ขอวิธีเลิกกับแฟนที่ไม่ยอมเลิกหน่อยค่ะ

     คบกับแฟนคนนี้มา 4 ปีแล้วค่ะ เพื่อนที่ม.แนะนำให้ เราเป็นผู้หญิง ส่วนแฟนก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันนะคะ เราเป็นฝ่ายจีบเค้าก่อน ตอนนั้นเราเรียนมหาลัยปี 3 ส่วนแฟนทำงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งค่ะ

     คุยกันวันแรกก็คุยถูกคอกัน วันที่สองเค้าก็มาเที่ยวบ้านเราเลย แล้วเค้าก็มาบ้างตามวันหยุดของงานเค้า ซึ่งเค้าไม่ขับรถนะคะ เค้าให้พ่อมาส่งที่ทำงานแล้วเราต้องไปรับเขาที่ทำงานแล้วมาที่บ้าน จากนั้นก็ไปส่งเค้าที่ทำงานอีกทีค่ะ

     คบกัน 1 เดือนต้องย้ายไปอยู่บ้านเค้าค่ะ เพราะเค้าบอกว่าอยากอยู่ด้วยซึ่งเราก็อยากอยู่กับเค้านะ แต่บ้านเค้าไกลมากๆ ต่างอำเภอกับบ้านเราเลย ต้องขับรถประมาณ 40-45 กิโลเพื่อไปเรียนที่ม. แล้ววันไหนเค้าทำงานกะเช้าเราต้องไปส่งเค้าทำงานด้วยค่ะ ส่วนวันไหนมีเรียนสองสามวิชา หรือครึ่งวัน เค้าก็ขอเราไม่ไปเรียนได้ไหมอยากอยู่ด้วย ซึ่งเราก็ตามใจเขาค่ะ แต่พอถึงเวลาเขาทำงานเราก็ต้องไปส่งแล้วเค้าเลิกงานเราก็ต้องไปรับค่ะ จากบ้านเค้าไปที่ทำงานเค้า  เดินทางประมาณ 38-40 กิโลค่ะ

     พอคบกันได้ 6 เดือนเราเริ่มเหนื่อย ครอบครัวเราก็เป็นห่วงเพราะบางวัน เค้าเข้ากะดึกเราก็ต้องตื่นมาส่งเค้าแล้วกลับบ้านเรามาทำการบ้านเตรียมสอบ เราต้องสอบได้คะแนนเยอะเพราะเราขาดเรียนบ่อย อาจารย์ก็ไม่ชอบเราเพราะเราไม่ค่อยเข้าเรียน เราแทบไม่ได้นอนหลายวันเลยค่ะ หรือนอนน้อยมากๆ
จนถึงจุดนึงเราเริ่มไม่ไหวแล้วกลัวเรียนไม่จบ กลัวติดF เพราะถ้าติดF จะกู้เรียนไม่ได้ ค่าเทอมก็ไม่ใช่น้อยๆ

     ตัดสินใจขอกลับไปอยู่บ้าน ขอห่างสักพักจนกว่าจะเรียนจบ เขาไม่ยอม สุดท้ายทะเลาะกันและเขาก็ใช้ความรุนแรงกับเราค่ะ แรกๆก็ไม่ได้เยอะเท่าไร ตีหลังหรือแขน เราซึ่งไม่เคยได้เจอคนทำร้ายมาก่อนและไม่เคยทำร้ายใครเลยเราก็รู้สึกอยากหนีค่ะ ทุกวันไปเรียนมีแต่รอยฟกช้ำ จนถึงวันสอบปลายภาค ปี 3 เราขับรถไปสอบแต่รถชน ดีที่อาจารย์บอกว่าจะให้สอบชดเชย แล้ววันนั้นมีสอบแค่วิชาเดียว แต่สุดท้ายเราก็ติด  F  และไม่สามารถกู้เรียนต่อได้

