ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกในอนาคตหน่อยค่ะ

ถึงจะยาวหน่อย แต่ขอคนจริงใจให้คำปรึกษาช่วยอ่านและเม้นด้วยความหวังดีของเพื่อนมนุษย์นะคะ ด่าได้
ว่าได้ พูดตรงได้ แต่ช่วยนึกถึงใจกันนิดนึง.

คือเราเรียนจบม.6 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่อมหาลัยเพราะไม่มีเงินเรียนต่อค่ะ แล้วตอนนั้นก็ไม่คิดอยากจะกู้เลย คิดว่าพักแล้วทำงานเก็บเงินก่อนดีกว่า ตอนนั้นอายุ 18 ทำงานแรกที่ต่างจ. กินอยู่กับเพื่อน พ่อแม่ก็ไม่อยากให้ไปเลยนะคะ เค้าเป็นห่วง เพราะเพื่อนออกจะแหลกๆหน่อย ทั้งพ่อและแม่เราเลี้ยงเราแบบระบบปิดแต่ไม่เคร่งมาก แต่เราเป็นคนคิดมากเรื่องคำพูดคน โดยเฉพาะญาติๆ ที่ปากแซ่บแซะเก่งกันเหลือเกิน เราไม่อยากเจอเลยหนีไปทำที่อื่น ทำได้1เดือน จนที่บ้านมีปัญหา แม่กับพ่อเลยเรียกกลับ พอเรากลับไปบ้านพ่อกับแม่ขอร้องให้หางานแถวนี้แล้วก็ไปได้งานที่ถือว่าดีมา1งาน ฐานเงินเดือน18,000 ถือว่าโอเคสำหรับวุฒิแค่นั้นและอายุตอนนั้น ระหว่างทำงานเราไม่ได้เก็บเงินเลย ยอมรับว่าตอนนั้นก็ฟุ่มเฟือยบ้าง ส่งเงินให้พ่อกับแม่ ช่วยแม่บ้างเวลาไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน แล้วไหนจะเงินกินเงินใช้ส่วนตัว ตอนนั้นเราเป็นผู้ช่วย
ผจก.สาขาแล้วผจก.ลาออก เราก็พาพี่มาทำงานแล้วยอมให้พี่ขึ้นเป็นหัวหน้าแทน แต่กลับมีปัญหาทะเลาะเรื่องงานกันบ่อยๆ ช่วงนั้นเราร้องไห้คนเดียวบ่อยมาก เสียใจที่ต้องมาทะเลาะกันเองเพราะงาน จนเราทนไม่ไหว แล้วอ้างกับทุกคนว่าจะออกมาเรียน ยอมรับว่าคิดน้อยไป แต่อยู่ณ.จุดๆนั้นไม่ไหวจริงๆ ถ้าทะเลาะกับคนอื่นพอว่า นี่มาทะเลาะกันเองแรงๆ สุดท้ายเลยคิดจะกู้เรียน แล้วก็ได้มาเรียนตอนอายุ 20 เรียนได้แค่เทอม1ปี1 มีข้อความส่งมาว่าเราต้องชำระเงิน2-3หมื่น เพราะเรายังส่งเอกสารไม่ครบ คือเราไม่เคยกู้แล้วเราก็ไม่เข้าใจ ก็ถามแล้วก็ติดตามเพจกู้ตลอดนะ เค้าก็บอกว่าให้รอๆ แล้วห้ามทักซ้ำไม่งั้นจะเด้งไปต่อคิวสุดท้าย และนั่นแหล่ะเค้าลืมส่งเอกสารมาให้เราปริ๊น แล้วมันก็เลยกำหนด ไอเราก็คิดว่าไม้เป็นไรอาจมีอีกรอบ แต่มันไม่มีอีกแล้ว อันนี้มันก็เราอีกแหล่ะ ไม่ใส่ใจไม่ทำความเข้าใจให้มากกว่านี เป็นครั้งที่เสียใจแบบพูดไม่ออกบอกไม่ถูกที่สุดในชีวิตแล้ว เรียนไม่จบแถมเป็นหนี้ เลยไม่คิดจะพูดกับใครนอกจากพ่อแม่ กู้บังก็ดอกแพงโข ลำพังหนี้สินที่บ้านก็เป็นแสนแล้ว เฟลไปหมด คิดหนักมากจะหนีไปบวช หรือจะหนีไปอยู่ในป่าดี ที่คิดหนักคิดสั้น เพราะสังคมที่บ้านเรามันกดดัน ญาติพี่น้อง คนรอบข้าง แล้วก็อยู่ที่ตัวเรากดดันตัวเองด้วย กลัวพ่อแม่อาย พ่อกับแม่ก็ปลอบ แล้วบอกว่าไม่ต้องบอกใครก็ได้ ไม่ได้เรียนก็ไม่มีใครรู้หรอก เพราะปกติเรา เรียนต่างจ.เป็นม.เอกชน เรียนน้อย ให้บอกว่ามีเรียนน้อยลง เรียนออนไลน์เพิ่มขึ้น เราเลยมีความคิดจะไปอยู่กับเพื่อนคนเดิมอีกแล้ว แล้วบอกคนที่บ้านว่าไปเช่าหออยู่
