โรงงานผงธูป

อยากขอคำแนะนำติชมด้วยครับ  เรื่องนี้ผมเขียนมาจากเรื่องจริง อาจจะเเต่งเติมนิดหน่อย ด้วยความที่ตัวผมเองในตอนนั้น มีอาการไข้จากโรคท้องร่วงด้วย มันเพ้อไปหมด ในสมองเห็นภาพ ได้ยินเสียงอะไรๆ ไม่รู้เยอะเเยะ จนสามารถเอามาเล่าต่อเป็นเรื่องเป็นราวได้  พอหลังจากหายไข้ ร่างกายกลับมาปกติดีแล้ว ผมยังเเยกเเยะไม่ออกเลย อะไรที่เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องไม่จริง เลยถือโอกาสนี้เอาเรื่องมาเขียน

ผมชื่อเอก เป็นคนทางภาคเหนือ ส่วนจังหวัดไหนนั้น มันไม่ได้สลักสำคัญอะไร เท่ากับเหตุการณ์ที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ สมัยที่ผมพึ่งเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ โดยสมัครงานผ่านทางจัดหางานจังหวัด  เจ้าหน้าที่ได้เเนะนำโรงงานทำผงธูป แขวงเเสมดำ ที่นี่รับคนงานจำนวนมาก เงินเดือนพอประมาณ  มีสวัดิการที่พักให้พร้อม ข้อหลังนี่เองผมจึงตัดสินใจเลือกสมัครโรงงานแห่งนี้   พอตกลงได้ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงทำเอกสารส่งตัวให้ไป โดยที่ผมต้องเดินทางไปเอง โดยที่ก็ไม่รู้ว่า  สภาพจริงๆ ของโรงงานเป็นอย่างไร  ข้อนี้เป็นประสบการณ์สอนตัวผมเองในภายหลัง เพราะต้องผจญเรื่องเเย่ๆ ต่อจากนั้น 

ผมสะพายเป้ใบหนึ่ง มีเสื้อผ้าไม่กี่ตัวกับเงินติดตัวอีกไม่มาก ผมมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต(เก่า)  ช่วงเช้ามืด มันมืดหน้ามืดหลังจริงๆ ครับ หมายถึงผมสับสนไปหมด ทั้งรถยนต์และผู้คนพลุ่กพล่าน ไม่รู้จะเริ่มต้นเดินทางไปถึงโรงงานทำผงธูปที่ว่าได้อย่างไร  ในเมื่อคือการเข้าเมืองใหญ่ครั้งเเรกของผม  เงินผมมีไม่มากจะเรียกเเท็กซี่ ต้องอาศัยรถเมล์เท่านั้น สมัยนั้นค่าตั๋วคือ 3.50 อาศัยถามทางไปเรื่อย   

กว่าที่ผมจะมาถึงเป้าหมายโรงงานที่ว่า ในช่วงบ่าย  เห็นรถบรรทุกสิบล้อวิ่งเข้าวิ่งออกตลอดเวลา แรกก็สับสนนิดหน่อย  ในเมื่อขึ้นป้ายเป็นอักษรจีน พอเห็นชื่อโรงงานเป็นภาษาไทยจนเเน่ใจแล้ว เลยเดินเข้ามาเมียงมองหา ตรงไหนเขารับสมัครงานกัน

รถสิบล้อจอดอยู่นับสิบ คนขับลงมานั่งจับกลุ่มที่ม้านั่งหินอ่อน เล่นโขกหมากรุกกัน ปากคาบบุหรี่ ใกล้ๆ นั้นคือถังน้ำมัน ดูหมิ่นเหม่เสี่ยงอันตรายชอบกล      จะด้วยหน้าตาผมออกเถื่อนๆ มีไรหนวดเครา มักมีพวกห้าวมาทัก นิสัยจริงของผมไม่มีอะไร   คนพวกนั้นหันมามองผมใหญ่ มีคนหนึ่งร้องถามเพราะเห็นผมถือเอกสารติดมือมาด้วย  

ผมบอกมาสมัครงานครับ  คนนั้นเลยถามต่อ มาสมัครเป็นคนขับรถใช่ไหม ผมสั่นหน้า ในเมือผมขับมันไม่เป็นหรอก ถามไปถามมา พวกนั้นหัวเราะกันใหญ่  ในเมื่อโรงงานเขาปิดรับสมัครคนงานไปแล้ว แต่ตำแหน่งงานคนขับรถสิบล้อยังว่างอยู่ แล้วคนหนึ่งก็ชี้ไปที่ซากรถสิบล้อ ช่างกำลังรื้อเศษซาก ในส่วนหัวของรถซึ่งสภาพบุบบี้ออก แชสซียังใช้งานได้อยู่ จะนำมาประกอบรถอีกคัน 

