หนูมีลูกสองคน และ หย่ากับอดีตสามี หนูมีความจำเป็นหลายด้านและถูกบังคับต้องเซ็นยินยอมให้อดีตสามีได้สิทธิ์ในการดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว แต่ลูกๆ ทั้งสองคนอยู่กับพ่อแม่หนู และ หนูเป็นคนส่งเสียรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูกทั้งสองคน โดยที่อดีตสามีไม่ได้ส่งเสียตามสมควรแวะมาหาบ้างเป็นครั้งคราว และหนูก็ไม่เคยเรียกร้องจากอดีตสามีเลยแม้แต่บาทเดียว
จนสองปีต่อมาหนูแต่งงานใหม่และลาออกจากงานที่บริษัทเพื่อย้ายมาอยู่ต่างประเทศทางยุโรปหนูอยากพาลูกไปด้วยแต่ยังไม่รู้ว่าชีวิตที่ต่างประเทศจะเป็นยังไง พออยู่ได้หกเดือนหนูรู้แล้วว่าชีวิตและอนาคตของลูกหนูจะดี และหนูมีงานทำเป็นธุรกิจส่วนตัวทำที่บ้าน หนูมีเวลาดูแลลูกเอง สามีใหม่ก็ยินดีและสนับสนุนให้พาลูกมาอยู่ด้วย ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศหนูก็ยังคงส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ และโทรหาทุกวัน จนหนูส่งข้อความไปหาอดีตสามีเพื่อขอให้เค้าเซ็นเอกสารเพื่อที่หนูจะเอาลูกไปอยู่ด้วย พอเค้ารู้ว่าหนูจะพาลูกไปอยู่ต่างประเทศ เค้าจึงไปแอบเอาลูกที่บ้านพ่อแม่หนูไปโดยไม่ได้บอกซักคำ มีเพียงแม่ที่เห็นพ่อของเด็กจูงเด็กขึ้นรถแล้วก็ไปเลย ยายวิ่งตามออกไปแต่ไม่ทัน
อดีตสามีได้ให้แม่ของเขาและสามีใหม่มาเลี้ยงลูกๆ ย่าอายุ 68 ปี สามีใหม่ย่าอายุ 39 ปี ย่าเกษียณแล้ว สามีย่าไม่มีงานการทำ เคยติดยาเสพติดมาก่อน ย่ารักและหลงสามีใหม่มาก ส่วนอดีตสามีหนูทำงานกลับมืดทุกวันเพราะต้องทำโอที และไม่มีเวลาดูแลลูกเลย หนูได้โทรไปคุยอ้อนวอนขอร้องอดีตสามีและบอกมาตลอดว่าหนูไม่เคยไว้ใจสามีใหม่ย่าเลยแต่อดีตสามีหนูไม่ฟังเลย และย่าก็จะปกป้องสามีมาก
เมื่อตกลงกันไม่ได้หนูก็เลยฟ้องร้อง และหนูได้กลับมาเยี่ยมลูกแต่ทางอดีตสามีไม่ยอมให้หนูพาลูกไปไหนเลย และเจอลูกได้ไม่เกินชั่วโมง ลูกดีใจที่เห็นแม่มาหาและไม่อยากให้แม่กลับ หนูมาอยู่ไทยสองเดือนขับรถไปหาลูกทุกเย็นไปกลับวันละ 80 กิโลเมตรเพื่อเจอลูกวันละไม่ถึงชั่วโมง หนูพยายามขอพาลูกไปเที่ยว ไปทานข้าว ไปค้างด้วยแต่พ่อของลูกไม่ยอม จนหนูทำเรื่องฟ้องเสร็จหนูก็กลับต่างประเทศ. และตอนนี้สืบพยานเสร็จแล้วรอศาลตัดสิน ตอนนี้ลูกได้ออกมาค้างกับหนูได้แล้ว และ ลูกๆ ก็เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่หนึ่งปีที่พ่อเอามาอยู่ด้วย ลูกๆ บอกว่าไม่มีความสุขเลยพ่อทำแต่งาน พวกหนูต้องอยู่กับย่าและสามีย่า พวกเค้าทั้งตี ทั้งด่า พูดจาหยาบคาย บังคับให้กินข้าวไวๆ มีอะไรกินก็ต้องกิน ถ้ากินช้าก็โดนตี บางทีก็ตีแบบไม่มีเหตุผล จนมีรอยช้ำ แล้วบอกว่าหยอกเล่น พูดจาทำร้ายจิตใจตลอดเวลา ลูกสาวแค่หกขวบตัวเล็กกินข้าวช้า และกินได้ไม่เยอะ หนูต้องโดนตีทั้งเช้าทั้งเย็นเลย ลูกชายแปดขวบตอนนี้น้ำหนัก 47 กิโลแล้ว ลูกบอกว่าเค้าบังคับให้กินเยอะๆ เลยไม่ค่อยโดนตี ลูกบอกหนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหนูกลัว หนูเจ็บ ถ้าหนูไม่ได้อยู่กับแม่ขอกลับไปอยู่กับตากับยายได้ไหม ตายายเคยดุเคยตีแต่ก็รู้ว่าเค้ารัก แต่ที่นี่ไม่ได้รัก เพราะเวลาพ่ออยู่ย่ากับแฟนย่าจะพูดดีและทำดี แต่พอพ่อไปทำงานย่าก็พูดไม่ดี พอแฟนย่าตีพวกหนูย่าก็เฉย หนูถามว่าทำไมพวกหนูไม่บอกพ่อ ลูกๆ บอกว่าพ่อปกป้องพวกหนูไม่ได้ ย่าพูดอะไรพ่อก็เชื่อหมด และพ่อก็ต้องไปทำงาน และแฟนย่าขู่ว่าถ้าฟ้องพ่อจะตีให้หนักกว่าเดิม ถ้าเป็นคนอื่นเค้าฆ่าตายแล้ว ทำให้ลูกๆ กลัวมาก แต่แม่ต้องปิดเป็นความลับนะทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกหนูเล่าให้แม่ฟัง เพราะพวกหนูกลัวเค้าจะตีและเค้าจะไม่ให้ออกมากับแม่อีก หนูได้ยินลูกพูดแบบนั้นแล้วยิ่งเจ็บปวด หนูส่งข้อความไปคุยกับพ่อของเด็กๆ บอกสิ่งที่ลูกหนูบอกให้เค้าฟัง เค้าหาว่าหนูเสี้ยมสอนลูกให้พูดแบบนั้น เค้าให้เด็กไปพูดต่อหน้าย่าและแฟนย่า เด็กๆ กลัวจนตัวสั่น ลูกถามถ้าหนูพูดความจริงแล้วหนูจะได้ออกไปจากบ้านนี้ไหม หนูบอกลูกว่าแม่จะพาพวกหนูออกไปเองแม่จะปกป้องพวกหนู เด็กๆ ยอมพูดทุกอย่างต่อหน้าย่าและแฟนย่าให้พ่อและหนูฟัง แต่ย่าเถียงและปกป้องแทนสามีทุกคำ สุดท้ายพ่อของเด็กก็ไม่ยอมให้เด็กออกมากับหนูยังปล่อยให้ย่ากับแฟนย่าดูแลแต่ลูกบอกว่าเค้าไม่ตีแล้ว แต่หนูก็ยังห่วงลูกอยู่ และเมื่อวานนี้ ลูกได้ออกมาข้างนอกกับหนูและบอกหนูว่า แม่แฟนย่าปล้ำหนู คือได้ยินแล้วหูอื้อ มือสั่น มันหมายความว่ายังไง ทำไมลูกรู้จักคำนี้ หนูก็เลยพยายามใจเย็นๆ ค่อยๆ ฟังลูกพูด เพราะตัวหนูเองแทบไม่กล้าคิด และ ไม่กล้าถามลูกว่ามันมีเรื่องแบบนี้ไหม เพราะพวกเค้ายังเด็กมากๆ ลูกก็เลยเริ่มเล่า