      เกรดถูกส่งไปที่บ้าน คุณแม่โทรมาหาเรา เราก็สารภาพว่า ปี 4 ปีสุดท้ายลูกกู้เรียนไม่ได้แล้วนะเพราะติด F 1 ตัว ตัดสินใจจะไม่เรียนต่อแล้วเพราะค่าเทอมที่แพงเกือบสามหมื่น สถานะครอบครัวไม่ได้มีมากพอจะส่งเรียน มีแค่คุณแม่ที่ส่งเรียนคนเดียว  แต่คุณแม่ก็บอกไม่ต้องเครียดเรียนไปเถอะ เดี๋ยวแม่หามาให้เอง เราเลยได้เรียนต่อ ช่วงปิดเทอม เราลงเรียนซ่อมที่ติดF ของปี 3 และลงเรียนปี 4 เราตั้งใจจะเข้าเรียนให้ครบ แฟนชวนทะเลาะกันบ่อยขึ้น ความรุนแรงมากขึ้น เริ่มซ้อมเรา พอเราร้องไห้เค้าก็มากอด เราก็บอกเค้าถ้าอยากอยู่ต่อให้พ่อเค้าไปรับไปส่งส่วน เราตั้งใจเรียนจะตั้งใจเรียน  จนผ่านปี4 เทอม 1 ไปได้

   ปี 4 เทอม 2 มีเรียนน้อยลง ช่วงเช้า 1 วิชาก็มี พ่อแม่แฟนก็บอกเราอยู่บ้านเฉยๆ ให้หางานทำค่ะ คือทำพาสไทม์ร้านสะดวกซื้อค่ะ เราก็อยากทำด้วยจะได้มีเงินช่วยคุณแม่จ่ายค่าเทอมแบ่งจ่ายด้วย  ตอนแรกแฟนจะให้ไปทำที่ร้านเค้าเท่านั่นค่ะ แต่ที่ร้านนั้นเค้าไม่รับพาสไทม์ เลยได้ไปลงอีกร้าน เราทำพาสไทม์ได้อาทิตย์เดียวเราไม่ไหว ขอลาออกค่ะ เพราะพอได้ไปทำงานหัวสมองมันคิดโปรเจคไม่ออกจริงๆค่ะ

หลังสอบปลายภาคของปี 4 ประกาศผลสอบออกมาเราติด โปรเจคจบ ทำให้เราต้องเปิดซ่อม จำนาทีที่คุณแม่ร้องไห้ได้เลยค่ะ ไม่ได้ส่งโปรเจคจบแค่วิชาเดียว(เราทำเว็บออนไลน์แต่เว็บล่มต้องทำใหม่หมด) วิชาอื่นผ่านหมด แต่ที่มหาลัยต้องเหมาวิชาเปิดซัมเมอร์ 18500 บาท ไม่ยอมให้เราลงวิชาเดียว ซึ่งตอนนั้นเงินก็ไม่มี ต้องหายืมญาติ ดีที่เค้ามีให้ยืม คุณแม่ต้องจ่ายเงินทั้งน้ำตาเลยค่ะ เรารู้สึกผิดจริงๆ ครอบครัวต้องเดือดร้อนมาก สุดท้ายเราก็ทำโปรเจคจบสำเร็จใน 1 อาทิตย์เท่านั้น ส่งรูปเล่มแก้รูปเล่มเสร็จหมด ก็รอพรีเซนย์อย่างเดียว 18500 เพื่อ 1 อาทิตย์ จนสุดท้ายเราก็จบมาได้เพราะคุณแม่ช่วยไว้


     1 ปีครึ่ง ผ่านไปไวมาก หลังเรียนจบ เราอยู่บ้านเค้าหน้าที่แม่บ้านมาเต็ม ซักผ้าถูบ้านล้างจานทำกับข้าว ช่วงปิดเทอมตอนเค้าไม่อยู่เราก็แอบติดต่อเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อนานแล้วเพราะเค้าไม่ยอมให้เรามีเพื่อน เค้าบอกว่าเค้าก็ไม่มีใครไม่มีเพื่อนเหมือนกัน แต่เราก็ทนไม่ไหวจึงติดต่อเพื่อน เป็นเพื่อนออนไลน์เคยคุยกันในท็อคๆสมัยเด็กๆรวมๆแล้วก็ 7-8 ปีที่เป็นเพื่อนกันมา เราก็ถ่ายแผลฟกช้ำส่งไปให้เพื่อนดู แล้วเพื่อนก็โทรมาหาเลย เราร้องไห้หนักมากเล่าให้ฟังทุกๆเรื่องเลย เพื่อนก็บอกให้กลับบ้าน เราก็บอกเพื่อนว่าแฟนไม่ยอม เค้าทำร้ายเรา เราหนีก็ไม่ได้ ทุกครั้งที่เค้าออกบ้านไปทำงานก็จะล็อคบ้านไว้ เราสามารถออกได้ทางหลังบ้านนะแต่จะล็อคคืนก็ไม่ได้ ถ้าเค้าถูกขโมยขึ้นบ้านจะทำย้งไง  เพื่อนก็ขอนัดเจอเอาแฟนมาด้วย 

