เดินเกาะราวบันไดแน่น กลัวตก กับความไม่มั่นใจในตัวเอง

จะพยายามเล่าให้เข้าใจง่ายที่สุดค่ะ อาจมีย้อนไปมาบ้าง ถ้าอ่านแล้วเข้าใจยากปิดกระทู้ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

เรามีน้องสาวฝาแฝดค่ะ แกเป็นโรคประสาท โรคทางใจ โรคทางอารมณ์ รักษาจนถึง ม.ต้นก็หยุดรักษาไป เพราะน้องมันคิดว่าคนที่ควรรักษามากกว่ามันคือแม่
ระหว่างเติบโตมาด้วยกัน พ่อแม่เราจะต้องมาฝากฝังให้เราดูแลน้องเวลาตัวเองไปไหนแล้วเอาเด็กไปด้วยไม่ได้ แล้วทุกครั้งที่กลับบ้านมา เราจะเป็นแผลเต็มตัว เลือดออกบ้าง ตัวช้ำบ้าง เราโดนน้องทำร้ายค่ะ เราก็บอกพ่อแม่ตลอดว่าเราจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว เพราะคนที่ซวยคือเราโดยตลอด พ่อแม่ก็ด่าว่าอะไร ให้ทำเรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ก็มาตบตีเราอีก พอวันจันทร์ก็มีแผลเต็มตัวไปโรงเรียน ไม่ว่าครูประจำชั้นหรือครูแนะแนวถามว่าเราไปโดนอะไรมา เราก็เล่าเรื่องจริงอะ แต่ไม่มีใครเชื่อเราเลย (หรือเขาไม่แสดงออกแล้วแอบไปคุยกันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน)

เรื่องแบบนี้ก็เกิดซ้ำไปมากระทั่งเราไม่มีเพื่อนตั้งแต่ ป.4 หิ้วถังขยะไปทิ้งหลังเลิกเรียนทุกวันจน ป.6 รู้สึกว่าตัวเองเป็นขยะ ไม่มีคุณค่าใดๆ อยากตายกลางกองขยะให้รู้แล้วรู้รอด ถูกพ่อขัดขวางการเรียนศิลปะพิเศษที่ครูจะสอนให้ไปประกวด เราร้องไห้เสียดายทุกครั้ง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา น้ำตาเราก็ไม่ไหลออกมาอีก (จนกระทั่งเร็วๆ นี้ ได้ร้องไห้เป็นแล้ว) 

ม.ปลาย น้องสาวก็ยังไม่ยอมไปรักษาจิตเวช แล้วเรามีเหตุที่ต้องย้ายห้องไปเรียนห้องเดียวกับมัน (เราขอที่บ้านแล้วว่าไม่อยากเรียนที่นี่ อยากเรียนอะไรที่มันทำงานได้เลยมากกว่าเรียนมัธยม เสียเวลาเปล่าๆ แต่แม่ไม่เห็นด้วย พูดว่าให้เราดูแลน้องไป และเป็นช่วงชีวิตที่เราทุกข์ที่สุดเพราะไม่มีเพื่อนทั้งระดับชั้น)

อาการตกบันไดเริ่มมาออกหนักๆ ช่วงนี้ ขาขึ้นไม่เป็นไร แต่ขาลงนี่เล่นเอาประสาทเสีย ใช้สองมือเกาะราวให้แน่นแล้วค่อยๆ เดินลงไปเพราะระแวงตลอดว่าน้อง (หรือคนอื่นที่รู้เรื่องนี้) จะมาแกล้งเราโดยการผลักเราตกบันไดที่โรงเรียน (ส่วนที่บ้านนี่โดนอยู่แล้ว) 

มหาลัย แม่มาขอร้องอีกให้ไปเรียนที่เดียวกับน้องอีก แต่เราไม่เอาแล้ว และบอกเขาว่าจะไม่ทนอีกแล้ว พอกันที ต่างคนต่างเรียน เราก็จะได้ค้นหาตนเองด้วยว่าอาการบางอย่าง โรคบางอย่างที่เราเป็นนี่เรียกว่าอะไร (สมัยนั้นเนตยังไม่เจริญเท่าไร ร้านหน้าโรงเรียนก็ชม.ละ 50 บาทแน่ะ)

เลือกที่จะเรียนไป ทำงานไป หนีออกจากบ้านสองหน อาการกลัวบันไดดีขึ้นมาก สามารถวิ่งลงบันไดได้แล้ว พอใกล้ๆ เรียนจบก็กลับบ้าน แม่ขอไว้ว่าอยากเห็นปริญญา ก็ตามใจ

