ชีวิตติดเกาะ ..ชีวิตมนุษย์เงินเดือนทำงานสิงคโปร์ โควิดทำพิษไม่ได้กลับบ้าน

ชีวิตติดเกาะ ปี 3


สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิปทุกคนนนนน!!  ไม่รู้เพื่อนๆ จะจำเราได้ไหม
เรามาจากกระทู้ >> https://pantip.com/topic/37644939
ที่เคยรีวิวเกี่ยวกับเรื่องหางาน และชีวิตความเป็นอยู่ที่ สิงคโปร์ไปเมื่อเกือบๆ 3 ปีก่อน
เมื่อเดือนก่อนก็ครบ 3 ปีที่เรามาอยู่ที่นี้แล้ว และกำลังจะครบ 1 ปีเต็มที่เราตคิดอยู่ที่นี้ในปีใหม่นี้
ที่เราไม่ได้กลับบ้านและไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากอยู่บนเกาะนี้ เพราะว่าสถานการณ์โควิด 
ที่เพื่อนๆทุกคนก็รู้ดีว่าเป็นยังไงนั้น...นั่นแหละ ก็เลยเป็นที่มาที่ไป 
ที่เราจะมาเขียนเล่าเรื่องราว ชีวิต 3 ปีที่ผ่านมาของเรา และสถานการณ์โควิด
ปัจจุบันที่ “สิงคโปร์” เมืองแห่งเศรษฐกิจ และชีวิตดีไซนเนอร์ไทยในต่างแดนของเรา

พูดง่ายๆเลยก็คือตอนนี้เรายังเป็นผู้โชคดีที่ยังรอดชีวิต ยังไม่ติดโควิด และยังไม่ตกงาน(แม้จะเกือบก็เหอะ) ด้วยสิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก เล็กกว่ากรุงเทพอีกมั้ง ดังนั้นการจัดการระบบและผู้คนต่างๆ จึงมีระเบียบวินัยสูง ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย และความคุ้มครองจากรัฐบาล ตราบใดที่คุณอยู่ในประเทศนี้ มีครอบครัว ทำงาน หรืออื่นๆ คุณอยู่ภายในกฎหมายและความดูแลของรัฐทุกอย่าง ฉะนั้นถ้าคุณทำความผิด ก็เละเช่นกัน 555 จากที่เพื่อนๆพอจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า จากสถานการณ์โควิดมีกฎหมายต่างๆออกมามากมายเพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตแบบ New normal ได้ปกติและปลอดภัยที่สุด
ใครทำผิดกฎก็โดนโทษกันไป ถึงขั้นยึดบัตรทำงาน ไล่ออกจากประเทศไปเลยก็มี เพื่อรักษาระเบียบและความปลอดภัยต่อคนหมู่มาก โดยเค้าจะแบ่งออกเป็น 3Phase โดยที่ปัจจุบันอยู่ใน Phase2 และกำลังจะเปลี่ยเป็น Phase3 ในวันที่ 28 เดือนธันวาคมนี้ เยยยยย้!!!! 
ตัวอย่างข้อบังคับต่างๆ ใน Phase2 ระยะห่าง 1 เมตร การรวมกลุ่มไม่เกิน 5 คน การสแกนบัตรหรือการเช็คอินเข้าสถานที่ต่างๆ อ่อและที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ บาร์ต่างๆปิดเวลา 4 ทุ่มครึ่งจ้า เรียกได้ว่ายังไม่ทันได้เมาก็ต้องกลับไปกินต่อที่บ้านแล้ว เอ้ย กลับไปนอนจ้า 5555555 
ซึ่งใน Phase3 ก็จะมีการปรับจากการรวมกลุ่ม 5 คน เป็น 8 คนอะไรทำนองนั้น ซึ่งรายละเอียดต่างๆเพื่อนๆสามารถหาอ่านได้ที่เว็บ 


ที่เรายกตัวอย่างเมื่อกี้ก็คือข้อบังคับหลักๆใกล้ตัวที่ต้องคนที่อาศัยอยู่ที่นี้ต้องรู้และปฏิบัติตาม
ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเป็น 1 ในบุคคที่ส่งกลับบ้านหรือเสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อจ่ายค่าปรับก็เป็นได้

