โชคร้ายพราะโรงพยาบาลผิวหนังTT

กระทู้สนทนา
😉สวัสดีทุกคน  HI GUYS😀
วันนี้เราจะมาแชร์และแบ่งปันเกี่ยวกับการรักษาสิวและการผ่านเวลาที่แสนยากลำบากในช่วงที่ผ่านมาจนเราเป็นถึงโรคซึมเศร้า ว่าเราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง และต้นเหตุทำให้เราเป็นแบบนี้ แต่อาจจะแบ่งเป็นหลายพาร์ทนิดหนึ่งนะ (เคสนี้จะเป็นในเรื่องของผิวและสิวนะทุกคน)
ขอชี้แจงไว้ก่อนนะว่าทุกอย่างที่เราเล่าไปนั้นเป็นเรื่องของเราเองที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เราเล่าเป็นในมุมมองของเราเองทั้งหมดนะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะ 
          🕸 ก่อนอื่นเราขอพูดเกี่ยวกับสภาพผิวของเราให้ทุกคนได้รู้ก่อนนะ เราเป็นคนผิวผสมมีแห้งบ้างมันบ้างแต่ส่วนใหญ่ก็จะออกไปทางผิวมันแหละ บางที่ก็มีผิวลอกบ้างจนเราคิดว่า เราอาจจะจะได้ผิวมันขาดนำ้รึเปล่า มีสิวขึ้นบ้างปะปราย อุดตันบ้าง หนองบ้างนานๆมาครั้ง (ก่อนรักษา)นะ
          🕸  เรื่องนี้อาจจะยาวมากๆหน่อยนะทุกคนเพราะรวมๆกันเรื่องทั้งหมดก็ประมาณ 3-4 ปีได้ที่เราอยู่กับปัญหานี่มา ซึ่งเราอยากจะให้กำลังใจทุกคน ที่อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยเช่นกันนะ และ นี่เป็นการเขียนครั้งแรกของเรา ต้องขอโทษด้วยถ้าอ่านๆไปแล้วงงเพราะเราแอบพิมพ์วนอยู่บ้าง 😘
          🕸พาร์ทนี้คือเราจะมาพูดในเรื่องของตอนแรกที่ทำให้เกิดช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ละกันนะทุกคน คือเรื่องมันเริ่มจากการที่เราเนี่ยขึ้นมหาลัยแล้ว เลยอยากที่จะไปเข้าโรงพยาบาลผิวหนังเพื่อเหมือนเป็นการดูแลให้อะไรๆมันดีขึ้นอย่างงั้นแหละ โดนตอนแรกที่เราไปโรงพยาบาลผิวหนังนี้ก็คือ เราเป็นอาการที่เรียกว่าผดร้อนทุกคน ซึ่งมันจะขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆช่วงกรามและก็คอ เราก็เลยเข้าไปรักษาที่ รพ ผิวหนังแห่งหนึ่งแถว อโศก ค่อนข้างเป็น รพ ผิวหนังที่ค่อนข้างดังอยู่ละน่าไว้ใจนะ เพราะเราอยากให้แบบที่ๆหน้าเชื่อถือเพราะเราก็แอบกลัวในตอนนั้น เพราะก่อนหน้านี้เราแทบไม่ได้ไปเข้า รพ หรือคลีนิคเลย เพราะเราไม่ค่อยแพ้อะไร สิวก็ขึ้นบ้างเป็นช่วงๆไป แบบไม่ได้กังวลอะไร แล้วที่นี้พอเราไปหาหมอ คุณหมอก็แจ้งว่าเราเป็นผดร้อน ซึ่งนี่แทบจะเป็นครั้งแรกเลยที่เรามีปัญหากับผิว เราก็ไม่ได้อะไรก็รักษาตามอาการไป เรื่อยๆ จนทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้น แต่เราจำไม่ได้ว่าตอนนั้นเรารักษา ด้วยการกินยาทายาอะไร เพราะมันค่อนข้างนานจากตอนนี้ TT (ประมาณปี59) แล้วเหมือนหลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกับที่บ้านว่าเออเราอยากดูแลผิวให้มันดีขึ้นด้วยแบบไหนๆก็หาหมอแล้ว ก็ได้หาต่อไปเลย ที่บ้านก็โอเคไม่ได้ว่าอะไร คุณหมอที่ดูแลเรื่องผดร้อนกับผิวเราเป็น คุณหมอผู้ชาย วัยกลางคน ซึ่งพอเราจบเรื่องผดร้อนเราก็มาเจาะเรื่องผิวต่อ คุณหมอก็เลยแนะนำว่าแบบเราควรกิน แอคโนติน ที่เป็นยาเม็ดสีม่วง ซึ่งตอนนั้นเราเหมือนเคยรู้มาว่ายาตัวนี้จะเหมาะกับคนที่ แบบอาการค่อนข้างรุนแรง (ไม่แน่ใจนะ หรือจริงเขาอาจจะแจกให้กับทุกเคสอยู่แล้ว )  ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันดูจริงจังไปไหม เพราะตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าเราก็ปกติที่น่าจะมีวิธีอื่นรักษาได้ เบากว่านี้แต่ก็แบบนะ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เราคิดในใจ และสุดท้ายเราก็รับยามากิน โดยคุณหมอบอกว่าจริงเรากินแค่6เดือนก็พอ ตกอาทิตย์ละประมาณ 3 เม็ด -4 เม็ด เราก็แบบอ่ะกินไปเพราะ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่ามันนานขนาดนั้น แล้วเราก็คุยเรื่อง รอยสิวคุณหมอก็บอกให้เลเซอร์ ซึ่งของเรามันจะเป็นแบบ เลเซอร์ 1จุด 1 ครั้ง 100 บาท ซึ่งเราก็จะบอกว่าครั้งนี้ขอแบบ10จุดนะ ก็จะราคาประมาณ 1,000 บาท และก็แทบจะทุกครั้งคุณ หมอจะให้เรากดสิวเกือบทุกครั้ง ก็อย่างที่บอกเลยเราเป็นสิวอุดตัน สิวหนองบ้าง ก็เข้าใจว่าต้องกดออกอยู่แล้ว ซึ่งอยากบอกว่า สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดในทุกๆอย่างคือเรื่องของค่าใช้จ่าย ส่วนตัวเลยเรารู้สึกว่ามันค่อนข้างแพง แต่ก็ด้วยความที่ รพ ทำไว้ค่อนข้างหน้าเชื่อถือด้วยละ และคิดว่ามันน่าจะดีจริงๆเลยแบบจ่ายไป และหลังจากจากการรักษาสิวไปสักประมาณ 3-4 เดือน ก็มีช่วงหนึ่งที่เราเริ่มทำทรีตเม้นกับทาง รพ ด้วยจำได้ว่าแรกๆทำเป็นครั้ง ครั้งละ 1,000 กว่านิดๆ แต่ด้วยความที่ว่าเราชอบมากเพราะมันสบาย แบบมีคนมานวดหน้าให้อ่ะนะ ก็เลยขอที่บ้านไปว่าขอทำเป็นคอร์สและกัน ตอนนั้นประมาณ 10 ครั้ง น่าจะ10,000 นะเราก็ทำด้วยบวกเพิ่มเข้าไป ตอนนั้นทุกอย่างที่เราใช้จะเป็นของทาง รพ ทั้งหมดเลย จะมี เจลล้างหน้า ครีมทาก่อนล้างหน้า (คล้ายๆเบนแซค) แล้วก็ยาแต้มสิว ซึ่งตอนที่เราหาอะ เรารู้สึกว่ามันเท่าเดิมแบบดีขึ้นเรื่องรอย หน้าดูกระจ่างใสขึ้นแต่ว่าเรื่องสิวเราจำได้ว่ามันก็ยังเป็นอยู่ ถึงจะกินยาไปเป็นเดือนก็ตาม (จริงเรื่องของแพทย์การออกฤทธิ์ ของยาเราไม่รู้ว่าจริงมันควรจะเป็นยังไง อันนี้เราจากสิ่งที่เคยเจอและมุมมองของเรานะ) และอย่างที่บอกว่าตอนนั้นเราใช้ของทาง รพ ทุกอย่าง ซึ่งเราแอบงงว่าทำไมทุกอย่างมันมีปริมาณที่น้อยและราคาค่อนข้างสูง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เราก็ยังคงต้องนั่งรถไปซื้ออยู่ดี เจลล้างหน้าถ้าเราจำไม่ผิดหลอดหนึ่งประมาณ 350-450 บาท ซึ่งเราใช้ได้ประมาญ 2-3 อาทิตย์ สำหรับเรา เราว่าน้อยไป 5555 😭 และหลังจากนั้นเราจำได้ว่าเรารักษาถึงช่วงประมาณเดือนที่ 5 ได้เราก็เหมือนกลับไปหาหมอตามปกติที่หมอนัดเราแต่เหมือนกับว่า ตอนที่เรากลับไปหาหมอครั้งนี้ หมอคนเดิมเขาบอกว่า คุณหมอได้ลาพักร้อน ซึ่งเราก็คิดว่าไม่น่าจะนานมากแต่เขากลับบอกว่า น่าจะนานมาก ซึ่งเราก็งงว่านี้ลาพักร้อนเหรอ สุดท้ายเราได้เปลี่ยนไปหาคุณหมอคนใหม่ซึ่งเป็น คุณหมอผู้หญิง ซึ่งเหมือนครั้งแรกเราก็บอกคุณหมอผู้หญิงว่า แบบคุณหมอผู้ชายให้เรากินตามนี้ๆ ซึ่งอีกประมาณ1เดือนทุกอย่างมันก็จะจบลง แต่ว่าคุณหมอ ผู้หญิงกลับไม่ได้บอกกับเราแบบนั้น ทางคุณหมอได้แบบคำนวนนำ้หนักกับปริมาณยา แล้วเอาเวลาที่จริงๆเราต้องกินมาให้ดูซึ่งมันกับขึ้นมาเยอะมากๆประมาณ ปีกว่าได้มั้ง ซึ่งตอนนั้นเราก็กังวลเรื่องค่ารักษาอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ต้องบอกที่บ้านใหม่ว่าแบบการรักษาจะเป็นไปในรูปแบบใหม่แบบนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เราค่อนข้างกังวลเพราะนี่ก็ไม่ได่อยากเสียเงิน เดือนหนึ่ง4-5 พันบาทกับสิ่งที่เราเฉยๆ (แต่พอทำทุกอย่างเสร็จแล้วราคาคือแบบ ไม่ไหวมากเพราะเรามานั่งรวมบิลของแต่ละครั้งแบบไม่ครบทุกครังด้วยซำ้ ก็จะปาไปเกือบ 6 หลักแล้ว) แต่ก็อย่างนั้นแหละเราก็ต้องกินต่อไปตามที่คุณหมอบอก ได้อีกประมาณ2เดือนได้นะ แล้วมันก็ถึงช่วงที่เราแบบมหาลัยปิดเทอม ซึ่งเราก็ได้บอกกับคุณหมอว่าขอหยุดก่อนสักประมาณ1เดือนได้ไหม เพราะเรากำลังจะกลับต่างจังหวัดด้วย แต่คุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ก็แบบหยุดไปก่อนก็ได้กลับมาแล้วค่อยกลับมารับยาใหม่ ซึ่งจริงๆก่อนหน้านั้นสักเดือนหนึ่งได้นะ เรารู้สึกว่าไม่ได้อยากเข้าไปซื้อเจลล้างหน้าบ่อยๆแล้วไม่ได่อยากเสียเวลาไป อยากแบบหาซื้อที่ไหนก็ได้ และเราก็ได้ไปซื้อเจลล้างหน้าอันใหม่ แบบขอลองดู เราก็เลือกในส่วนที่เขาบอกว่าสำหรับผิวแพ้ง่าย เราก็ลองเอาไปใช้ทั้งๆที่ตอนนั้นเจลของหมอก็ยังพอเหลืออยู่ พอเราเปลี่ยนปุ๊ป วันสองวันต่อมาเราก็มีสิวขึ้นไป ไม่รู้อยู่ดีๆมาจากไหน แต่หลังจากนั้นเราก็เลยลองกลับไปใช้ของหมอที่เหลืออยู่ ซึ่งพอใช้ได้แป๊ปเดียวสิวที่ขึ้นอยู่ก็หายไปและกลับไปเป็กปกติทุกอย่าง เราก็เริ่มเอ๊ะใจแปลกๆ และสุดท้ายเราก็กลับมาต่างจังหวัดพร้อมกับการใช้ทุกอย่างของหมอเหมือนเดิมและความคาดหวังว่า ทางที่บ้านจะเห็นว่าทุกอย่างมันดีขึ้นพอกับเงินที่เสียไป และหลังจากนั้นหลังจากหยุดยาทุกอย่างก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตครั้งหนึ่งในวัย20  หลังจากเราได้กลับมาถึงบ้าน เราก็เริ่มรู้สึกว่าสิวมันเริ่มขึ้นแต่ก็แบบไม่ได้ออกมาทีเดียวแต่มันค่อยขึ้นวันละจุดสองจุดซึ่งสิ่งนั้นมันทำให้เรากังวลเพราะอย่างที่บอกไปว่าเราอยากให้ทางที่บ้านเห็นว่ามันดีขึ้นกับเงินที่เสียไปเกือบหกหลัก มันยิ่งทำให้เรากังวล โอเคทุกคนอันนี้คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดจริงๆ เราพยายามรื้อความจำมากๆเพราะส่วนตัวเป็นคนขี้ลืม แล้วยังไง ep2. เดี๋ยวจะมาเล่าต่อว่าหลังจากนั้นเราทำยังไงต่อและกว่าจะหาวิธีการรักษาได้นั้นเป็นยังไง ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้นะ THANK U 🍎
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่