่ 8 ม.ค. นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสานและที่ปรึกษาหอการค้า จ.นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนทุกภาคส่วนในประเทศโดยเฉพาะภาคธุรกิจ ที่ยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายอยู่ สวนทางกับรายได้ที่ลดลง สถานประกอบกิจการต้องลดค่าใช้จ่ายเพื่อประคองตัวไว้ให้ได้นานที่สุด แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ซึ่งหนทางหนึ่งที่จะช่วยพยุงภาคธุรกิจไว้ได้ คือรัฐบาลต้องเป็นคนกลาง เจรจากับธนาคารพาณิชย์โดยตรง ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่างวดสินเชื่อทุกอย่างเอาไว้ก่อน โดยมีกติกากลางออกมาให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ระบาด เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถดำรงอยู่ได้ หรืออาจออกเป็นมติ ครม.เร่งด่วน ให้ระงับไว้ก่อน รัฐบาลจะต้องจริงจัง พูดตรงๆ ให้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลไปเลย เพราะคาดว่า สถานการณ์จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น และไม่ต่ำกว่า 2 ปีธุรกิจจึงจะฟื้นตัวได้ จึงอยากให้รัฐบาลคิดไว้ด้วยว่าจะทำอย่างไร เพื่อประคองสถานการณ์ให้อยู่ได้ และต้องดึงรัฐมนตรีที่มีความสามารถมาทำงานแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้โดยตรง
 
ส่วนการบริหารงบประมาณปี 2563/2564 ช่วงโควิด เป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมรัฐบาลจึงตั้งงบขาดดุลเท่าเดิม ทั้งๆ ที่ภาคธุรกิจหยุดชะงัก จำหน่ายสินค้าไม่ได้ตามเป้า จะต้องลดต้นทุนลง แต่รัฐยังคงตั้งงบรายรับรายจ่ายเท่าเดิมอยู่ ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายกำลังจับตาอยู่ ส่วนการใช้จ่ายงบแก้ไขปัญหาโควิด-19 จะต้องไม่มีการทุจริต ถ้ามีต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด และทุกภาคส่วนจะต้องจับมือกัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นโดยเร็ว
 
ที่สำคัญ รัฐบาลจะต้องพูดความจริงกับประชาชนว่า มีเงินในคลังหรือมีเงินสำรองอยู่เท่าไร จะสามารถนำเงินมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ต้องแจงสถานภาพทางการเงินให้ชัดเจน ส่วนกรณีที่หลายคนกังวลว่า รัฐบาลไม่มีเงินเยียวยา จึงไม่ประกาศล็อกดาวน์นั้น เรื่องนี้ ตนมองว่า รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะตัดสินใจ โดยอาจยุติโครงการต่างๆ เอาไว้เพื่อเอาเงินมาแก้ไขไวรัสโควิด-19 ก่อนต้องเด็ดขาดทุกเรื่อง ส่วนเงินที่นำมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ก็ควรถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่ควรส่งผ่านโครงการต่างๆ โอนเข้าบัญชีของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะดีที่สุด
 
นอกจากนี้ เรื่องการให้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หรือการออกมาตรการต่างๆ พบว่า ยังไม่มีความชัดเจนหลายเรื่อง อีกทั้งการให้ข้อมูลของรัฐมนตรียังขัดแย้งกันอยู่ ฉะนั้น นายกรัฐมนตรีจะต้องรีบควบคุมสถานการณ์ให้ได้ เพื่อให้ข้อมูลเป็นชุดเดียวกัน อย่าให้ประชาชนสับสน ส่วนการที่ ศบค.และสาธารณสุข พูดไม่ตรงกัน โยนปัญหาให้ 56 จังหวัดพื้นที่สีแดง สีส้ม สีเหลือง แก้ไขกันเอง เรื่องนี้ตนมองว่าทำให้จังหวัดทำงานลำบาก และไม่ยุติธรรมกับจังหวัดเหล่านี้ แต่ถ้ารัฐบาลตัดสินใจให้ออกเป็นนโยบายกลาง แต่ละจังหวัดจะปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่า ยุติธรรมกับทุกฝ่ายและไม่เกิดปัญหาลูกโซ่อื่นๆ ตามมา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่