[CR] พระตำหนักใหญ่วังเทเวศร์ ค่ำคืนอันทรงคุณค่า และประตูแห่งกาลเวลาที่เปิดต้อนรับ

เปิดประสบการณ์กาลาดินเนอร์แบบ 𝐄𝐱𝐜𝐥𝐮𝐬𝐢𝐯𝐞 ในสถานที่ประวัติศาสตร์ 
พร้อมโชว์พิเศษ จาก ๓ ศิลปิน ที่จะทําให้งาน 𝐂𝐡𝐫𝐢𝐬𝐭𝐦𝐚𝐬 𝐂𝐞𝐥𝐞𝐛𝐫𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 @𝐃𝐞𝐯𝐚 𝐌𝐚𝐧𝐨𝐫 𝐛𝐲 𝐋𝐞 𝐋𝐚𝐩𝐢𝐧 สมบูรณ์แบบและอบอุ่นกว่าครั้งไหน ๆ

- ครูแซม พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้สืบทอดดูแลพระตําหนักคนปัจจุบันกับการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์พระตําหนักใหญ่ วังเทเวศร์

- เชฟปุญญเนตร ชนัพประภัศร์ แห่ง 𝐋𝐞 𝐋𝐚𝐩𝐢𝐧 หรือ เชฟผึ้ง 𝐌𝐚𝐬𝐭𝐞𝐫𝐜𝐡𝐞𝐟 𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐒𝐞𝐚𝐬𝐨𝐧 𝟐 มารังสรรค์ปรุงแต่งเมนูสุดพิเศษ เพื่อร่วม
   ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระตําหนักผ่านอาหารอย่างมีชั้นเชิง

- พี่พืช ภาคิน อิศรกุล หรือ พืช 𝐓𝐡𝐞 𝐕𝐨𝐢𝐜𝐞 สุดยอดนักร้องเสียงทุ้มนุ่มลึกทรงพลัง มาร่วมขับกล่อมบทเพลงแห่งวันวานที่แสนอบอุ่นในสไตล์ 𝐉𝐚𝐳𝐳 
  แบบสด ๆ 





พระตําหนักใหญ่ วังเทเวศร์ เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระราชโอรสลําดับที่ ๑๒ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ เจ้าจอมมารดาอ่วม โดยพระตําหนักสําคัญแห่งนี้ พระพุทธเจ้าหลวงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่พระองค์ท่านในปี พ.ศ. ๒๔๓๙




ปัจจุบัน พระตําหนักใหญ่ วังเทเวศร์ได้รับการบูรณะจาก พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา(ครูแซม) ผู้ปลุกให้สถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสง่างามอย่างสมพระเกียรติ... ราวกับเมื่อ ๑๒๔ ปีที่แล้ว

พระตำหนักแห่งนี้ มีการตกทอดแบ่งเป็น ๓ Episode ใหญ่ ๆ คือ
๑.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ(ต้นราชสกุลกิติยากร)
๒.พระยาอนิรุทธเทวา (ได้มารับช่วงดูแลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕)
๓.ครูแซม (ผู้ดูแลปัจจุบัน)

[ รูปภาพพระตําหนักใหญ่ วังเทเวศร์ (เดิม) ที่ครูแซมไปค้นคว้าจากหอสมุดแห่งชาติและที่ต่าง ๆ ]

พระตำหนักใหญ่ฯ ที่ครูแซมรับช่วงดูแลนั้น เดิมทีไม่ได้มีสภาพสมบูรณ์เฉกเช่นทุกวันนี้ หากมีร่องรองความเสียหายและสึกกร่อนตามกาลเวลามากมาย เพราะเคยถูกปล่อยร้างด้วยเหตุผลบางประการ อีกทั้งในช่วงเวลาระหว่าง 𝐄𝐩𝐢𝐬𝐨𝐝𝐞 ก็มีการเสริมแต่งอาคารเพิ่มเติม ทำให้นับวันตัวอาคารยิ่งห่างไกลจากความ 'ออริจินัล' ไปทุกที