พี่คนนั้นผิวเข้มเกือบหมึก ผมเผ้าฟูกระเซิง น่าแปลกทำไมมีหญิงสาวในชุดนักศึกษา มานั่งเคียงราวกับเป็นแฟนกัน อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบ ผิวขาวอมชมพู ผมแอบอิจฉาในใจเลย ผู้ชายหน้าตายังกะตัวประกอบผู้ร้ายในละครช่องเจ็ด ทำไมมีเเฟนสวยน่ารักขนาดนี้  แล้วมานึกย้อนตัวผมเอง ยังไม่เคยมีแฟนกับใครเขาเลย เธอคนนั้นนั่งก้มหน้า พอเงยมาสบตากับผมพอดี ดวงตากลมโตแฝงเเววเศร้านิดๆ  ปากเล็กจมูกหน่อย สวยยังกะดารา

ผมยิ่งคับแน่นในอก ชาตินี้จะมีเเฟนกับเขาไหมน้อ

โชคดีที่ผมมีเอกสารส่งตัวมาด้วย พอผมไปติดต่อฝ่ายบุคคล ลุงคนหนึ่งขยับเเว่นมอง แล้วเงยหน้าถามผมไหวเหรอ งานหนักนะ โรงงานที่นี่ส่วนใหญ่คนต่างด้าว ส่วนใหญ่คนไทยจะสมัครคนขับรถ ผมร้องโธ่ในใจ ผมอยากสมัครอยู่หรอก แต่ผมขับรถไม่เป็น

ครู่ต่อมา มีป้าคนหนึ่งรูปร่างท้วมๆ สูงเพียงคอของผม แกแนะนำตัวเองเป็นแม่บ้าน ชื่อป้านวล แต่แกชอบให้เรียกพี่นวล อายุสามสิบห้า มีลูกสามคนแล้ว ทำให้ร่างกายย้วย  แฟนแกเป็นคนขับรถสิบล้อ ทำงานที่นี่มานาน  ส่วนแกเป็นคนดูแลหอพักคนงาน จะพาไปดูห้อง ผมสะพายเป้ตามหลัง สายตาก็แลดูโรงงานไป มันมีฝุ่นมากกว่าปกติ พอถาม แกก็บอกปนบ่น คนไทยมาทำงานที่นี่ไม่ทนหรอก มันมีฝุ่นมาก แล้วถามผมทั้งที่หันหลัง จะไหวเหรอ                  ผมยืนยันสู้ไหว  สู้งานในนาทั้งวัน แดดร้อนขนาดไหนยังไม่ถอย 

หอพักคนงานต่อหน้าผม สูงสามชั้น ป้านวลชี้ให้ดูชั้นบนสุด พวกหนุ่มโสดให้พักข้างบน ข้างล่างจะอยู่เป็นครอบครัว ห้องน้ำรวมให้ช่วยกันดูแล
ในตอนนั้นพวกคนขับรถสิบล้อ ได้เดินเเซงผมกับป้าไปขึ้นไป มีกันห้าคน นำโดยพี่ผิวหมึกคนนั้น  ต่อมาผมพึ่งรู้พวกนี้พักอยู่ชั้นสามเหมือนกันครับ 

สิ่งที่ผมต้องแปลกใจคือ หญิงสาวในชุดนักศึกษาคนนั้น ยังคงเดินตามไปด้วย เรื่องที่ผมคาดเดา เธอเป็นเเฟนพี่หมึกน่าจะเป็นเรื่องจริง ในเมื่อเดินตามเเทบจะเป็นเงาตามตัวขนาดนั้น น่าแปลกที่พี่เขา ไม่ค่อยหันมาดูแลเเฟนสาวเท่าที่ควร   ผมเห็นขอบตาของเธอแดงเรื่อ จังหวะเงยหน้า ทำเอาเธอสบตากับผมโดยไม่ตั้งใจ  เเม้กำลังเดินขึ้นบันได เธอยังหันมามองผมไม่วางตา
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ห้องเเถวในชั้นที่หนึ่ง ค่อนข้างแออัด ห้องไม่ใหญ่นักแต่อาศัยอยู่กันทั้งครอบครัว คนแก่นั่งบ้างนอนบ้าง มีเด็กเล็กหน้าตามอมเเมมวิ่งเล่นไปมา ข้าวของเครื่องใช้วางล้นออกมาถึงหน้าห้อง ดูเหมือนคนแก่พวกนั้นจะมองหน้าผมแบบแปลกๆ  ทำผมรู้สึกอึดอัดเล็กๆ

