11 ที่สุดเหตุการณ์วงการกีฬาปี 2020

ปี 2020 กำลังจะผ่านพ้นไป และปี 2021 กำลังจะย่างกรายเข้ามา



ตลอดปี 2020 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างที่อยู่ในความทรงจำ มีทั้งเรื่องน่ายินดี และเรื่องน่าเศร้า โดยเฉพาะการจากไปของบุคคลวงการฟุตบอลที่เกิดเรื่องช็อคความรู้สึกทำเอาใครหลายคนใจหาย...

 สุดช็อก! โคบี้ ไบรอันท์ เสียชีวิต, เลเกอร์ส คว้าแชมป์แรกในรอบ 10 ปี

โคบี้ ไบรอันท์ คือสุดยอดนักบาสเกตบอลแห่งยุค เรียกได้ว่านับตั้งแต่เข้าสู่ยุคมิลเลเนียม ไม่มีใครอีกแล้วที่จะมีชื่อเสียงในวงการไปมากกว่าเขา

 เป็นเรื่องน่าเศร้าตั้งแต่เดือนแรกของปี 2020 เมื่อ ไบรอันท์ เสียชีวิตกะทันหันในวัยเพียงแค่ 41 ปีจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 26 มกราคม ซึ่ง จานน่า ลูกสาวของเขาก็เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุสลดครั้งนั้น
    สำหรับ โคบี้ คว้าแชมป์เอ็นบีเอ 5 สมัย และติดทีมออลสตาร์ 18 ครั้ง ตัดสินใจเลิกเล่นเมื่อปี 2016 โดย เลเกอร์ส ได้ประกาศเลิกใช้เสื้อหมายเลข 8 และ 24 เพื่อเป็นเกียรติให้กับหนึ่งในนักยัดห่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ
    ในความอาลัยของแฟนๆ เลเกอร์ส ก็ยังพอมีรอยยิ้มได้บ้าง เมื่อ ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส คว้าแชมป์ เอ็นบีเอ ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 17 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลร่วมกับ  บอสตัน เซลติกส์ อีกด้วย

30 ปีที่รอคอยของ "หงส์แดง"



ลิเวอร์พูล ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดมานาน 30 ปีได้สำเร็จ โดยฤดูกาล 2019/20 คือซีซั่นที่พลพรรหงส์แดง ทำผลงานเปรี้ยงปร้างนำเดี่ยวหัวตารางม้วนเดียวจบ

อย่างไรก็ตาม กว่าที่พวกเขาจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการสำหรับตำแหน่ง "แชมเปี้ยนส์ ออฟ อิงแลนด์" นั้น ต้องเจออุปสรรคครั้งใหญ่นั่นคือ วิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก 

ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างผลงานที่ไม่มีทีมใดเคยทำมาก่อน คือ 27 นัดแรกของซีซั่น กวาดชัยชนะได้ถึง 26 นัด พลาดท่าเสมอแค่เกมเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะแพ้ต่อ วัตฟอร์ด 0-3 และหลังจากนั้น 1 นัดกลับมาเอาชนะ บอร์นมัธ ได้ 2-1 ซึ่งนั่นคือเกมลีกนัดสุดท้ายก่อนจะพักทำการแข่งขันร่วมๆ 3 เดือน

"หงส์แดง" สร้างสถิติมากมายในซีซั่นก่อน ทั้งคว้าชัยติดต่อกันมากที่สุด 18 นัด, ชนะเกมในบ้าน 18 จาก 19 นัด, ชนะมากที่สุด 32 นัด รวมถึงคว้าแชมป์ลีกเร็วที่สุดขณะที่ยังเหลือเกมการแข่งขันถึง 7 เกม

ปีทอง"เสือใต้"! บาเยิร์น กวาดเรียบทุกแชมป์ 



แม้ทั่วโลกกำลังปั่นป่วนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" แต่ปี 2020 ถือเป็นอีกหนึ่งขวบปีแห่งความทรงจำในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร บาเยิร์น มิวนิค เลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาเดินหน้ากวาดแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขัน ซึ่งนับๆ ดูแล้วมากถึง 5 รายการเลยทีเดียว โดยทัพ "เสือใต้" ปิดฉากฤดูกาล 2019/20 ด้วยการซิวทริปเปิ้ลแชมป์ จากการที่เก็บเรียบทั้ง บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

มาฤดูกาลนี้หรือซีซั่น 2020/21 บาเยิร์น ก็ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู และสะสมแชมป์เพิ่มอีก 2 รายการ ซึ่งนั่นก็คือ เดเอฟแอล-ซูเปอร์ คัพ ต่อด้วย ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แถมรูดม่านปิดฉากปี 2020 ด้วยการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงในลีกด้วย หลังบุกไปพลิกสอย ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สุดระทึก 2-1 ในเกมส่งท้ายปี เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม

