เหนื่อยใจ ลำบากกาย ยากที่คนระดับนั้นจะเข้าใจ

กระทู้คำถาม
เเม้ว่าจะหายไปนาน อาจจะติดงาน ครั้งก่อนได้ตอบกระทู้ไป เรื่อง ขมขืนใจ ที่สุดของครอบครัวบางที่และต้นทุนชีวิตต่างกัน แม้ว่าจะผิดตกไปบ้างก็ขออภัย ( ข่มขืนใจ ที่สุดของครอบครัวบางที่และต้นทุนชีวิตต่างกัน )
ขอเกริ่นนำ ผมเองที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก แถมญาติพี่น้องก็โครกสับหัว ตลอดเวลา แม้ว่าชีวิตส่วนตัวผมอาจจะสบายใจไปบ้างแล้ว แต่บ้างครั้งการที่เราจะคุยกับคนที่มีพระคุณ อาจจะยาก เนื่องจากความรู้ ประสบการณ์ต่างระดับแถมไม่ได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ดูการเติบโตและการพัฒนาการทางความคิด ยิ่งร้ายไปกว่านั้น หากไปอธิบายหรือพูดให้ใครฟังก็ยากที่จะเข้าใจ
***  เนื่องจากปี 2563 เป็นปีที่โควิด-19 ระบาด ทำให้วงการสายการบินต้องระงับการบิน ผมเองก็อยู่ในสถานะ Leave without pay ซึ่งผมได้ทำเรื่องประกันสังคมไปบ้างที่ต้องเงินชดเชยต้องติดตัว และไปทำใจอยู่ที่วัดอาศัยอยู่กับพระอาจารย์ การอยู่วัดไม่ได้ว่าจะอยู่ฟรีๆ ต้องชำระหนี้สงฆ์ ค่านํ้า-ไฟ จะไปอยู่ฟรีๆไม่ได้ แม่ผมอยู่กับพ่อเลี้ยง ทั้งคู่แทบไม่ทำอะไรเลย ซึ่งเขาคิดว่าผมมีเงินใช้ กลับไปทำงาน ล่าสุดออกรถมอเตอร์ไซต์ และโทรมาบอกว่า ออกมอเตอร์ไซต์ ผมถามไปว่า อ้าว ! แล้วใครเป็นคนส่งล่ะ แม่ผมตอบไปว่า อ๋อ ! ก็พี่ชายพ่อเลี้ยงไง และผมก็ถามต่อถ้าเขาไม่มีจะทำยังไง มาอาศัยเงินผม ผมก็แย่ เพราะอย่าลืมนะ ผมไม่ได้ทำงานแล้ว อยู่ในสถานะ Leave without pay ตอนแรกแม่ผมก็เหมือนจะฟัง ผ่านไปหนึ่งเดือนโทรมาขอเงินส่งค่างวดรถ ผมสะอื้น ! ถึงจะมีเงินประกันสังคมมันใช้ในยามฉุกเฉินนะไม่ใช้เขาจ่ายตลอดและผมเองมีโรคประจำตัวซึ่งต้องไปหาหมอ แม่ผมตอบว่าอ้าวก็แม่นึกว่าลูกกลับไปทำงาน คิดแกคิดแทน และแม่ผมพยายามจะเอาชนะผมเหมือนกับว่าเขาเก่ง รู้ทันสถานการณ์ไปหมดแต่มีปัญหามา โยนมาให้ผมตลอด ก่อนเกิดโควิด-19 ผมก็ส่งให้ชักหน้าไม่ถึงหลังแถมเขาไปฟังข้างบ้านมา ซึ่งข้างบ้านก็ไม่เข้าใจ ยุ..และเอาไปนั่งนินทาลับหลัง แต่แม่ผมเรียกร้องจะเอาแต่เงินตลอดเวลา เคยมีปากเสียงกัน ไม่คุยกันมา 3 เดือนแล้ว เพราะไม่อยากจะได้ยินเสียงและทะเลาะกันอีก คำว่ากตัญญูและหน้าที่ต้องแยกให้ออกจากกัน แต่เขาไม่เข้าใจหรือรับรู้อะไรทั้งสิ้นเลย ส่วนหนึ่งผมไม่ได้อยู่กับเขามาแต่เด็ก แม่ผมฝากให้ ตากับ ยายเลี้ยงแถมชีวิตผมก็ถูกยาย น้า(น้องสาวแม่ผมโครกสับ) ใส่ความหาว่าผมเป็นขโมยเงิน 1 พันบาทของยายผมโน้น ถึงแม่ผมรู้แต่ก็ไม่สามารถปกป้องอะไรได้ ปัจจุบัน ตากับยายผมเสียไปแล้ว ญาติพี่น้องก็กระจัดกระจายกันไป  เหนื่อยมาก...