ป้านวลชี้ไปที่ห้องแรก เป็นห้องติดทางขึ้นบันได มันคือห้องของแกกับเเฟน ขาดเหลืออะไรให้มาบอก ชั้นหนึ่งสำหรับคนมีครอบครัว ชั้นสามให้คนโสดพัก  แล้วแกก็ชี้ไปที่บันได บอกห้องพักของผมอยู่ชั้นบนสุด เป็นห้องรวมอยู่กันหลายคนหน่อย ส่วนใหญ่ไม่ได้นอนกันหรอก ค่ำหน่อยพวกขับรถสิบล้อก็พากันออกไปกันแล้ว กลับมาอีกทีก็สายๆ ของวันพรุ่ง  

ป้าจับไม้กวาดยื่นให้ ฝากให้ไปทำความสะอาดข้างบนให้ด้วย แกจะไปทำความสะอาดชั้นสอง กำลังทำค้างไว้ เผอิญผู้จัดการเรียกให้มาพาคนงานใหม่ไปดูห้องพัก  ห้องที่ไม่ได้ล็อคกุญแจนั่นแหละ ส่วนห้องไหนมีแม่กุญเเจคล้องไว้ก็อย่าไปยุ่ง

แรกเมื่อผมเดินไปถึงชั้นสอง ผมเห็นร่องรอยการพักอาศัยในห้องต่างๆ เสื้อผ้า ภาชนะถูกทิ้งไว้ระเกะระกะ เข้าใจว่าคนเก่าคงพึ่งย้ายออกไปได้ไม่นาน ทั้งชั้นไม่มีคนพักอาศัยเลย ในเมื่อเปิดประตูทิ้งไว้ อีกเดี๋ยวป้านวลคงมาทำความสะอาด  ผมนึกแปลกใจ ทำไมไม่ให้พักชั้นสองในเมื่อก็ว่างอยู่  

พอมองสำรวจไปตามเรื่อง ก่อนจะเดินขึ้นบันได หูผมพลันได้ยินเสียงหัวเราะของคนหลายคน มันเป็นเสียงแปลกๆ คล้ายกำลังมึนเมาได้ที่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมของผู้หญิง ผมหูผึ่ง หรือว่าจะเป็นพวกนั้น เสียงผู้หญิงคือน้องนักศึกษา  ใจคอผมรู้สึกไม่ค่อยดี หรือว่าจะทำมิดีมิร้ายกับ   ผู้หญิง ใบหน้าสวยหวานปนเศร้าของเธอคนนั้น ดันฝังในหัวผมไม่รู้ลืมเสียนี่ มันทำให้ใจจดจ่อโดยไม่รู้ตัว จะว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้น เธอคนนั้นเดินตามขึ้นไปเอง โดยสมัครใจไม่ได้ถูกบังคับ  

ความเคลือบเเคลงสงสัยของผมสิ้นสุดลง เมื่อผมเร่งสาวท้าขึ้นไปชั้นสาม ห้องแรกติดห้องน้ำถูกปิดล็อคไว้ ห้องที่สองเปิดประตูอ้าค้าง  เสียงมาจากห้องนี้เอง พี่หมึกกับพรรคพวกนั่นเอง  พอผมไปถึงหน้าประตู เห็นกำลังกำลังนั่งซดเบียร์ พอเห็นหน้าผม ทั้งห้าคนกวักมือเรียกผมใหญ่ให้มาร่วมวงด้วยกัน ผมปฏิเสธอย่างนิ่มนวล โดยอ้างป้านวลเรียกใช้  น่าแปลกที่ผมไม่เห็นนักศึกษาสาวคนนั้น เธอไม่ได้ติดตามพี่หมึกขึ้นมาบนนี้หรือไง  