     เจอกับเพื่อนออนไลน์ครั้งแรก พร้อมกับแฟนที่ไม่ได้เต็มใจนักบอกว่าไม่ชอบเพื่อนเราเลย เพื่อนก็คุยกับแฟนเราว่าไปทำมันทำไม ทำไมไม่คุยดีดี มันรักเธอมากนะ เพื่อนก็คุยดี แล้วก็ไปกินข้าวกับเพื่อนแฟนก็บอกอยากกลับบ้านตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศเสียหมด เราก็บอกขอโทษเพื่อนแล้วก็กลับ

     หลังจากกลับมาก็ทะเลาะกันเค้ามาตีเราเราก็ตีเค้ากลับและความรุนแรงก็มากขึ้นสุดท้ายเราก็ข่วนหน้าเค้าไปทีแล้วไปโดนตาเค้ามั้ง เค้าก็แหกปากร้องไห้ดังมาก จนพ่อแม่เค้าเรียกให้เปิดประตู ทุกครั้งที่ทะเลาะก็เสียงดังแต่จะเป็นเราที่ร้องไห้ แต่เราไม่เคยตะโกนขอความช่วยเหลือนะ พ่อแม่เค้าได้ยินแหละแต่ไม่เคยสนใจ พอถึงทีลูกตัวเองร้องถึงได้มาดู แล้วเค้าก็มาขอโทษเราอีกครั้ง มากอดเราบอกเราอย่ากลับบ้านนะอย่าหนีเค้าไปตามเคย แต่หลังจากนั้นก็มีทะเลาะกันอีก เพราะจับได้ว่าเราคุยกับเพื่อน หลังจากนั้นก็ทะเลาะกันหนัก เค้าหาว่าเรานอกใจบ้างอะไรบ้าง ทั้งๆที่เราแค่หาที่ระบายความในใจ ไม่ได้มีชู้กุ๊กกิ๊กมีความสุข ที่คุยก็มีแค่ปรึกษาอยากออกไปจากจุดนี้ 

     หลังจากที่เราเรียนจบใหม่และว่างงาน เราก็ต้องเป็นคนไปรับไปส่งเค้าอีกครั้ง บางทีจะไปสัมภาษณ์งาน ก็ติดต้องไปรับไปส่งเค้า เพราะพ่อเค้าไม่ว่างส่ง
เราเลยคุยกับพ่อแม่เค้าจริงจังว่าให้ลูกเค้าขับรถไปทำงานเองได้แล้วอายุ 22-23 แล้วนะ รถเราเองก็ต้องคืนคุณแม่ ส่วนแฟนเราก็อยากได้รถด้วย ก็เลยพากันไปซื้อรถ เดือนนั้นได้โบนัสทำงานพอดี เอามาดาวน์รถ เค้าอยากได้เวสป้ารุ่นใหม่ล่าสุด ไปดูรถลองนั่งเฉยๆไม่ได้ลองขับ เค้าก็ถูกใจอยากได้มันวันนั้นเลย ทั้งๆที่บ่ายก็ต้องไปทำงาน

     สุดท้ายก็เซ็นสัญญา ส่วนเราและพ่อแม่เขาก็รอรับรถ ซึ่งนานโคตร เสร็จแล้วเราก็ขับรถคันนั้นไปกลับบ้านเค้าและขับมารับเค้าตอนเลิกงาน ตอนขากลับเค้าเห่อรถอยากขับ ปรากฎว่า รถมันสูงไป ต้องเขย่งขาสุดปลายเท้าถึงจะขับได้ สุดท้าย ขับเองไม่ได้เราก็ต้องขับให้อยู่ดี

     กลับบ้านมาก็ทะเลาะกัน สุดท้ายเราก็ต้องไปรับไปส่งเค้าอีก แล้วเมื่อไหร่เราจะได้ทำงาน เราก็ต้องไปสัมภาษณ์งานนะ รถก็ต้องคืนแม่ สุดท้ายก็ตีกันอีก ครั้งนี้เราทนไม่ไหวสู้สุดชีวิต แต่ก็สู้ไม่ไหว โดนบีบคอก็เลยคว้ามีดมาขู่เขาให้ปล่อย แล้วก็ร้องเรียกให้ใครก็ได้มาช่วยทีเพราะพ่อแม่เค้าไม่อยู่บ้าน วันนั้นฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดแล้ว จะยังไงเราก็ต้องหนีไปให้ได้ แล้วก็มีคนมาจริงๆเป็นป้ากับย่าของเค้า 

