สวัสดีค่ะ ขอเล่าคร่าวๆ ก่อนนะคะ คือตอนนี้เราเปิดธุรกิจอันนึงขึ้นมาจากความชอบ แต่ต้องยอมรับเลยว่าไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อนทำ เพียงเพราะไม่มีอะไรทำและชอบเลยทำขึ้นมา ตอนแรกเราเพิ่งจะเรียนจบแต่ว่าทั้งปัญหาโควิดและต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการหางานในช่วงวัยนี้ (ก่อนหน้านั้ทำงานออฟฟิต ก็ได้เงินเดือน 12k) ทำงาน 6.00-18.00 น. จ-ส คือร่างพังไปเลย ที่บ้านเลยให้ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ตรงนี้ต้องขอบคุณครอบครัวมากที่เชื่อมั่นในตัวเรา
เราตั้งใจและทำงานอย่างเต็มที่ อย่างสุดความสามารถแต่ต้องยอมรับว่าเราใหม่มาก ที่บ้านก็ไม่มีใครทำธุรกิจเลย เลยทำให้มันไม่ราบรื่น เราก็พอเข้าใจได้ แต่ดูเหมือนว่าปัญหานับไปแต่ละวันมันยิ่งมากขึ้น ด้วยความไม่มีพาร์ทเนอร์ ทำคนเดียว และทำหลายอย่าง ทำให้มันติดลบไปเรื่อยๆ ชื่อเสียงยังคงไม่ดีเท่าคู่แข่ง เงินก็ไม่ได้มีสำรองเพราะลงทุนไปหมดแล้ว หลักล้าน ตอนนี้เปิดมาได้เกือบปีรู้สึกมันแย่ไปหน้ายังไงอย่างงั้น พอเรามีปัญหาซึ่งมันถอยไม่ได้อยู่แล้วเพราะลงทุนทิ้งไปเยอะมาก ทำให้เรามองหางานเสริมทำเพิ่ม หลากหลายอย่าง เราเลยลองทำแล้วรู้สึกเลยว่าอย่างอื่นเราทำแล้วมีความสุขกว่า และทำเงินให้เราได้มากกว่าร้านนี้ เราเลยไม่รู้ว่าเราต้องไปทางไหนต่อ ให้พูดตรงๆ คือ เศรษฐกิจของทุกคนก็แย่เหมือนกันหมด แต่เราก็เปิดร้านอยู่ในเกรดที่ดีมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูง และทำให้ติดลบไปเรื่อยๆ ตัวร้านน่ะเราก็เช่า ซึ่งสัญญา 2 ปี เราไม่สามารถออกได้ด้วยเพราะค่าบิ๊วอินไปน่ะทั้งร้านก็ 5 แสนกว่าบาท ที่บ้านบอกว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีกปีกว่าให้รอดูไปก่อนว่ารอดไหม ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ก็ให้พอ
ปัญหาหลักคือการลงสินค้าที่ต้องลงต่อเนื่อง ถ้าไม่ลงของใหม่ๆ ก็จะไม่มีวาง และร้านคู่แข่งมี ทางร้านต่างๆ ที่ดีลด้วยก็ขยันออกสินค้าใหม่มากๆ ออกแทบจะทุกๆ เดือนเลย พอเรามีเงินเราก็ต้องลงของ มีแล้วลงของไปเรื่อยๆ อย่างนั้น ไม่มีเหลือเลย ค้าง Stock บางทีลดจนขาดทุนก็ไม่มีคนซื้อเพราะไมชอบอะไรแบบนี้
เราพยายามคิดอยู่ตลอด หาวิธีและศึกษา และทำงานหนักมากเพื่อให้ทุกๆ อย่างมันดีกว่าเดิม แต่ตอนนี้ก็ยัง อาจจะด้วยค่าเช่าที่แพงเหมิอนกัน เลยมัวแต่หาเงินมาจ่ายๆๆๆ เราไม่อยากจะทิ้งร้านนี้ไปแต่เราก็เริ่มจะหมดแพสชั่นไปแล้ว หรือจะเรียกว่าเบิร์นเอาท์ดี แบบว่าไม่ใช่เราไม่ทำอะไรแต่เราทำจนเราหมดหนทาง เพื่อนรอบตัวยังบอกว่าเราทำงานหนักและคิดอยู่ตลอดจนแทบเป็นคนไม่มีความสุขแล้ว จริงๆ สิ่งที่กดดันที่สุดคือการที่เงินที่ใช้ลงทุนไปเราไม่ได้คืนให้ครอบครัวเลย แล้วยังคอยแต่จะให้เขาช่วยอยู่ได้ หรือถึงหยุดทำและเจ๊งไปก็คือการที่อยู่ๆ ก็เป็นหนี้กับเงินที่ที่บ้านกู้มาทำให้แบบนี้ ตอนนี้เครียดมากเลยขอคำแนะนำหน่อยนะคะ
***ถ้าถามว่าทำไมไม่หาพาร์ทเนอร์ คือมันก็ยากค่ะที่อยู่ๆ จะมีคนอยากหุ้นด้วยเพราะจำนวนเงินโดยรวมต่อให้แค่ 10% แต่นั่นก็เป็นเงินหลักแสนอยู่ดี เลยไม่ง่ายที่คนอายุช่วง 20-27 จะมาสนใจ ส่วนมากจะไม่มีเงินมากพอในกรณีที่ไม่ขอครอบครัว หรืออีกส่วนก็มีงานและธุรกิจของตัวเองแล้ว
รู้สึกว่าสิ่งที่ลงทุนเปิดร้านไปเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ และลงทุนผิดไป ทำยังไงดี?