เอาหล่ะ...
ถ้าเพื่อนๆ เคยผ่านการอ่านกระทู้แรกๆของเราที่เคยรีวิวหรือเล่าประสบการณ์การหางาน สมัครงานและสัมภาษณ์งานที่สิงคโปร์ไปแล้วก็คงพอจะเข้าใจกระบวนการอยู่บ้าง หรือใครที่ยังไม่เคยอ่านให้กดไปอ่านได้ที่ลิ้งที่แปะอยู่ด้านบนนะจ้ะ แล้วเพื่อนๆก็คงจะเข้าใจว่าการมาหางานหรือทำงานที่สิงคโปร์ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเพียงแค่เราเข้าใจเป้าหมาย และรู้ว่าจะทำงานอะไร ก็แค่หาและสมัครโลด เรื่องภาษาที่เพื่อนๆหลายคนกังวลนั้น เราตอบได้แค่ว่ามันขึ้นอยู่กับสายงานที่เพื่อนๆทำนั้นเอง แต่สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในการทำงานนั้นก็คือ ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้เป็นคนของประเทศนี้ ไม่ว่าจะ Citizen หรือ Pr เพื่อนๆจะไม่มีสิทธิทำงานพาร์ททาม งานร้านอาหารเช่นพนักงานเสิร์ฟหรืออาชีพทั่วๆไปได้ ดังนั้นอาชีพที่เปิดกว้างและเปิดร้านชาวต่างชาติแบบเราๆ ก็คืออาชีพพิเศษ เช่น ออกแบบ ทนาย ภาษา จะทำนำเข้า ส่งออก ไอที วิศวะ และอื่นๆ ถึงจะอยู่ในหมวดหมู่ของการขอใบอนุญาตเข้าทำงานที่นี้ได้ ซึ่งถือว่าเปิดกว้างและง่ายมากกว่าประเทศอื่นๆที่ไกลโพ้นออกไป..

เกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อเกิดสถานการณ์โควิด?
อย่างแรกเลยก็คือไม่มีงานทำ ไม่มีงานทำในที่นี้หมายความว่า จำนวนงาน โปรเจคงานลดลง เนื่องจากสายที่เราทำงานคือสายออกแบบ และเป็นการออกแบบพวกงานอีเว้น นิทรรศการต่างๆ นั้นหมายถึงว่า เราต้องลืมเรื่องการจัดอีเว้นไปได้เลยพอมีโควิดเกิดขึ้น เพื่อนๆคงนึกภาพออกใช่ไหม ในเมื่องานไม่สามารถจัดได้ แล้วเราจะทำอะไร??? พอจำนวนงานลดลง แล้วทำไมบริษัทจึงจะต้องจ้าง หรือเรียกว่าเลี้ยงพนักงานเอาไว้ โดยเฉพาะพนักงานต่างชาติแบบเรา? นั้นสิ ใช่ไหม แต่ก่อนจะไปถึงข้อนั้น บริษัทก็เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมาย เช่น ลดวันทำงาน ลดเงินเดือน รวมไปจนถึงลดพนักงานในที่สุด แต่ก่อนจะมาถึงข้อตัดคนออกนี้ บริษัทหรือองค์กรต่างๆก็ได้ พยายามปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆมากมาย เพื่อที่จะรักษาบุคคลากร และรักษาบริษัทเอาไว้ได้ เกิดการทำการทำงานที่บ้าน หรือ work from home เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการทำงานที่หลากหลายขึ้น เช่น การจัด Virtual event ที่เหมือนเป็นการจำลอง การไปอีเว้น ร่วมกิจกรรม หรือชมนิทรรศการจำลองต่างๆ ผ่านออนไลน์นั้นเอง แต่การทำ Virtual event นั้นก็ไม่ได้ดีไปกว่าการจัดทำขึ้นมาจริงๆ ด้วยหลายๆเหตุผลหลายประการเช่น การที่ทุกอย่างไปอยู่ในออนไลน์ ในคอมพิวเตอร์ ไม่เกิดการสร้างจริงลูกค้าจะสามารถสร้างสรรค์จินตนาการอะไรก็ได้ จะมีเวทีลอยอยู่บนท้องฟ้า หรือจะออกแบบแบบไหนก็ได้โดยที่ไม่ต้องคำนึงและสนใจในเรื่องของโครงสร้าง ความเป็นจริง และราคาในการก่อสร้าง แต่ในทางกลับกัน คนออกแบบนี้แหละ ที่จะต้องทำงานหนักขึ้น ในขณะที่เงินที่ได้รับกลับลดลง เอาเป็นว่าคร่าวๆประมาณนี้ เราจะไม่เจาะรายละเอียดเยอะ เนื่องจากมันเป็นแค่ข้อมูลเฉพาะกลุ่มที่เราแค่อยากจะยกตัวอย่างของผลกระทบจากสถานการณ์โควิดเช่นเราที่ทำงานในสายงานนี้เท่านั้น ...  และบุคคลกลุ่มแรกที่จะโดนบอกลาจากองค์กรก่อนเลยก็คือ พนักงานน้องใหม่ หรือเด็กจบใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมากพอ เนื่องจากเค้าต้องการคนที่อยู่แล้วคุ้มค่าที่สุด ทำงานได้มากที่สุด และส่งผลดีต่อองกรณ์มากที่สุด และกลุ่มที่สองก็คือชาวต่างชาตินั้นเอง (เอ๊ะ เรานี้หว่า? 555) เนื่องจากชาวต่างชาตินั้นมีข้อกำหนดมากมาย รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่องค์กรต้องจ่ายให้กับรัฐต่อเดือน เค้าจึงเลือกที่จะตัดบุคคลกลุ่มนี้ออกก่อนเป็นอันดับต้นๆ ... และอีกเหตุผลนึงก็คือ เค้าต้องรักษาและดูแลคนในประเทศของเค้านั้นเอง แต่ในหลายๆบริษัทที่มีการลดจำนวนพนักงานหรือลดเงินเดือนพนักงานนั้น กลับกลายเป็นคนสิงคโปร์ซะเองที่ไม่โอเคกับรายได้ที่ลดลง และเลือกที่จะลาออก และหางานใหม่ ซึ่งการหางานใหม่ในเวลานี้ รัฐช่วยเหลือคนสิงคโปร์เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นโควต้าการรับพนักงาน หรือตำแหน่งสูงๆ จะเป็นสำหรับคนสิงคโปร์ก่อนเสมอ เพื่อนๆรู้แบบนี้แล้ว คงพอจะเดาออกใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชาวต่างชาติแบบเรา ไม่ใช่แค่ว่าหางานยากแล้ว การทำพาสหรือบัตรทำงานก็ยากขึ้นไปอีก ใช้เวลานานกว่าจะผ่าน หรือไม่ผ่านก็มี แม้ว่าบริษัทจะต้องการตัวคุณมากแค่ไหน รัฐ อาจจะไม่ให้ผ่านก็ได้ .... ชาวต่างชาติแบบเราจึงต้องเกาะเก้าอี้ทำงานไว้ให้แน่น รอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปเท่านั้นเอง.. หากเพื่อนๆสงสัยว่าทำไมไม่กลับไทย ลางานไม่ได้หรอ ก็อยากจะบอกแบบตรงไปตรงมาว่า ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นคอคาดบาดตายจริงๆ การไม่ออกจากประเทศในช่วงเวลาแบบนี้คือทางออกที่ดีที่สุด เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น การลางาน ระยะเวลาการกักตัว และค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งพูดได้คำเดียวว่าแพงงง!!! ฉะนั้น การอยู่ที่นี้ และยังมีงานทำ คือเป็นเรื่องที่จำเป็นมากกว่านั่นเอง 