ผมเก็บคำถามไว้ในใจ มองสภาพห้องแล้ว หยากไย่สางไว้ตามมุมห้อง ถุงพลาสติกมีคราบของกินแห้งกรังหมักหมมจนมีกลิ่นสาบอบอวล มันปนๆ กันกับกลิ่นเหงื่อไคล ไม่มีเสื้อผ้าไม่มีเครื่องนอน เป็นเเค่ห้องว่างๆ โทรมๆ โดยเฉพาะตามระเบียงมีขวดน้ำดื่มวางไว้มากมาย  เสียเเต่มันเป็นน้ำสีเหลืองๆ ใส่ไว้เต็มขวด ไม่ต้องถามก็รู้เป็นปัสสาวะทั้งนั้น

สภาพแบบนี้ ผมมั่นใจได้เลยว่าป้านวล คงไม่ได้ขึ้นมาทำความสะอาดนานเเล้ว

ผมใช้เวลานั้นเร่งปัดกวาดเช็คถูขนานใหญ่ ในเมื่อต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ผมก้มหน้าทำงานแข่งกับเวลา ตอนนี้หกโมงเย็นใกล้ค่ำทุกที พอเงยหน้า คล้ายจะเห็นสีหน้าไม่พอใจของพี่หมึก เรื่องที่เรียกผมไปร่วมวงดื่มด้วยแต่ถูกปฏิเสธ บอกตามตรงว่า ผมคงหลับนอนในสภาพนี้ไม่ได้เเน่ คนพวกนี้คงเเค่อาศัยเป็นสถานที่สุมหัวเสพเหล้ายา ถึงเวลาก็ไปออกรถ ถึงได้ปล่อยเรี่ยราดเช่นนี้

พอตกค่ำ พวกนั้นก็พากันลงไป ผมมองจากระเบียงไปที่ลานจอดรถ ปล่อยสายลมเย็นโกรกใบหน้า คนขับรถสิบล้อกำลังวอร์มเครื่องยนต์เสียงดังกระหึ่ม ก่อนจะทยอยออกไปรับของกลับมา ซึ่งเป็นวัสดุดิบทำผงธูป ในตอนนี้ชั้นสามเงียบเชียบ ไร้เสียงเอะอะ  ผมเดินไปเปิดไฟระเบียงและในห้อง แสงไฟค่อนข้างรืบหรี่ แสงออกเหลืองไม่กระจ่างตา มีแมลงเข้าไปซุกจนดำเป็นพรืด ผมยืนถอนใจ ภายหลังลุยทำความสะอาดร่วมชั่วโมง คงจะได้พักผ่อนเสียที

น้ำใช้ห้องชั้นสาม น้ำไหลเบามาก ผมเห็นลงไปใช้ห้องน้ำชั้นสอง เสียเเต่ชั้นนี้ไฟถูกเปิดเเค่ทางเดิน  ผมถือขันสบู่จะเข้าห้องน้ำ ก่อนเข้าไปผมหันไปมองห้องหับ และระเบียงในความมืด  ป้านวลคงจัดการเก็บกวาดเสร็จ จึงปิดล็อคห้องไว้ทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้ผมอยากขอมาพักชั้นนี้ มันดูสะอาดน่าพักอาศัยกว่า

เวลาสามทุ่ม  

แม้ว่าผมจะปัดกวาดเช็ดถูห้องเเล้ว กลิ่นอับๆ เหม็นคาวยังอบอวล มันลอยเข้ามาแตะจมูกเป็นพักๆ ยิ่งอาการนอนไม่หลับเพราะผิดที่ด้วย สักพักผมได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินผ่านบันไดขึ้นมา เวลานี้ค่อนข้างเงียบพอสมควร แม้เสียงหนูวิ่ง ผมว่ายังได้ยิน เสียงฝีเท้าดังตึกๆ ต่อมาก็ตามด้วยเสียงไขลูกกุญเเจ เป็นห้องติดบันได ผมจึงไม่เห็นเจ้าของห้องเดินผ่านหน้า ยังดีหน่อยที่ยังมีคนพักเป็นเพื่อน ผมหายใจยืดยาว ตั้งสมาธิข่มตาหลับอีกครั้ง

ผมถูกปลุกขึ้นมากลางดึก  เสียงน้ำจากก๊อกไหลแรง ดูท่าจะล้นด้วยซ้ำ ทั้งที่ตอนยังไม่ค่ำไหลเอ่ยเฉื่อยมาก คงเป็นข้างห้องลุกไปใช้ห้องน้ำ ดึกดื่นอย่างนี้ มีคนน้อยที่ใช้น้ำประปา  ข้างบนเลยน้ำไหลเเรง ผมมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ มันเลยเที่ยงคืนมาประมาณห้านาที
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่