.....บันทึกรักใน "ดงขมิ้น"....

เป็นเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นปี 2525  ขณะที่เจ้าของบันทึกบรรพชาเป็นสามเณร (และต่อจากนั้นก็บวชยาวต่อไปอีกเกือบสิบปี)
-------------------------------------------------------------------------------------------

เป็นวัดในหมู่บ้านที่เขตชานเมือง ติดริมน้ำโขง.....
ตกเย็นมา...เหล่าพระหนุ่มเณรน้อยเหน็บสบงเปลื้องผ้าอังสะได้ก็กระโจนลงน้ำโขง
สรงน้ำสไตส์ง่ายๆ แบบบ้านนอก.....เราผูกพันกับแม่น้ำโขงโดยสายเลือดและวิญญาณ
ความที่เป็นสามเณรที่กำลังย่างสู่วัยรุ่น.....
ก็มีบ้าง....ที่จิตใจมันวอกแวก  
มีบ้างที่ต้องคอยวิ่งไล่ตามจิตบางดวงที่ควบคุมได้ยาก... 
โดยเฉพาะจิตตัวที่ว่านี้เรียกว่า “จิตปฏิพัทธ์”....
จิตเกิดไปปฏิพัทธ์ดรุณีน้อยนางหนึ่งในวัยที่ไล่กัน....
ทุกๆ เช้า...เธอจะสะพายกระติ๊บข้าวเหนียวมารอที่หน้าบ้าน....
เฝ้าสังเกตุมาระยะหนึ่ง.....เธอจะดูเป็นปรกติเวลาใส่บาตรพระและเณรรูปอื่นๆ
แต่เมื่อมาถึงคิวเรา...เธอจะก้มหน้าหลบหลบสายตาเสมอ......
แล้วใจเกิดไปมีปฏิพัทธ์ตอนไหนก็ไม่รู้....ไม่รู้จริงๆ
รู้เพียงแต่ว่า....ทุกๆ เช้าหลังจากเสร็จกิจสงฆ์ สวดมนต์ทำวัตรเช้า กวาดวิหารลานเจดีย์แล้ว....
เราจะกุลีกุจอครองผ้าจีวรไปยืนรอพระเณรรูปอื่นๆ แล้วตั้งแถวออกบิณฑบาตรอบหมู่บ้าน
อย่าว่า...อย่าตำหนิเราเลยนะ...ใครก็ตามที่เผอิญผ่านมาอ่านบันทึกเล่มนี้
เราพยายามอย่างยิ่งยวด...
เราต่อสู้อย่างยิ่งยวด...
แต่ปราการอินทรีย์ของเราคงไม่แก่กล้าและแกร่งพอจึงปล่อยให้ความรู้สึกปฏิพัทธ์ชอนไชเข้าไปในซอกของจิตได้

-----------------------------------------------------
เช้าวันนั้น.....หลังจากออกเดินบิณฑบาตไม่กี่ก้าว ฝนก็เริ่มตกปรอยๆ และทวีขึ้นเรื่อยๆ...
พระเณรทุกรูปไม่มีใครมีร่มสักคัน........จำต้องเดินบิณฑบาตกลางสายฝน....
ญาติโยมส่วนใหญ่ก็จะกางร่มออกมาใส่บาตร...
และเช้าวันนั้นเธอก็กางร่มออกมาคอยใส่บาตรที่หน้าบ้านเช่นเคย...
มือซ้ายหนีบคันร่มและอุ้มกระติ๊บข้าว มือขวาก็หยิบข้าวเหนียวใส่บาตร.....
มาถึงคิวพี่เณร.....ดูเหมือนว่าคราวนี้เธอไม่ก้มหน้าหลบพี่เณรเหมือนทุกครั้ง...
เธอเพ่งมองจีวรของพี่เณรที่เปียกปอน....
แล้วเผลอสบตากับพี่เณรเข้าอย่างจัง!
เธอบรรจงหย่อนข้าวเหนียวลงบาตร....
ลมกรรโชกมาวูบหนึ่ง....
ร่มที่เธอหนีบไว้อย่างหลวมๆ ก็ปลิวโอนไปตามกระแสลม....
ปลายก้านของร่มที่เป็นเส้นเหล็กก้านเล็กๆ ......ปักฉึก!! เข้าเหนือหน้าผากพี่เณร
เลือดสดๆ สีแดงผสมน้ำฝน......ไหลพรากอาบลงบนใบหน้าพี่เณร
เธออุทานตกใจทิ้งคันร่ม.....ลืมตัวทำท่าจะโผเข้าแตะพี่เณร...
และคงนึกตัวขึ้นได้ทัน....
เธอรีบทรุดเข่าลงพื้นก้มกราบขอโทษพี่เณร....
เพื่อนบ้านที่ใส่บาตรและพระเณรเห็นเหตุการณ์รีบเข้ามาถาม
“เณรเป็นอะไรมากไหม?”
ไม่นะ....เรารู้สึกเฉยๆ....
หรืออาจจะด้วยความเคยชินกับแผลเล็กๆ บนหัวที่มักจะเกิดประจำเวลาโกนหัวทุกครั้ง
หรืออาจะความเย็นของสายฝน?
หรืออาจจะด้วยเพราะเธอ?
ไม่รู้สิ?  ไม่รู้!!
รู้เพียงแต่ว่าไม่เจ็บอะไรเลยจริงๆ...
เช้านั้น...เธอกับแม่มาที่วัด พร้อมนำยาแดงและพลาสเตอร์มาถวาย....
สีหน้าและแววตาของเธอและแม่ดูจะวิตกมาก...
ถามพี่เณรว่า "หนูจะบาปมากไหม?" ....
เราก็บอกไปว่าไม่เจ็บอะไรเลยอย่าคิดมาก..............
ปีรุ่งขึ้น................เธอสอบติดมัธยมปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัด
ไปอาศัยกับป้าในตัวเมือง นานๆ ทีจะกลับมาเยี่ยมบ้าน
ส่วนพี่เณร....หลังกวาดวิหารลานเจดีย์ทุกเช้า
แทบจะไม่มีกะจิตกะใจจะออกบิณฑบาตตั้งแต่เธอย้ายไปอยู่ในเมือง.....
ความรักนะความรัก....

ภาพประกอบ http://www.kunkroo.com/catalog.php?idp=108
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่