"ดังนั้นอะไรที่เกินผมทุบ อะไรที่ขาดก็เติมเข้าไป เพื่อให้การบูรณะออกมาแล้วใกล้เคียงกับของเดิมที่สุด" ครูแซมกล่าว พร้อมเสริมว่าการบูรณะนั้นต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะมาก ทุกอย่างต้องประณีตต้องสมพระเกียรติที่สุด ทำให้การบูรณะครั้งสำคัญนี้ใช้ระยะเวลายาวนานถึง ๑๒ ปี 


"ภารกิจของผมไม่ใช่การมาเป็นเจ้าของ, ผมเป็นแค่ผู้ดูแลทํานุบํารุงรักษา เพื่อส่งมอบไปยังเจนเนอเรชั่นถัดไป" ครูแซมกล่าวพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ

พระบรมฉายาลักษณ์พร้อมลายพระหัตถ์ของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๖

บริเวณโถงบันไดประดับประดาด้วยรูปถ่ายของบรรพบุรุษผู้อยู่อาศัยเดิม แต่ที่สะดุดตาที่สุดสําหรับผม คือ พระบรมฉายาลักษณ์พร้อมลายพระหัตถ์ของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๖ ถึงพระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ ; คุณปู่ของครูแซม) มหาดเล็กคนสําคัญและอดีตผู้บัญชาการกรมมหรสพในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

การตกแต่งบูรณะห้องต่าง ๆ ดูน่าสนใจไม่น้อย อย่างเช่น ห้องนี้ที่เลือกใช้โทนสีชมพูอ่อน ส่วนตัวผมรู้สึกเลื่อมใสครูแซม ที่ยังคุมโทนสีไม่ให้หลุดจากสไตล์ 𝐂𝐨𝐥𝐨𝐧𝐢𝐚𝐥 ของอาคาร โดยครูแซมเผยถึงสาเหตุที่เลือกโทนสีชมพูอ่อน เพราะพระยาอนิรุทธเทวาท่านชื่นชอบสีชมพู สังเกตได้จากสีของเครื่องเรือนต่าง ๆ

"ที่สําคัญคือท่านเจ้าคุณเกิดวันอังคาร จึงถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสําคัญ" ครูแซมเฉลยเพิ่มเติม


เครื่องเรือนพร้อมตรา 'เทวดาถือกระโถน' อันเป็นสัญลักษณ์ประจําตระกลูอนิรุทธเทวา

ตัวอย่างเครื่องเรือนทุกชิ้นนอกจากจะเป็นสีโทนชมพูแล้ว สังเกตว่าจะมีตรา 'เทวดาถือกระโถน' สัญลักษณ์ประจํา 'ตระกูลอนิรุทธเทวา' ประดับลวดลายไว้ทุกชิ้น โดยเครื่องเรือนต่าง ๆ นั้นได้ 'ครูตอง' ภรรยาของครูแซม เป็นส่วนสําคัญในการช่วยรวบรวมและดูแลทําความสะอาดให้กลับมาดูใหม่อย่างสมพระเกียรติที่สุด

"เครื่องเรือนนี้เป็นของส่วนตัวของคุณปู่พี่แซมทั้งหมด พี่เองแค่ช่วยรวบรวมให้เป็นระเบียบและสมพระเกียรติเท่านั้น" ครูตองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นอกจากนี้หากซูมเข้าไปบริเวณด้ามมีด จะพบว่าผลิตจาก 'งาช้าง' อย่างประณีต

กระจกโบราณ

โถง 𝐇𝐚𝐥𝐥𝐰𝐚𝐲 เป็นบริเวณสําคัญ เพราะเราจะได้เห็นกระจกโบราณสุดแอนทีค ซึ่งผมแอบได้ยินครูแซมเล่าให้แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในงานฟังว่า เมื่อคราวที่ อ.เผ่าทอง ทองเจือ นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีชื่อดังมาเยี่ยมชมพระตําหนักใหญ่ฯก็ยังอดตะลึงในความงามของกระจกแอนทีคไม่ได้ พร้อมกับบอกครูแซมสั้น ๆ ว่า

"คุณค่าของกระจกบานนี้ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้"


กระจกสีที่เห็นเป็นของดั้งเดิมราว ๘๐ - ๙๐ % ดังนั้นความท้าทายของครูแซมคือการหา 'สเตนกลาส' ที่ใหม่แต่ก็ดูเก่าพอที่จะผสานให้กระจกนั้นกลับมางดงามและคงสภาพเดิมที่สุด (สารภาพว่าผมแยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นงานเก่างานใหม่)