เราตั้งใจและทำงานอย่างเต็มที่ อย่างสุดความสามารถแต่ต้องยอมรับว่าเราใหม่มาก ที่บ้านก็ไม่มีใครทำธุรกิจเลย เลยทำให้มันไม่ราบรื่น เราก็พอเข้าใจได้ แต่ดูเหมือนว่าปัญหานับไปแต่ละวันมันยิ่งมากขึ้น ด้วยความไม่มีพาร์ทเนอร์ ทำคนเดียว และทำหลายอย่าง ทำให้มันติดลบไปเรื่อยๆ ชื่อเสียงยังคงไม่ดีเท่าคู่แข่ง เงินก็ไม่ได้มีสำรองเพราะลงทุนไปหมดแล้ว หลักล้าน ตอนนี้เปิดมาได้เกือบปีรู้สึกมันแย่ไปหน้ายังไงอย่างงั้น พอเรามีปัญหาซึ่งมันถอยไม่ได้อยู่แล้วเพราะลงทุนทิ้งไปเยอะมาก ทำให้เรามองหางานเสริมทำเพิ่ม หลากหลายอย่าง เราเลยลองทำแล้วรู้สึกเลยว่าอย่างอื่นเราทำแล้วมีความสุขกว่า และทำเงินให้เราได้มากกว่าร้านนี้ เราเลยไม่รู้ว่าเราต้องไปทางไหนต่อ ให้พูดตรงๆ คือ เศรษฐกิจของทุกคนก็แย่เหมือนกันหมด แต่เราก็เปิดร้านอยู่ในเกรดที่ดีมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูง และทำให้ติดลบไปเรื่อยๆ ตัวร้านน่ะเราก็เช่า ซึ่งสัญญา 2 ปี เราไม่สามารถออกได้ด้วยเพราะค่าบิ๊วอินไปน่ะทั้งร้านก็ 5 แสนกว่าบาท ที่บ้านบอกว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีกปีกว่าให้รอดูไปก่อนว่ารอดไหม ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ก็ให้พอ
ปัญหาหลักคือการลงสินค้าที่ต้องลงต่อเนื่อง ถ้าไม่ลงของใหม่ๆ ก็จะไม่มีวาง และร้านคู่แข่งมี ทางร้านต่างๆ ที่ดีลด้วยก็ขยันออกสินค้าใหม่มากๆ ออกแทบจะทุกๆ เดือนเลย พอเรามีเงินเราก็ต้องลงของ มีแล้วลงของไปเรื่อยๆ อย่างนั้น ไม่มีเหลือเลย ค้าง Stock บางทีลดจนขาดทุนก็ไม่มีคนซื้อเพราะไมชอบอะไรแบบนี้
เราพยายามคิดอยู่ตลอด หาวิธีและศึกษา และทำงานหนักมากเพื่อให้ทุกๆ อย่างมันดีกว่าเดิม แต่ตอนนี้ก็ยัง อาจจะด้วยค่าเช่าที่แพงเหมิอนกัน เลยมัวแต่หาเงินมาจ่ายๆๆๆ เราไม่อยากจะทิ้งร้านนี้ไปแต่เราก็เริ่มจะหมดแพสชั่นไปแล้ว หรือจะเรียกว่าเบิร์นเอาท์ดี แบบว่าไม่ใช่เราไม่ทำอะไรแต่เราทำจนเราหมดหนทาง เพื่อนรอบตัวยังบอกว่าเราทำงานหนักและคิดอยู่ตลอดจนแทบเป็นคนไม่มีความสุขแล้ว จริงๆ สิ่งที่กดดันที่สุดคือการที่เงินที่ใช้ลงทุนไปเราไม่ได้คืนให้ครอบครัวเลย แล้วยังคอยแต่จะให้เขาช่วยอยู่ได้ หรือถึงหยุดทำและเจ๊งไปก็คือการที่อยู่ๆ ก็เป็นหนี้กับเงินที่ที่บ้านกู้มาทำให้แบบนี้ ตอนนี้เครียดมากเลยขอคำแนะนำหน่อยนะคะ
***ถ้าถามว่าทำไมไม่หาพาร์ทเนอร์ คือมันก็ยากค่ะที่อยู่ๆ จะมีคนอยากหุ้นด้วยเพราะจำนวนเงินโดยรวมต่อให้แค่ 10% แต่นั่นก็เป็นเงินหลักแสนอยู่ดี เลยไม่ง่ายที่คนอายุช่วง 20-27 จะมาสนใจ ส่วนมากจะไม่มีเงินมากพอในกรณีที่ไม่ขอครอบครัว หรืออีกส่วนก็มีงานและธุรกิจของตัวเองแล้ว