" เรื่องเล่าจากเรื่องจริง "
เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง .. องค์กรที่เราทำงานอยู่ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ เมื่อจำนวนงานลดลง การลดเวลางาน ลดเงินเดือน และลดจำนวนพนักงานจึงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น เริ่มจากช่วงแรก ที่มีการทำงานที่บ้าน หรือ Work from home ทุกคนก็ต้องแบกคอมพิวเตอร์กลับไปนั่งทำงานที่บ้าน มีการลดจำนวนวันทำงานจาก 5 วันต่อสัปดาห์เป็น 4 วัน นั้นหมายถึงว่า เงินเดือนก็ลดตามลงไปด้วย เป็นเวลาหลายเดือน กว่าเราจะกลับมาทำงานที่ออฟฟิสได้ จนเวลาผ่านมาจนเกือบพ้นปี 2020 องค์กรก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มไล่พนักงานออก มีการเซ็นสัญญางานใหม่ อาจจะลดวันทำงาน ลดเงินเดือน แล้วแต่รายบุคคล แล้วแต่แผนก ส่วนตัวเราเองนั้นก็เกือบจะไม่รอด อย่างที่รู้ๆกันเนาะ เราเป็นต่างชาติ ยกตัวอย่าง สุมมติว่าแผนกของเราไล่พนักงานออก 10 คนเราคือคนที่ 11 อ่ะ 5555 อีกนิดนึงคือไม่รอดแล้วจ้าาาา ก่อนหน้าก็คือเครียดมาก ทั้งโดนเรียกคุย หลายอย่างมากแต่ก็ผ่านพ้นมาได้ คิดว่านะ หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นหลังจากนี้ สาธุจ้ะ.. แต่มีเพื่อนของเราคนนึงอันนี้สะเทือนใจมาก เค้าเป็นคนต่างชาติเหมือนกัน ถือบัตรทำงานเหมือนกันกับเรา เค้าโดนให้ออกแบบออกเลย แต่สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดคือเค้าเพิ่งขอแฟนแต่งงานอ่ะ ก่อนหน้านี้แค่ 1 อาทิตย์!!!! เป็นเศร้าอ่ะ และตามกฎหมายผู้ถือวีซ่าทำงาน และโดนยกเลิกบัตรจะสามารถอยู่ต่อในประเทศได้เพียง 1 เดือน เหมือนกับวีซ่านักท่องเที่ยวปกติ นั้นหมายความว่าถ้าภายใน 1 เดือนหลังจากบัตรถูกยกเลิกแล้วไม่สามารถหางานใหม่ได้ ก็ต้องแพคกระเป๋ากลับบ้านทันที.. และเพื่อนเราก็กลับบ้านไปแล้ว โดยที่แฟนของเค้ายังคงอยู่ที่นี้ .. ร้องไห้หนักมาก ที่เราเอาเรื่องนี้มาแชร์ เราไม่ได้จะบอกว่าเรานั้นโชคดีหรือเพื่อนเรานั้นโชคร้าย แต่เราแค่อยากจะให้กำลังคนที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆกัน อาจจะดีกว่าหรือแย่กว่านี้ ตอนนี้มันไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่แย่ แต่อย่าหยุดเดิน อย่าหยุดที่จะพยายาม .. บางทีโชคก็ไม่ได้ช่วยเรา แต่ความสามารถ ความพยายามและการไม่ย้อมแพ้ต่ออุปสรรคนั้นแหละ ที่ทำให้เรายังไปต่อได้ .. 