***เราคิดว่าคราวนี้จะไปทำงานแล้วตั้งใจเก็บตังค์จริงจัง แล้วหาลงทุนธุรกิจส่วนตัว ถ้ามีธุรกิจส่วนตัวจะไม่เรียนมันแล้ว เจ็บใจกับค่าเทอมที่แพงโขTT เจ็บใจกับชีวิตที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันจะ 21 อยู่แล้ว ไม่มีอะไรให้พ่อแม่ภูมิใจสักอย่าง แต่พ่อแม่ไม่อยากให้ไปเช่นเคย เพราะเพื่อนคนนี้ใครๆก็มองว่าแย่ ทำงานเป็นพีอาร์ กินเหล้าเมายา ติดผช. (ในสายตาคนอื่นนะ) สำหรับเรา หลายครั้งที่เราไปอยู่กับเพื่อน มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เรารักมัน คบกันมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นที่ปรึกษาเราได้ ดูแลเราได้ ให้เงินเราใช้เวลาลำบาก แล้วก็ไม่ชวนเราทำไม่ดีแบบนั้น เหมือนดูเป็นเยี่ยงแต่อย่าเอาเป็นอย่าง ความจริงแล้วเพื่อนก็ไม่ได้ติดผช.นะ แค่มีแต่เพื่อนผช. แล้วเพื่อนเราก็ไม่ได้ง่ายกับผช.ด้วย 
แล้วเราอยากจะไปทำงานอยู่นั่นกับเพื่อน ตอนแรกมันบอกว่ามันอยู่คนเดียวแต่ล่าสุดเราไปเที่ยวหามันแค่สามวัน มีเพื่อนผญ. 1คน มาอยู่กับมันอันนี้ไม่มีปัญหา แต่ดันมีผช.อีกสองคน ที่แค่มาอาศัยต้มน้ำท่อมเม๊ากันทุกคืนแล้วก็กลับ คือเราก็คิดมากแหล่ะเพราะเพื่อนผญ.อีกสองคนทำงานกลับเกือบเช้า เราต้องอยู่คนเดียวในห้อง พอดึกหน่อยจะมีเพื่อนของเพื่อนที่เป็นผช.อีกสองคนมาต้มน้ำนั่นแหล่ะแล้วก็นั่งเม๊ากัน
***ถ้าเรามาอยู่กับมันเลยจะต้องเจอแบบนี้ตลอดแต่เพื่อนเราบอกว่า สองคนนี้ไว้ใจได้ คบกันมาตั้งแต่15ตอนนี้20แล้วคนไหนที่มันบอกไว้ใจได้ก็คือไว้ใจได้จริงๆนะ เท่าที่เคยเจอเคยเล่นกันมา
1.ทุกคนให้เกียรติเรานะ บางคนอาจพูดจายิ้มแต่การกระทำไม่
2.พึ่งพาและใช้ได้ตลอด ดีกว่าเพื่อนผญ.ส่วนมาก
3.ไม่นินทาเรา และไม่เคยใส่อารมณ์ใส่
***ปัญหาอีกอย่างนึงที่เราอยากแยกตัวไปอยู่ที่อื่นด้วยก็คือ พี่เขยชอบมาลวนลามตอนนอน(บ้านเราคนเยอะและเราต้องมานอนข้างนอกหน้าห้องคนเดียว) ไม่ได้กลัวนะ แต่มันโคตรน่ารังเกลียดและโคตรขยะแขยงเลย ไม่รู้จะทำไง เลยทำเป็นนอนดิ้นพลิกไปมา เค้าถึงจะหยุด พอตื่นเช้ามาก็ทำปกติทำเป็นไม่รู้ โตแล้วก็ไม่ได้ใสและขี้กลัวอะไรขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ใช้เรื่องที่ต้องมาทน ตอนแรกก็อายที่จะบอกใคร จนทนไม่ไหวต้องบอกแม่ แต่แม่บอกให้ระวังตัว แล้วก็ไม่มีไรเกิดขึ้น น้อยใจแม่มาก เลยบอกแม่ไปว่า รู้แล้วว่าต้องระวังตัว แต่นี่บ้านเรา พื้นที่ส่วนตัวเรา จะปล่อยให้คนห่าทำเลว แล้วปล่อยไปหน้าตาเฉยแบบนั้นหรอ จะให้คนแบบนี้อยู่ในบ้านเราต่อจริงหรอ บ้านเราผญ.ก็เยอะ ที่บอกแม่เพราะอยากให้แม่จัดการ  แต่แม่ตอบกลับมาว่าสงสารพี่สาว เครียดเรื่องงานยังต้องมาเครียดเรื่องผัวอีก เราเลยไม่พูดแล้วTT เก็บทุกอย่างไว้ดีกว่า รู้สึกว่าบอกไปก็อายเปล่าๆ ถ้าแม่จะบอกแค่ว่า ระวังตัว ไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นดีกว่า ถึงลำบากก็จะทน 
ทั้งหมดนี่มันป็นความเครียดสำหรับเรามาก เสียสุขภาพจิตสุดๆ แต่ชีวิตประจำวันเราในสายตาคนอื่นดูร่าเริงพูดมากนะ ความเป็นจริงเวลามีอะไรมากระทบจิตใจหน่อยก็ร้องไห้ใจจะขาดแล้ว เวลาเสียใจแล้วมันขุดทุกเรื่องที่ิอยู่ในหัว 

