กระทู้พลีชีพ ใครๆ ก็ว่าผมโง่
ผมเป็นเกย์ครับ ทำงานที่เกี่ยวกับคน อบรมคน รับสมัครคน และแล้วความรักก็เกิดขึ้น ผมแอบชอบน้องคนนึงที่มาสมัครงานที่ผมทำ (งานแอพฯ เขียว) ผมเชื่อว่าน้องเค้ารู้ว่าผมคิดยังไง ซึ่งผมไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยสัมผัสร่างกาย ไม่เคยพูดอะไรที่ไปเชิงความรัก เราเริ่มรู้จักกันเมื่อ ม.ค. 2563
วันนึงน้องโทรมาร้องไห้ มี.ค. 2563 บอกว่าโดนผู้หญิงทิ้ง ปัญหาคือ ไม่มีรถวิ่งงาน เพราะมอเตอร์ไซด์ เป็นของผู้หญิง เค้ากำลังจะไม่มีรายได้ ผมถามคำเดียว อยากวิ่งงานจริงไหม จะตั้งใจทำงานไหม เค้าบอกว่าน่าจะได้คำตอบจากการที่รู้จักกันมา เค้าเป็นคนขยัน เช้าวันถัดไป เรานัดเจอกันที่บริษัทขายรถมอเตอร์ไซด์ ผมดาวน์รถให้เค้า ชื่อเค้า ผมค้ำประกัน และปัจจุบันผมเป็นผู้ชำระหนี้
เม.ย. 2563 มีเพจนึงโพสเรื่องว่า โควิด อยู่บ้านทำอะไร ผมก็คอมเม้นว่าสั่งอาหารจนได้แฟน และโพสรูปคู่ จุดนั้นทำให้เกิดการแตกหัก เค้ารู้สึกอาย และบอกว่า "เราไม่เคยมีความรักต่อกัน" ผมเลิกติดต่อ แต่ภาระหนี้ชื่อเค้า ผมยังจ่ายปกติ
ส.ค. 2563 เค้าติดต่อมาอีกครั้ง อยากวิ่งงาน เพราะหยุดไปช่วงนึง แน่นอนผมต้องรับผิดชอบ ค่าอุปกรณ์ เสื้อ กระเป๋า รวมถึงการเติมเงินเครดิต ผมไม่ได้จ่ายเพื่อซื้อคน แต่ผมจ่ายเพื่อสร้างงาน และหวังว่าให้เค้ามีอนาคตที่ดีจากการทำงาน และเริ่มมีการ "ขอ" มากขึ้น โทรศัพท์ใหม่ เป็นของขวัญวันเกิด และอีกมากมาย ผมใช้เงินเก็บเกือบสองหมื่นบาท ในเดือนนี้เดือนเดียว หมดไปกับการตามใจเค้าในทุกสิ่งที่เค้าต้องการ
พ.ย. 2563 ผมรู้ว่าเค้ากำลังคบหากับผู้หญิงคนนึง จึงขอเลิกคุยและติดต่อกัน สิ่งที่เค้าบอกกับผมคือ ผมคิดไปเองมาตลอด และเค้าอยากให้ผมรักเค้าแบบลูก เนื่องจากอายุเราห่างกัน 16 ปี เป็นความรู้สึกแย่ในครั้งแรกที่รู้จักเค้า ผมถามกลับไปว่าครอบครัวเค้าเคยให้อะไรเค้าไหมแบบที่ผมทำให้ ถ้าคำตอบคือ ไม่ ผมเป็นอะไรที่มากกว่าการเป็นผู้ปกครอง จะบอกว่าให้รักแบบลูกคงไม่ใช่ และเค้าน่าจะรู้ตลอดเวลาที่รู้จักกัน
หลายคนด่าผมว่าโง่ ผมเชื่อว่าไม่มีใครโง่เรื่องความรัก เงินอยู่ที่ผม ผมควักจ่ายเอง นั่นคือการมีสติ และไม่ได้ใช้เงินซื้อคน เพราะไม่เคยมีอะไรที่มากกว่าเพียงแค่คุยกัน "เสียเป็นแสน แขนไม่เคยจับ" ผมไม่เคยได้อะไรกลับมาเลย