ว่ากลับมาจากโรงเรียนทุกวันย่าจะเล่นเกมส์ ย่าติดเกมส์มาก และ ดูโทรทัศน์ พี่ชายเล่นคอม น้องสาวนั่งเล่นกับพี่บนบ้าน แฟนย่าเรียกน้องเข้าไปหาอีกห้องหนึ่ง แล้วก็กดลงที่นอนเอาท้องทับ แล้วหอมแก้มหนูเยอะเลยแบบฟัด แล้วก็เลียหูแล้วก็กัดหูหนู มันเจ็บมาก จนหนูร้องไห้ แล้วเค้าก็เอามือสอดเข้าข้างในกางและจับ.... และบีบก้นหนู หนูถามลูกว่าเค้าทำอะไรมากกว่านั้นไหม ไม่ได้ทำมากกว่านั้น แต่เค้าทำหลายครั้งแล้ว แต่หนูไม่กล้าบอกใคร เพราะย่าบอกว่าแฟนย่าดี พอได้ยินแบบนี้แล้วฟังต่อไม่ไหวมันบีบหัวใจคนเป็นแม่มากๆ ลูกชายบอกหนูก็โดนจับ.... และก็อมหู คือหนูไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ ค่ะ ถ้าหนูไม่เอาลูกกลับไปคืนพ่อเค้าที่บ้านหนูจะมีความผิดไหมคะ และหนูจะทำยังไงเพื่อไม่ให้ย่ากับแฟนย่าเข้าใกล้ลูกหนูได้อีก อีก 20 วัน ศาลจะตัดสิน ทุกอย่างที่ลูกเล่าให้ฟัง หนูไม่ได้พูดตอนขึ้นศาลเพราะลูกได้ออกมาข้างนอกกับหนูตอนที่สืบพยานเสร็จแล้ว ห่วงตอนนี้กลัวลูกไม่ปลอดภัย หนูนอนไม่หลับทั้งคืน หนูส่งข้อความบอกพ่อของลูก เค้ากลับหาว่าหนูกุเรื่องขึ้นมา เสี้ยมสอนให้ลูกพูดแบบนั้น หนูบอกเค้าแล้วว่าหนูไม่เคยสอนให้ลูกพูดโกหก เพราะเด็กพูดโกหกพูดครั้งที่สองก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่นี่เค้าพูดสามครั้ง ห้าครั้ง ก็ยังพูดเหมือนเดิม.
เมื่อเด็กถูกทำร้ายและถูกกระทำอนาจารต้องไปแจ้งหน่วยงานไหนคะ
จนสองปีต่อมาหนูแต่งงานใหม่และลาออกจากงานที่บริษัทเพื่อย้ายมาอยู่ต่างประเทศทางยุโรปหนูอยากพาลูกไปด้วยแต่ยังไม่รู้ว่าชีวิตที่ต่างประเทศจะเป็นยังไง พออยู่ได้หกเดือนหนูรู้แล้วว่าชีวิตและอนาคตของลูกหนูจะดี และหนูมีงานทำเป็นธุรกิจส่วนตัวทำที่บ้าน หนูมีเวลาดูแลลูกเอง สามีใหม่ก็ยินดีและสนับสนุนให้พาลูกมาอยู่ด้วย ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศหนูก็ยังคงส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ และโทรหาทุกวัน จนหนูส่งข้อความไปหาอดีตสามีเพื่อขอให้เค้าเซ็นเอกสารเพื่อที่หนูจะเอาลูกไปอยู่ด้วย พอเค้ารู้ว่าหนูจะพาลูกไปอยู่ต่างประเทศ เค้าจึงไปแอบเอาลูกที่บ้านพ่อแม่หนูไปโดยไม่ได้บอกซักคำ มีเพียงแม่ที่เห็นพ่อของเด็กจูงเด็กขึ้นรถแล้วก็ไปเลย ยายวิ่งตามออกไปแต่ไม่ทัน