หลังจากนั้นพอใกล้เบญจเพศ ตกงาน แล้วก็ลื่นล้มที่เชียงใหม่ จากนั้นก็กลายเป็นชอคโกแลตซีสต์ ฉีดมอร์ฟีนพร้อมยาคุมสามเดือนครั้ง กินยาเยอะมาก จากนั้นมาก็ไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย ถึงจะพยายามไปสมัคร ลองไปทำแล้วก็ได้มากสุดแค่ 8 เดือน ก็ต้องออก ทนปวดไม่ได้ ร้องไห้แบบไร้น้ำตา อาการกลัวบันไดก็ตามมาหลอกหลอนเรื่อยๆ ทุกครั้งที่จะลงบันไดจะยืนขาสั่น ตาเหลือก ภาพในหัวสมัยเด็กๆ วนไปวนมาจนมือเปียก มีลื่นบ้าง แต่ก็ถือว่าโชคดีมั้งที่ไม่ล้มหัวคะมำลงไปสักที 

กระทั่งเมื่อกลางปีที่แล้ว เราก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะว่าเราติดเชื้อในกระแสเลือด แต่เป็นแผลที่ขาไม่หายสักที แล้วก็มีที่อื่นมารวมๆ ด้วย รวมถึงหวัด ไม่มีคนที่บ้านถามไถ่ ปล่อยให้ไปหาหมอเองทั้งๆ ที่ตัวร้อน และอาเจียน กระทั่งต้องวิ่งรอกไป รพ. จริงๆ แม่ถึงจำเป็นต้องออกโรงคอยพยุงตัวเราไปไหนมาไหน เพราะเราเริ่มเดินไม่ได้แล้ว แต่พ่อแม่เข้าใจว่าเพราะยาจิตเวชที่เรากินอยู่มากมายทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาถึงกับต่อว่าหมอแรงๆ ต่อหน้าเลยทีเดียว (ขอบคุณที่หมอใจเย็น)

เราไปนอน รพ. สองคืน จนแน่ใจว่าเชื้อหมดแล้วจึงกลับบ้านอย่าง "ภาระ" พ่อกับแม่ด่าว่าเราเป็นภาระ หาเงินเข้าบ้านก็ไม่ได้ (ไม่มีให้เขาขอจนพอใจถึงจะถูก) แกล้งป่วยหรือเปล่า บลาๆๆ ค่ารักษาเท่าไร ค่ายาเท่าไร หมดเปลืองไปเท่าไร ... โคตรน้อยใจ ... เราต้องนอนหน้าห้องน้ำอยู่เกือบสามเดือนเพราะเราไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายของเราได้ ระหว่างนั้นก็ทำกายภาพบำบัดไปด้วย

ไม่ใช่เราไม่มีปากเสียงอะไรนะ ด่ากลับแรงด้วย ไม่สนแล้วบุญกรรม บุญคุณอะไรนั่น มันไม่มีในโลกหรอก เลยเอาไอ้ที่เขาใส่อารมณ์กับเราทั้งหมดตั้งแต่เราจำความได้ ใส่กลับไป ... ทุกคนอึ้ง พูดไม่ออก ... แล้วเราก็บอกว่า ถ้าเราร่างกายเป็นปกติเมื่อไร จะทำงานหาเงินหนักๆ ให้กลับมานอนที่บ้านเท่านั้น ไม่ต้องเห็นหน้าเห็นตากันอีก อยากได้เงินก็เอาไป แต่ถ้าเมื่อไรฉันไม่ไหว ก็จะไม่ฝีนตัวเองอีกแล้ว ... ไม่ได้อยากทำแบบนั้นเพราะปีกกล้าขาแข็งอะไร แต่มันหมดความอดทนมากกว่า

ตอนนี้ร่างกายเรา 95% แล้ว กำลังหางานและหาที่อยู่ใหม่อยู่ เพราะงานที่เคยยสมัครไปเมื่อกลางปีเค้าคงไม่รอเราแล้ว เห็นแล้วว่าเค้าติดต่อมา แต่เราไม่สามารถติดต่อกลับไปได้ เหมือนตัวบวมทั้งตัว ทุกอวัยวะใหญ่ไปหมด กดมือถือไม่ได้ ถึงกดได้ก็กดผิดตำแหน่ง เป็นแบบนั้นอยู่สามเดือน พอเหอะ เศร้า

จากกระทู้นี้ สิ่งที่สงสัยคือ
อาการกลัวบันได คือ อาการกลัวความสูง หรือกลัวทางจิตจากกระถูกทำร้ายเมื่อวัยเด็ก
เราจะแก้ไขอย่างไรดี (จิตแพทย์เราได้จ่ายยาแก้อาการวิตากังวลหลายตัวอยู่)
กรุณาแนะนำเพิ่มเติมในสิ่งที่คนในสังคมปกติเค้าทำกันด้วยเถิดค่ะ 

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่