ผมยอมรับว่า "ความโง่ จะเกิดขึ้นทันที ถ้าเราคาดหวังว่าความรักที่ให้ใครไป จะได้รับรักนั้นกลับมา" ผมสับสนตัวเอง และเริ่มคิดว่าตัวเองโง่ เมื่อรู้สึกว่าเค้ามีความรัก และเราควรออกห่างจากคนที่เรารู้สึกรัก
ผมพยายามที่จะไม่เจอหน้า แต่ด้วยจังหวัดที่เล็ก ยังเจอกันบ้าง และพอเจอกันก็เป็นห่วง ปัจจุบันเราไม่เคยคุยกัน แต่ภาระค่าใช้จ่ายผมยังรับผิดชอบ และเค้าขอผมว่า ทุกอย่างควรเป็นความลับ รถ โทรศัพท์ ควรเป็นของเค้าตามเอกสารผู้ครอบครอง ผมเป็นเพียงผู้สนับสนุนโดยการจ่ายหนี้ก็พอ ซึ่งตอนนี้มีเรื่องประกันชีวิต ประกันรถ เข้ามา ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าควรทำยังไงต่อ เพราะไม่คุยกันแล้ว ภาระผูกพันธ์นี้ควรอยู่ที่ใคร และสมควรจ่ายไหม เมื่อต้องแอบซ่อน เค้าบอกคนอื่นว่า เงินเค้า และผมก็ไม่เคยทวงสิทธิ์นั้น ถือว่าให้คือให้
ผมควรทำอย่างไรดีครับ หนีจากจุดที่ตัวเองอยู่ บางครั้งก็อยากทำร้ายตัวเอง ไม่หิวไม่กิน ไม่พูดไม่คุย ภาวะอารมณ์ดิ่งกลับมา รึว่าผมควรยอมรับง่ายๆ ว่า "โง่"
ผิดเอง... ที่ไปชอบ ผู้ชายแท้ๆ
ผมเป็นเกย์ครับ ทำงานที่เกี่ยวกับคน อบรมคน รับสมัครคน และแล้วความรักก็เกิดขึ้น ผมแอบชอบน้องคนนึงที่มาสมัครงานที่ผมทำ (งานแอพฯ เขียว) ผมเชื่อว่าน้องเค้ารู้ว่าผมคิดยังไง ซึ่งผมไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยสัมผัสร่างกาย ไม่เคยพูดอะไรที่ไปเชิงความรัก เราเริ่มรู้จักกันเมื่อ ม.ค. 2563
วันนึงน้องโทรมาร้องไห้ มี.ค. 2563 บอกว่าโดนผู้หญิงทิ้ง ปัญหาคือ ไม่มีรถวิ่งงาน เพราะมอเตอร์ไซด์ เป็นของผู้หญิง เค้ากำลังจะไม่มีรายได้ ผมถามคำเดียว อยากวิ่งงานจริงไหม จะตั้งใจทำงานไหม เค้าบอกว่าน่าจะได้คำตอบจากการที่รู้จักกันมา เค้าเป็นคนขยัน เช้าวันถัดไป เรานัดเจอกันที่บริษัทขายรถมอเตอร์ไซด์ ผมดาวน์รถให้เค้า ชื่อเค้า ผมค้ำประกัน และปัจจุบันผมเป็นผู้ชำระหนี้
เม.ย. 2563 มีเพจนึงโพสเรื่องว่า โควิด อยู่บ้านทำอะไร ผมก็คอมเม้นว่าสั่งอาหารจนได้แฟน และโพสรูปคู่ จุดนั้นทำให้เกิดการแตกหัก เค้ารู้สึกอาย และบอกว่า "เราไม่เคยมีความรักต่อกัน" ผมเลิกติดต่อ แต่ภาระหนี้ชื่อเค้า ผมยังจ่ายปกติ