นอกจากเป็นปีแห่งความสำเร็จเหนือชาวบ้านของ บาเยิร์น แล้ว ปี 2020 ยังถือเป็นปีสุดมหัศจรรย์สำหรับกุนซือของพวกเขาอย่าง ฮันซี่ ฟลิค ด้วย เพราะก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครรู้จักเขา แถมถูกตั้งคำถามมากมาย ตอนก้าวขึ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชมาคุมทัพ "เสือใต้" แทน นิโก้ โควัช เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ทว่าสุดท้าย โค้ชเลือดเบียร์วัย 55 ปี กลับทำผลงานได้เหนือความคาดหมาย พา บาเยิร์น คว้าแชมป์เป็นว่าเล่นอย่างที่เห็น  

อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงประจำทีมวัย 32 ปี เพราะเขาถือเป็นกำลังสำคัญในความสำเร็จของ บาเยิร์น แถมมีสถิติการทำประตูที่สุดยอดมากๆ ตลอดปี 2020 หลังพังตาข่ายทีมคู่แข่งรวมทั้งการเล่นให้สโมสรและทีมชาติโปแลนด์มากถึง 47 ตุง จาก 36 นัด และยังทำ 15 แอสซิสต์ด้วย นับเป็นปีทองสำหรับ เลวานดอฟสกี้ อย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ปีนี้ไม่มีการมอบรางวัล บัลลง ดอร์ แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ได้รางวัลยศสูงกว่าอย่างแข้งยอดเยี่ยมชายแห่งปีของ ฟีฟ่า หรือ "เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์" ไปครอง

สิ้น "เสือเตี้ย" ดีเอโก้ มาราโดน่า, อาลัย ซาเบย่า อดีตกุนซือฟ้า-ขาว เสียชีวิต



ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย เกิดเรื่องช็อกวงการลูกหนังโลก เมื่อสองสื่อชั้นนำของ อาร์เจนติน่า อย่าง กลาริน และ โอเล่ ต่างรายงานข่าวตรงกันว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดตำนานนักฟุตบอลอาร์เจนไตน์ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ด้วยอาการหัวใจวาย ในวัย 60 ปี 

ดีเอโก้ มาราโดน่า สุดยอดตำนานนักฟุตบอลชาวอาร์เจนไตน์ เสียชีวิตในวัย 60 ปี ด้วยอาการหัวใจวาย เมื่อวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตามรายงานจากทั้ง กลาริน และ โอเล่ สองสื่อชั้นนำเมือง "ฟ้า-ขาว"

มาราโดน่า ได้รับการยกย่องให้เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล โดยไฮไลต์สำคัญของเจ้าตัวคือการช่วยทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ เมื่อปี 1986 หลังชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ 

และที่ไม่มีใครลืมคือ "แฮนด์ ออฟ ก็อด" ที่ มาราโดน่า ทำประตูใส่ทีมชาติอังกฤษ และลีลาลากกระชากแหวกแนวรับ"สิงโตคำราม" เข้าไปทำประตู

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าคือ การจาไปของ อเลฮานโดร ซาเบย่า อดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา

ซาเบย่า ซึ่งเป็นอดีตเทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดรองแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 เสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ 8 ธันวาคม หลังจากที่ป่วยหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้เข้าต้องจบชีวิตลงด้วยวัย 66 ปี

ซาเบย่า เคยเป็นกองกลางฝีเท้าดีคนหนึ่งด้วย โดยเขาเคยเล่นให้ทีมอย่าง ริเวอร์ เพลท, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ลีดส์ ยูไนเต็ด รวมถึงเคยลงเล่นให้ทัพ "ฟ้า-ขาว" 8 นัด ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดไปในปี 1989

ดาวซัลโว บอลโลก'82 เสียชีวิตกะทันหัน



ไม่ใช่แค่ ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่ถือเป็นยอดแข้งนักฟุตบอลจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ เปาโล รอสซี่ เจ้าของรางวัลดาวซัลโวฟุตบอลโลก ปี 1982 ก็เสียชีวิตไปแบบกะทันหันเช่นกัน เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม

รอสซี่ ตำนานกองหน้าชาวอิตาเลียน เสียชีวิตลงด้วยวัย 64 ปี แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร แต่คาดว่าเป็นเพราะเจ้าตัวป่วยหนักมาพักหนึ่งแล้ว

สำหรับ รอสซี่ เคยประสบความสำเร็จอย่างมากกับ ยูเวนตุส ไม่ว่าจะเป็นการได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ  1 ครั้ง, คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 หน, โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 ครั้ง