"เวลาดีที่สุดในการมองกระจกบริเวณนี้ คือช่วงประมาณ ๕ โมงเย็น เพราะแสงที่ส่องกระทบเข้ามา จะทําให้กระจกมีประกายสวยงามราวกับอยู่ในโบสถ์ฝรั่ง" ครูแซมกล่าว

นอกจากกระจกแล้ว ประตูทั้งหมดผลิตจากไม้สักทอง ส่วนลายฉลุก็เป็นของดั้งเดิม ต่างจากปัจจุบันที่ลายฉลุมักผลิตจากบล็อกสำเร็จรูป


เมื่อเข็มสั้นชี้ไปที่เลข ๗ ครูแซมก็พาแขกเหรื่อมายังห้องทรงพระสําราญ แม้ผมจะแอบเล็งบางเมนูเป็นพิเศษ แต่การรับประทานอาหารถือเป็นศิลปะในการใช้ชีวิต ดังนั้นตามธรรมเนียมปฏิบัติ เราจึงพบกับขนมปังก้อนกลมเป็นอย่างแรก


เชฟผึ้งบอกว่า 𝐁𝐫𝐢𝐨𝐜𝐡𝐞 ทุกชิ้นผลิตเองวันต่อวันด้วยยีสต์ชั้นยอดจากฝรั่งเศส เสิร์ฟคู่กับเนย 𝐀𝐎𝐏 (เนยที่ได้รับการการันตีสูงสุด) เมื่อรับประทานคู่กันให้ความรู้สึกนุ่มละมุน ละลายในปาก จนอยากให้คุณพ่อมาลิ้มลองด้วยกัน 

บรรยากาศห้องทรงพระสำราญ (ช่วงกลางวัน) 

𝐂𝐡𝐚𝐩𝐭𝐞𝐫𝟎 กาลเวลา : 𝐓𝐫𝐮𝐟𝐟𝐥𝐞 𝐂𝐡𝐨𝐮𝐱

บอกเล่าเรื่องราวของพระตําหนักใหญ่ฯ ผ่านกล่องไม้สีดําที่เชฟผึ้งชวนให้เราเปิดออก พร้อมควันจาง ๆ จากแมกไม้ที่ซ่อนอยู่ด้านใน เพื่อพบกับเมนูแรก ที่ได้แรงบันดาลใจจากพระตําหนักใหญ่ฯ ที่เดินทางผ่านห้วงการเปลี่ยนแปลงตลอด ๑๒๔ ปี
จุดเด่นของ ’กาลเวลา’ ยกให้รสชาติของลาวาทรัฟเฟิลที่เยิ้มแบบจัดเต็ม...ชนิดกัดแรง ๆ มี กระเด็น !!!

𝐂𝐡𝐚𝐩𝐭𝐞𝐫𝟏 แรกพบ : 𝐂𝐫𝐚𝐛 𝗪𝐢𝐭𝐡 𝐌𝐚𝐧𝐠𝐨 𝐀𝐧𝐝 𝐀𝐯𝐨𝐜𝐚𝐝𝐨 𝐒𝐚𝐥𝐬𝐚, 𝐏𝐚𝐬𝐬𝐢𝐨𝐧
𝐅𝐫𝐮𝐢𝐭 𝐒𝐩𝐡𝐞𝐫𝐞𝐬 𝐂𝐨𝐯𝐞𝐫 𝐰𝐢𝐭𝐡 𝐒𝐚𝐛𝐥𝐞 𝐋𝐢𝐧𝐳𝐞𝐫 𝐂𝐡𝐚𝐫𝐜𝐨𝐚𝐥

แรกพบ เป็น 𝐀𝐩𝐩𝐞𝐭𝐢𝐳𝐞𝐫 บอกเล่าถึงเรื่องราวของครูแซม เมื่อครั้งได้มาดูแลพระตําหนักฯ หลังจากถูกปิดไปกว่า ๕๐ ปี ซึ่งตัว 𝐒𝐚𝐛𝐥𝐞 𝐋𝐢𝐧𝐳𝐞𝐫 𝐂𝐡𝐚𝐫𝐜𝐨𝐚𝐥 (คล้ายกับ𝐂𝐫𝐚𝐜𝐤𝐞𝐫) สื่อถึงซากปรักหักพังและความไม่สมบูรณ์แบบที่ปิดบังความงามที่แท้จริง