ส.ค. 2563 เค้าติดต่อมาอีกครั้ง อยากวิ่งงาน เพราะหยุดไปช่วงนึง แน่นอนผมต้องรับผิดชอบ ค่าอุปกรณ์ เสื้อ กระเป๋า รวมถึงการเติมเงินเครดิต ผมไม่ได้จ่ายเพื่อซื้อคน แต่ผมจ่ายเพื่อสร้างงาน และหวังว่าให้เค้ามีอนาคตที่ดีจากการทำงาน และเริ่มมีการ "ขอ" มากขึ้น โทรศัพท์ใหม่ เป็นของขวัญวันเกิด และอีกมากมาย ผมใช้เงินเก็บเกือบสองหมื่นบาท ในเดือนนี้เดือนเดียว หมดไปกับการตามใจเค้าในทุกสิ่งที่เค้าต้องการ
พ.ย. 2563 ผมรู้ว่าเค้ากำลังคบหากับผู้หญิงคนนึง จึงขอเลิกคุยและติดต่อกัน สิ่งที่เค้าบอกกับผมคือ ผมคิดไปเองมาตลอด และเค้าอยากให้ผมรักเค้าแบบลูก เนื่องจากอายุเราห่างกัน 16 ปี เป็นความรู้สึกแย่ในครั้งแรกที่รู้จักเค้า ผมถามกลับไปว่าครอบครัวเค้าเคยให้อะไรเค้าไหมแบบที่ผมทำให้ ถ้าคำตอบคือ ไม่ ผมเป็นอะไรที่มากกว่าการเป็นผู้ปกครอง จะบอกว่าให้รักแบบลูกคงไม่ใช่ และเค้าน่าจะรู้ตลอดเวลาที่รู้จักกัน
หลายคนด่าผมว่าโง่ ผมเชื่อว่าไม่มีใครโง่เรื่องความรัก เงินอยู่ที่ผม ผมควักจ่ายเอง นั่นคือการมีสติ และไม่ได้ใช้เงินซื้อคน เพราะไม่เคยมีอะไรที่มากกว่าเพียงแค่คุยกัน "เสียเป็นแสน แขนไม่เคยจับ" ผมไม่เคยได้อะไรกลับมาเลย
ผมยอมรับว่า "ความโง่ จะเกิดขึ้นทันที ถ้าเราคาดหวังว่าความรักที่ให้ใครไป จะได้รับรักนั้นกลับมา" ผมสับสนตัวเอง และเริ่มคิดว่าตัวเองโง่ เมื่อรู้สึกว่าเค้ามีความรัก และเราควรออกห่างจากคนที่เรารู้สึกรัก
ผมพยายามที่จะไม่เจอหน้า แต่ด้วยจังหวัดที่เล็ก ยังเจอกันบ้าง และพอเจอกันก็เป็นห่วง ปัจจุบันเราไม่เคยคุยกัน แต่ภาระค่าใช้จ่ายผมยังรับผิดชอบ และเค้าขอผมว่า ทุกอย่างควรเป็นความลับ รถ โทรศัพท์ ควรเป็นของเค้าตามเอกสารผู้ครอบครอง ผมเป็นเพียงผู้สนับสนุนโดยการจ่ายหนี้ก็พอ ซึ่งตอนนี้มีเรื่องประกันชีวิต ประกันรถ เข้ามา ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าควรทำยังไงต่อ เพราะไม่คุยกันแล้ว ภาระผูกพันธ์นี้ควรอยู่ที่ใคร และสมควรจ่ายไหม เมื่อต้องแอบซ่อน เค้าบอกคนอื่นว่า เงินเค้า และผมก็ไม่เคยทวงสิทธิ์นั้น ถือว่าให้คือให้
ผมควรทำอย่างไรดีครับ หนีจากจุดที่ตัวเองอยู่ บางครั้งก็อยากทำร้ายตัวเอง ไม่หิวไม่กิน ไม่พูดไม่คุย ภาวะอารมณ์ดิ่งกลับมา รึว่าผมควรยอมรับง่ายๆ ว่า "โง่"