รบกวน ท่านผู้รู้ ช่วยดู ฎีกา 2 นี้ด้วยครับ
ฎีกา 5900/2562
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้มาโดยผู้ให้และ ผู้ขายส่งมอบที่ดินพิพาทและโจทก์เข้าครอบครองยึดถือเพื่อตน เป็นการ ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผลของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗ และมาตรา ๑๓๗๔ ตั้งแต่ก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ทั้งแปลง ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนขายฝากแก่จำเลยที่ ๒ การจดทะเบียน ขายฝากของจำเลยที่ ๑ เป็นการกระทำไปโดยไม่มีสิทธิ และไม่ทำให้จำเลยที่ ๒ ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ ๑ ผู้ขายฝาก โจทก์ในฐานะเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองย่อมใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งที่ดินพิพาทของ ตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖
ฎีกา 2512/2549
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เพราะหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1989 มิใช่หนังสือสำคัญแสดงการกรรมสิทธิ์บุคคลจะพึงมีสิทธิเหนือที่ดินพิพาทคงมีแต่สิทธิครอบครอง แม้โจทก์จะได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแต่การได้มาของโจทก์เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากทางนิติกรรมซึ่งถ้ายังมิได้จดทะเบียน โจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้มีสิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้สิทธิในที่ดินพิพาท
แปลกใจว่า ข้อเท็จจริงไม่ต่างกัน แต่วินิจฉัยต่างกัน
ขอบคุณครับ
ฎีกา ครอบครองที่ดินมือเปล่า (น.ส.3)
ฎีกา 5900/2562
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทได้มาโดยผู้ให้และ ผู้ขายส่งมอบที่ดินพิพาทและโจทก์เข้าครอบครองยึดถือเพื่อตน เป็นการ ได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผลของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗ และมาตรา ๑๓๗๔ ตั้งแต่ก่อนที่จำเลยที่ ๑ จะนำที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ทั้งแปลง ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนขายฝากแก่จำเลยที่ ๒ การจดทะเบียน ขายฝากของจำเลยที่ ๑ เป็นการกระทำไปโดยไม่มีสิทธิ และไม่ทำให้จำเลยที่ ๒ ผู้รับซื้อฝากมีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ ๑ ผู้ขายฝาก โจทก์ในฐานะเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองย่อมใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งที่ดินพิพาทของ ตนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖
ฎีกา 2512/2549
ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เพราะหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1989 มิใช่หนังสือสำคัญแสดงการกรรมสิทธิ์บุคคลจะพึงมีสิทธิเหนือที่ดินพิพาทคงมีแต่สิทธิครอบครอง แม้โจทก์จะได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแต่การได้มาของโจทก์เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากทางนิติกรรมซึ่งถ้ายังมิได้จดทะเบียน โจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้มีสิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้สิทธิในที่ดินพิพาท
แปลกใจว่า ข้อเท็จจริงไม่ต่างกัน แต่วินิจฉัยต่างกัน
ขอบคุณครับ