จนเคยคิดว่าอยากจะไปที่ใดที่ไหน ขอเงียบ ปลีกวิเวก ไม่พบเจอ ไม่อยากได้ยินอะไร 
*** บางคนอาจจะพูดว่า แม่ก็คือแม่ ใช้ครับ แต่หน้าที่และบุญคุณต้องแยกให้ออกจากกัน ใครไม่เป็นผมไม่เข้าใจหรอว่าชีวิตผมเจออะไรมาบ้าง ลำบากมาก นอกจากส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี ทำงานได้ระดับนั้นต้องถีบตัวเองขนาดไหน และไหนจะต้องเจอปัญหาสารพัด แม่ผมเรียกจะเอาเงินลูกเดียวโดนไม่สนใจว่าจะมีกินไหม ถึงส่งให้ก็ไม่พอ ( เหมือนเอานํ้าไปเทบนทะเลทราย ) และแม่ผมแกเป็นคนมีปม อยากให้คนเข้าใจมากกว่าตนเอง ผมพูดไปแล้วและแก้ปัญหา อธิบาย บางครั้งก็ต้องปรับความคิดให้เท่าเขาแต่เหนื่อย เหมือนเขาไม่ฟัง เพราะเขาถือว่าผ่านมาเยอะ ประสบการณ์สูงแต่หารู้ไหมว่าประสบการณ์ที่เจอมันต่างจากยุคของเขาโดยสิ้นเชิง เเม่ผมมักจะยึดติดอดีตเพราะคิดว่าต้องเหมือนกันแต่เขาไม่ทำความเข้าใจในยุคปัจจุบันเพื่อนำไปต่อยอดสำหรับวันข้างหน้า เพราะแกคิดว่า ทำงานได้เงินมาง่าย วันนี้หมดพรุ่งนี้หาใหม่ คนส่งเงินให้เกิดปัญหาขึ้นมาไม่แย่หรือตายก่อนเลยหรอ การมีลูกเขาคิดว่าโตขึ้นมาจะได้มาเลี้ยงนั้นคือความคิดของเขา แต่ผมไม่ได้อยู่ด้วยกันมาแต่เด็ก ณ ตอนนี้จะหาความรักความผูกพันมันไม่มีเลย ยากมากเพราะในอดีตมันเลวร้ายสำหรับผมไปมากจนเป็นบทเรียนสำหรับผมว่ารู้แล้ว ต้องทำให้มันดีขึ้น เพราะต้นทุนชีวิตติดลบมาแต่ต้นหากไม่มีพระอาจารย์คอยชี้ทางสว่างให้ ไม่รู้ว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร
**บางทีผมได้ข้อคิดจากกระทู้ครั้งที่แล้ว ทำให้ผมมีกำลังใจมาบ้างแต่ครั้งนี้ต้องการคำปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดีและต้องการคำแนะนำจากชาว Pantip แม่ผมไม่หยุดหย่อนที่จะขอเอาเงินตลอดเวลาทั้งๆที่ผมตกในสถานะที่ลำบาก ผมเคยบอกไปแล้วว่ามีก็ต้องรู้จักใช้รู้จักเก็บ ไม่ฟัง..เอาผมไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ผมพูดไปแล้วว่าจะเอาไปเปรียบเทียบทำไม ต้นทุนเรามันได้เท่านี้ส่วนที่เหลือก็ต้อง active ตนเองหรือเปล่า ตีมึนใส่ผมอีก...ดังนั้นรบกวนขอคำปรึกษาว่าควรจะต้องทำอย่างไร อย่างน้อยอาจจะพอเห็นทางบ้าง พูดตามตรงเลย...อยากจะอยู่ในสถานที่เงียบๆ อยู่ในโลกใบใหม่ที่ผู้คนแปลกใหม่ ไม่ต้องรู้จักใคร หากน้านฟ้าเปิดอาจจะวางแผนย้ายไปต่างประเทศ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่