ดูมีสาระปะ? แหะๆ

เอาหล่ะ จะเครียดเกิดไปแล้ววว มาถึงเรื่องกินๆ เที่ยวๆ บ้างเนาะ!!!!
อย่างที่บอกไปตอนต้น และเพื่อนๆก็คงรู้อยู่แล้วว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็กมาก สังเกตได้จากเวลาเพื่อนๆมาเที่ยว มีทริปมาสิงคโปร์ ใครมาเกินสัปดาห์บ้าง คือแค่นั้นก็สามารถเที่ยวครบได้แล้ว 
และจึงเกิดคำถามว่า ติดเกาะอยู่ช่วงโควิด คนสิงคโปร์เค้าทำอะไร? หรือชาวต่างชาติติดเกาะแบบเราอ่ะ ทำอะไรรร เป็นงง?? ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวสุดฮิต ที่ถ่ายรูป ร้านเด็ดร้านดังล้วนผ่านตาผ่านมือผ่านท้องของเรามาแล้ว อาจจะไม่หมด แต่ก็เกือบๆ แต่ที่ไปแล้วติดใจที่สุดไปแล้วไปอีกสำหรับเราก็คงจะเป็น Art science museum, และสวนสัตว์ต่างๆ ที่นี้แบ่งออกเป็นหลายแบบเช่น กลางคืน กลางวัน น้ำ นก และอยากจะบอกว่าเค้าทำดีมากมาก เดินได้ไม่มีเบื่อ มีกิจกรรม มีแสดงโชว์ หลากหลายสุดๆ ก็เดินวนไปจ้ะ ชมนกชมไม้ ชมน้องลิงน้องแพนด้า และกิจกรรมสุดฮิป จะถ่ายรูปจะไปนอนเล่นกินข้าวก็ดีไปหมดก็คือการไป Staycation หรือเรียกว่าการไป holiday ในประเทศนั้นเอง แต่เนื่องจากที่นี้ไม่มีเชียงใหม่ เขาใหญ่ ภูเก็ตแบบบ้านเรา จึงเป็นการไปจองโรงแรมนอนตามในเมือง หรือที่ Sentosa ทะเลของชาวเกาะสิงคโปร์จึงกลายเป็นเรื่องที่ธรรมดาสุดๆ ไม่ว่าจะไปกับแฟน ลูก พ่อแม่ หรือแม้กระทั้งเพื่อนๆ แต่ราคาก็ไม่ได้เบาเลยเด้อออ แต่มันคือทางเลือกในการพักผ่อนที่จะเรียกว่าอะไรหล่ะ No Choice ก็คงจะได้ 555 และเพื่อไม่ให้กระทู้นี้ยาวและยืดเยื้อ (ไปมากกว่านี้)


ก่อนจะจากลากันไป ในกระทู้นี้ หากเพื่อนๆมีข้อสงสัย มีคำถาม
สามารถไปกดติดตามและติดต่อได้ที่เพจ “ คนติดเกาะ 1ifeonisland ”

แล้วเจอกันใหม่ กระทู้หน้า
- ยินดีที่ได้รู้จัก ขอบคุณค่าาาาาาาา -
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่