#ที่อยากจะถามคือ
1 . เราจะเรียนต่อมหาลัยหรือจะเรียนต่อสายอาชีพดี
หรือเราจะ
2 . ทำงานแล้วเก็บตังค์ลงทุนธุรกิจส่วนตัวจะโอเคมั้ย พอเป็นไปได้หรือเปล่า
3 . เราอยากอยู่ที่อื่นแต่ไม่มีที่ไป จะไปทำงานอยู่กับเพื่อนดีมั้ย หารค่าห้อง ประหยัดค่าใช้จ่าย แถมมีเพื่อนช่วยลดความเครียด แต่เพื่อนคบเพื่อนผช.แล้วยังพามาบ้านบ่อยๆ ถึงนิสัยจะโอเคก็เถอะ จะมีอะไรเดือดร้อนตามมารึป่าว หรือเราจะอยู่แค่พักนึงพอตั้งตัวได้ก็หาเช่าอีกห้องใกล้ๆเพื่อนเอา

ยอมรับทุกคอมเม้นและขอบคุณล่วงหน้านะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เมื่อนึกภาพตาม พอจะเห็นความเลวร้ายของบรรดาคนนอกครอบครัว ทั้งญาติและเพื่อนบ้าน และเป็นสาเหตุของปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น มองจากมุมคนนอก คิดว่าคุณภาพชีวิตที่ดี คือชีวิตที่อยู่กับความจริง การพยายามหลีกหนี สร้างเรื่อง และปกปิด มีแต่จะทำให้ความคิดอ่านและการตัดสินใจเรื่องของตนบิดเบี้ยวไป พอจะเข้าใจนะคะ ว่าทนได้ยาก แต่นี่ปี 2563 แล้ว ถึงเวลาที่คนเราไม่ควรต้องให้น้ำหนักคำนินทามากอีกต่อไป หากตัดเรื่องนี้ไปได้ ข้อจำกัดหลายอย่างจะลดลง เหลือที่ใช่จริง ๆ

จากที่เล่า สิ่งแรกที่ไม่ควรเลยคือไปอยู่กับเพื่อน เสี่ยงสูงมากที่จะไม่ปลอดภัย สิ่งที่ควรทำตอนนี้ คือหางาน และหากพอทำได้ หาทางเรียนต่อ อาจเป็นสายอาขีพ

ยังคิดว่าอยู่บ้านได้ จะดีที่สุด เพื่อประหยัด แต่ก็มาติดเรื่องพี่เขยแย่ ๆ ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ยังเป็นไปได้ที่จะจัดการหาที่นอนที่ปลอดภัย จะให้ดี นอนกับพ่อแม่ และขู่พี่เขยค่ะ ว่าหากเข้าใกล้ จะบอกทุกคน เขาอยู่บ้านเรา เราอยู่บ้านเรา เราต้องอยู่ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย

สรุปคือ ชีวิตที่ผ่านมาให้บทเรียนหลายอย่าง ไม่ต้องเสียดายและเสียใจ อายุยังน้อย ตั้งหลักให้มั่น ที่สำคัญ บอกตัวเองค่ะ ว่าจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร จะไม่ยกปัญหาคนนอกที่มักพูดพล่อย ๆ และขี้นินทา มาเป็นเงื่อนไขสำคัญ จะทำอะไร หรือไม่อย่างไร เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของ จขกท และครอบครัวเท่านั้น

ชีวิตเฟสใหม่ ต้องดีกว่าเดิม ตั้งใจไว้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่