แต่ข้างในซากปรักหักพังนั้น เราก็เห็นความสวยงามเช่นกัน


พืช 𝐓𝐡𝐞 𝐕𝐨𝐢𝐜𝐞


ระหว่างเพลิดเพลินกับความประณีตของอาหาร สายตาก็เหลือบไปเห็นกีตาร์แจ๊สยี่ห้อ 𝐃’𝐀𝐧𝐠𝐞𝐥𝐢𝐜𝐨 ในมือพี่พืชที่เป็นกีตาร์ระดับไฮคลาสของนักสะสม ให้เสียงที่ไพเราะซึมลึกสู่ห้วงอารมณ์จิตใจ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเคลิบเคลิ้มสมกับเป็นหนึ่งในแบรนด์กีตาร์ที่ดีที่สุดของโลก (พี่พืชบอกภายหลังว่าการนํากีตาร์ไฮคลาสมาบรรเลงเพื่อให้เกียรติสถานที่...เหมือนที่น้องแต่งกายให้เกียรติพระตําหนักฯ)

𝐂𝐡𝐚𝐩𝐭𝐞𝐫𝟐 นิมิต : 𝐒𝐞𝐚𝐫𝐞𝐝 𝐇𝐨𝐤𝐤𝐚𝐢𝐝𝐨 𝐇𝐨𝐭𝐚𝐭𝐞 𝗪𝐢𝐭𝐡 𝐂𝐫𝐞𝐚𝐦𝐲 𝐋𝐨𝐛𝐬𝐭𝐞𝐫 𝐁𝐢𝐬𝐪𝐮𝐞

นิมิตเล่าถึงครั้งที่ครูแซมได้ตั้งจิตให้สัญญาว่าจะบูรณะพระตําหนักที่ถูกปิดร้างไปกว่า ๕๐ ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวาอย่างสมพระเกียรติอีกครั้ง

หอยเชลล์ตัวยักษ์จากเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

แม้เชฟผึ้งจะไม่ได้อธิบายลงลึก แต่ก็เข้าใจได้เองว่าไอเดียของเมนูนี้คือ ‘𝐁𝐫𝐢𝐧𝐠 𝐋𝐢𝐟𝐞 𝐁𝐚𝐜𝐤 𝐓𝐨 𝐓𝐡𝐢𝐬 𝐇𝐨𝐮𝐬𝐞’ (นําครีมล็อบสเตอร์เข้มข้นเทลงไปในหอยเชลล์ตัวยักษ์ท่ามกลางหมอกและความทรงจำสีจาง ๆ )

𝐂𝐡𝐚𝐩𝐭𝐞𝐫𝟑 รอคอย : 𝐂𝐨𝐥𝐝 𝐒𝐚𝐛𝐚 𝗪𝐢𝐭𝐡 𝐒𝐞𝐚𝐫𝐞𝐝 𝐅𝐨𝐢𝐞 𝐆𝐫𝐚𝐬, 𝐏𝐨𝐭𝐚𝐭𝐨 𝐀𝐧𝐝 𝐒𝐮𝐠𝐚𝐫 𝐂𝐫𝐲𝐬𝐭𝐚𝐥 𝗪𝐢𝐭𝐡 𝐁𝐞𝐫𝐫𝐲 𝐒𝐞𝐬𝐚𝐦𝐞 𝐒𝐚𝐮𝐜𝐞

รอคอย คือห้วงระยะเวลาในการบูรณะพระตําหนัก ที่ครูแซมใช้ความวิริยะอุตสาหะเป็นเวลากว่า ๑๒ ปี เพื่อพิชิตภารกิจ 𝐌𝐢𝐬𝐬𝐢𝐨𝐧 𝐈𝐦𝐩𝐨𝐬𝐬𝐢𝐛𝐥𝐞 อันหนักหน่วง

“การรอคอยถึงแม้จะอึดอัด แต่บางครั้งความอึดอัดก็นํามาสู่ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า” ครูแซมกล่าว
ชื่อสินค้า:   DEVA MANOR
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่