เหล่าคนวงการฟุตบอลเสียชีวิตกันระนาว



นอกจาก มาราโดน่า และ รอสซี่ แล้ว แจ็ค ชาร์ลตัน ตำนานกองหลังทีมชาติอังกฤษ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด เสียชีวิตด้วยวัย 85 ปี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม หลังจากที่ป่วยมาเป็นเวลานาน และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อปีก่อน

ขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมรุ่นทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก 1966 ของ ชาร์ลตัน ก็เสียชีวิตลงหลังสู้กับโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมีภาวะสมองเสื่อมขั้นสูงมาเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ปีเตอร์ โบเน็ตติ ตำนานนายทวารของ เชลซี, เรย์ คลีเมนซ์ ตำนานผู้รักษาประตูของ ลิเวอร์พูล และ นอร์แมน ฮันเตอร์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็เสียชีวิตในปีปฏิทินเดียวกัน

รวมถึง ปาเป้ บูบา ดิย็อป อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติเซเนกัล ชุดช็อกโลกคว่ำ ฝรั่งเศส ในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2002 ก็มาเสียชีวิตแล้วในวัย 42 ปี หลังจากล้มป่วยมานาน

อดีตกุนซือ "หงส์แดง" จากโลก



วงการลูกหนังโลกต้องเจอกับข่าวช็อกต่อเนื่องเมื่อ เชราร์ อุลลิเย่ร์ อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล เสียชีวิตลงด้วยวัย 73 ปี หลังจากเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจครั้งใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

อุลลิเย่ร์ เคยสร้างชื่อในสมัยเข้ามาเป็นกุนซือของ ลิเวอร์พูล ในช่วงระหว่างปี 1998-2004 พาทีมคว้าแชมป์เอฟ เอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย, แชร์ลิตี้ ชิลด์ 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีก 1 สมัย นอกจากนี้ยังพา โอลิมปิก ลียง คว้าแชมป์ ลีก เอิง ได้อีก 2 ครั้งอีกด้วย   

และที่ลืมไม่ได้คือ อุลลิเย่ร์ คือผู้ปลุกปั้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด จากเด็กอะคาเดมี่จนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และต่อยอดด้วยการมอบตำแหน่งกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ต่อจาก ซามี่ ฮูเปีย

วิกฤติโควิดสะเทือนวงการลูกหนัง



ในโลกยุค "นิว นอร์มอล" ไม่เพียงแต่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว วงการฟุตบอลก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเห็นเช่นกัน

ไล่เรียงตั้งแต่ การแข่งขันฤดูกาลที่ยาวนานกว่าปกติ, การไม่มีคนดูเข้าชมในสนาม และการจัดการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ โดยใช้สนามกลางตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

ความไม่ปกตินั้น บรรเทาด้วยการที่เราได้เห็นลีกต่างๆ เริ่มอนุญาตให้แฟนบอลเข้ามาชมเกม อย่างเช่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จัดให้เข้าชมตามมาตรการของรัฐบาล

นอกจากนี้ เรายังได้เห็นผลกระทบทางด้านการเงินของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า สองมหาอำนาจลูกหนัง ลาลีกา สเปน ที่เจอปัญหานี้เข้าเต็มๆ และอาจจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในช่วงระยะเวลาอันใกล้

ชีฟส์ คว้า ซูเปอร์ โบว์ล ครั้งแรกในรอบครึ่งศตวรรษ



ในเดือนกุมภาพันธ์ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ชนะแบบสุดดราม่าได้ แถมยังเกิดขึ้นในเกมที่สำคัญที่สุดประจำปีของวงการ เอ็นเอฟแอล(NFL) ด้วย พวกเขาพลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 10 แต้มจนกลับมาชนะได้ ในตอนแรก ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส นำอยู่ 20-10 คะแนน ในเกม ซูเปอร์โบว์ล 2020 แต่สุดท้าย ชีฟส์ กลับแซงชนะไป 31-20

แพททริค มาโฮมส์ ควอเตอร์แบ็คของ ชีฟส์ ยืนหยัดสู้กับ ซาน ฟรานซิสโก ได้เกือบตลอดทั้งเกมกับการเล่นที่ ฮาร์ด ร็อค สเตเดี้ยม อย่างไรก็ตาม ตอนแรกสถานการณ์ดูไม่เป็นใจให้กับ ชีฟส์ เลย จนกระทั่งมาถึงควอเตอร์ที่ 4 ที่พวกเขาจำเป็นต้องพลิกสถานการณ์จากการตามหลัง 10 คะแนนให้ได้ การขว้างที่สมบูรณ์แบบของ มาโฮมส์ เปลี่ยนสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ และ ชีฟส์ ก็ได้แชมป์ซูเปอร์โบว์ล เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ด้วยการทำรวดเดียว 21 คะแนนในช่วงเวลาเพียง 4 นาทีกับ 47 วินาที

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ฟุตบอลต่างประเทศ Liverpool F.C. อเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล Diego Maradona
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่