อดีตสามีได้ให้แม่ของเขาและสามีใหม่มาเลี้ยงลูกๆ ย่าอายุ 68 ปี สามีใหม่ย่าอายุ 39 ปี ย่าเกษียณแล้ว สามีย่าไม่มีงานการทำ เคยติดยาเสพติดมาก่อน ย่ารักและหลงสามีใหม่มาก ส่วนอดีตสามีหนูทำงานกลับมืดทุกวันเพราะต้องทำโอที และไม่มีเวลาดูแลลูกเลย หนูได้โทรไปคุยอ้อนวอนขอร้องอดีตสามีและบอกมาตลอดว่าหนูไม่เคยไว้ใจสามีใหม่ย่าเลยแต่อดีตสามีหนูไม่ฟังเลย และย่าก็จะปกป้องสามีมาก
เมื่อตกลงกันไม่ได้หนูก็เลยฟ้องร้อง และหนูได้กลับมาเยี่ยมลูกแต่ทางอดีตสามีไม่ยอมให้หนูพาลูกไปไหนเลย และเจอลูกได้ไม่เกินชั่วโมง ลูกดีใจที่เห็นแม่มาหาและไม่อยากให้แม่กลับ หนูมาอยู่ไทยสองเดือนขับรถไปหาลูกทุกเย็นไปกลับวันละ 80 กิโลเมตรเพื่อเจอลูกวันละไม่ถึงชั่วโมง หนูพยายามขอพาลูกไปเที่ยว ไปทานข้าว ไปค้างด้วยแต่พ่อของลูกไม่ยอม จนหนูทำเรื่องฟ้องเสร็จหนูก็กลับต่างประเทศ. และตอนนี้สืบพยานเสร็จแล้วรอศาลตัดสิน ตอนนี้ลูกได้ออกมาค้างกับหนูได้แล้ว และ ลูกๆ ก็เล่าให้ฟังถึงความเป็นอยู่หนึ่งปีที่พ่อเอามาอยู่ด้วย ลูกๆ บอกว่าไม่มีความสุขเลยพ่อทำแต่งาน พวกหนูต้องอยู่กับย่าและสามีย่า พวกเค้าทั้งตี ทั้งด่า พูดจาหยาบคาย บังคับให้กินข้าวไวๆ มีอะไรกินก็ต้องกิน ถ้ากินช้าก็โดนตี บางทีก็ตีแบบไม่มีเหตุผล จนมีรอยช้ำ แล้วบอกว่าหยอกเล่น พูดจาทำร้ายจิตใจตลอดเวลา ลูกสาวแค่หกขวบตัวเล็กกินข้าวช้า และกินได้ไม่เยอะ หนูต้องโดนตีทั้งเช้าทั้งเย็นเลย ลูกชายแปดขวบตอนนี้น้ำหนัก 47 กิโลแล้ว ลูกบอกว่าเค้าบังคับให้กินเยอะๆ เลยไม่ค่อยโดนตี ลูกบอกหนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหนูกลัว หนูเจ็บ ถ้าหนูไม่ได้อยู่กับแม่ขอกลับไปอยู่กับตากับยายได้ไหม ตายายเคยดุเคยตีแต่ก็รู้ว่าเค้ารัก แต่ที่นี่ไม่ได้รัก เพราะเวลาพ่ออยู่ย่ากับแฟนย่าจะพูดดีและทำดี แต่พอพ่อไปทำงานย่าก็พูดไม่ดี พอแฟนย่าตีพวกหนูย่าก็เฉย หนูถามว่าทำไมพวกหนูไม่บอกพ่อ ลูกๆ บอกว่าพ่อปกป้องพวกหนูไม่ได้ ย่าพูดอะไรพ่อก็เชื่อหมด และพ่อก็ต้องไปทำงาน และแฟนย่าขู่ว่าถ้าฟ้องพ่อจะตีให้หนักกว่าเดิม ถ้าเป็นคนอื่นเค้าฆ่าตายแล้ว ทำให้ลูกๆ กลัวมาก แต่แม่ต้องปิดเป็นความลับนะทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกหนูเล่าให้แม่ฟัง เพราะพวกหนูกลัวเค้าจะตีและเค้าจะไม่ให้ออกมากับแม่อีก หนูได้ยินลูกพูดแบบนั้นแล้วยิ่งเจ็บปวด หนูส่งข้อความไปคุยกับพ่อของเด็กๆ บอกสิ่งที่ลูกหนูบอกให้เค้าฟัง เค้าหาว่าหนูเสี้ยมสอนลูกให้พูดแบบนั้น เค้าให้เด็กไปพูดต่อหน้าย่าและแฟนย่า เด็กๆ กลัวจนตัวสั่น ลูกถามถ้าหนูพูดความจริงแล้วหนูจะได้ออกไปจากบ้านนี้ไหม หนูบอกลูกว่าแม่จะพาพวกหนูออกไปเองแม่จะปกป้องพวกหนู เด็กๆ ยอมพูดทุกอย่างต่อหน้าย่าและแฟนย่าให้พ่อและหนูฟัง แต่ย่าเถียงและปกป้องแทนสามีทุกคำ สุดท้ายพ่อของเด็กก็ไม่ยอมให้เด็กออกมากับหนูยังปล่อยให้ย่ากับแฟนย่าดูแลแต่ลูกบอกว่าเค้าไม่ตีแล้ว แต่หนูก็ยังห่วงลูกอยู่ และเมื่อวานนี้ ลูกได้ออกมาข้างนอกกับหนูและบอกหนูว่า แม่แฟนย่าปล้ำหนู คือได้ยินแล้วหูอื้อ มือสั่น มันหมายความว่ายังไง ทำไมลูกรู้จักคำนี้ หนูก็เลยพยายามใจเย็นๆ ค่อยๆ ฟังลูกพูด เพราะตัวหนูเองแทบไม่กล้าคิด และ ไม่กล้าถามลูกว่ามันมีเรื่องแบบนี้ไหม เพราะพวกเค้ายังเด็กมากๆ ลูกก็เลยเริ่มเล่า ว่ากลับมาจากโรงเรียนทุกวันย่าจะเล่นเกมส์ ย่าติดเกมส์มาก และ ดูโทรทัศน์ พี่ชายเล่นคอม น้องสาวนั่งเล่นกับพี่บนบ้าน แฟนย่าเรียกน้องเข้าไปหาอีกห้องหนึ่ง แล้วก็กดลงที่นอนเอาท้องทับ แล้วหอมแก้มหนูเยอะเลยแบบฟัด แล้วก็เลียหูแล้วก็กัดหูหนู มันเจ็บมาก จนหนูร้องไห้ แล้วเค้าก็เอามือสอดเข้าข้างในกางและจับ.... และบีบก้นหนู หนูถามลูกว่าเค้าทำอะไรมากกว่านั้นไหม ไม่ได้ทำมากกว่านั้น แต่เค้าทำหลายครั้งแล้ว แต่หนูไม่กล้าบอกใคร เพราะย่าบอกว่าแฟนย่าดี พอได้ยินแบบนี้แล้วฟังต่อไม่ไหวมันบีบหัวใจคนเป็นแม่มากๆ ลูกชายบอกหนูก็โดนจับ.... และก็อมหู คือหนูไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ ค่ะ ถ้าหนูไม่เอาลูกกลับไปคืนพ่อเค้าที่บ้านหนูจะมีความผิดไหมคะ และหนูจะทำยังไงเพื่อไม่ให้ย่ากับแฟนย่าเข้าใกล้ลูกหนูได้อีก อีก 20 วัน ศาลจะตัดสิน ทุกอย่างที่ลูกเล่าให้ฟัง หนูไม่ได้พูดตอนขึ้นศาลเพราะลูกได้ออกมาข้างนอกกับหนูตอนที่สืบพยานเสร็จแล้ว ห่วงตอนนี้กลัวลูกไม่ปลอดภัย หนูนอนไม่หลับทั้งคืน หนูส่งข้อความบอกพ่อของลูก เค้ากลับหาว่าหนูกุเรื่องขึ้นมา เสี้ยมสอนให้ลูกพูดแบบนั้น หนูบอกเค้าแล้วว่าหนูไม่เคยสอนให้ลูกพูดโกหก เพราะเด็กพูดโกหกพูดครั้งที่สองก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่นี่เค้าพูดสามครั้ง ห้าครั้ง ก็ยังพูดเหมือนเดิม.