     ย่าเค้าก็ร้องไห้มาเลย แล้วก็ถามว่าทำกันทำไม เราก็บอกว่าเราเป็นฝ่ายโดนทำร้ายตลอด เราไม่ไหวแล้ว เราขอเลิกเค้าก็ไม่ยอมปล่อย เราขอร้องย่าเค้าว่าให้ช่วยหน่อยได้มั้ย อยากกลับไปอยู่บ้าน อยู่นี่ทรมาน ย่าเค้าก็บอกว่าให้แฟนเราสัญญาจะเปลี่ยนตัวเอง จะไม่ทำร้ายกันอีก ลองให้โอกาสหลานเค้าดู ซึ่งเราก็รับปากเขาไปอย่างนั้นแหละ เพราะที่ผ่านมาให้โอกาสเค้ามามากแล้ว

    
    หลังจากเค้าไปทำงาน ตัดสินใจ ทักไปหาพี่ที่มหาลัยคนนึง เราไม่เคยคุยกับเขาเลย เพียงแต่เคยเรียนร่วมเซค ซึ่งเราเป็นแฟนเพลงของเขาในออนไลน์เท่านั้น ความบังเอิญคือเขาก็รู้จักเพื่อนออนไลน์ของเราด้วย เราก็ปรึกษาเพื่อนว่าจะขอให้พี่คนนี้มารับ เพราะเราขอเพื่อนสนิทเราหลายคนซึ่งเค้าก็บอกตอนนี้อยู่กทมแล้ว ทำให้เราต้องหาคนอื่นแทน แล้วพี่คนนี้ก็มารับเราจริงๆ ในที่สุดเราก็ได้มาอยู่บ้านพี่เขาจริงๆ

     แฟนเราพอรู้ว่าเราหายไปเค้าก็โทรจิกมา เราไม่รับเลยเพราะโกรธมาก แต่พอผ่านไปหลายวันเราก็ใจอ่อน ยอมคืนดี เราก็บอกพี่เขาว่ายังขออยู่ที่นี่ต่อนะ พี่เขาก็ไม่ว่าอะไร ส่วนแฟนเราก็ตามมาหาที่บ้านพี่เขา ซึ่งมันไกลประมาณ 60 กิโลเลยนะ แต่แฟนเราก็ขับเวสป้าที่บอกว่าขับไม่ได้นั่นไปกลับหาเราบางทีก็นอนที่นี่เลยก็มี จนผ่านไป 5-6 วัน เค้าก็ขอให้เรากลับไปอยู่กับเค้า เค้าอ้างว่าขับรถไกลไม่ห่วงเขาเลย เราก็ไม่ยอมแล้ว เพราะไม่อยากกลับไปอยู่จุดเดิมแล้ว ถ้าเค้าอยากเจอเค้าต้องเป็นฝ่ายมาหาเราบ้าง สุดท้ายก็มาชวนเราทะเลาะแล้วก็มาตีเราในบ้านของพี่เขาอีก พี่เขาก็ขึ้นมาดูเรา แล้วก็เรียกให้มาคุยทั้งคู่ พี่เขาก็บอกว่ากูช่วยก็เพราะจะให้หลุดพ้น ไม่ใช่ให้กลับไปโดนทำร้ายอีกนะ แล้วก็สั่งห้ามแฟนเราว่าห้ามมาที่นี่อีก แฟนเราก็ร้องไห้เก็บกระเป๋าขับรถไปเลย เราก็ขอโทษและขอบคุณพี่เขา แล้วเราก็อยู่บ้านพี่เขาต่อ จนได้ข่าวว่าเพื่อนออนไลน์ที่ย้ายบ้านได้ย้ายมาอยู่ไม่ไกลมาก เราก็ไปช่วยเพื่อนทำความสะอาดบ้านบ้างเพราะมันก็ให้เงินเราค่าช่วย เราไม่มีรายได้ไม่มีเงินเลย รู้สึกรบกวนพี่ด้วย จนเพื่อนเราคนนึงแนะนำเราไปทำงานที่เดียวกัน 

     โดนหลอกไปทำงานที่ลำพูน ตอนสัมภาษณ์งานบอกว่ามีบ้านพักให้และจะได้กลับบ้านทุกอาทิตย์และมีคนเปิดปิดร้านให้ เราแค่เฝ้าร้าน ขายของและสรุปยอดส่งไลน์กลุ่มเท่านั้น แต่พอไปทำจริงๆ  เราได้อยู่รวมกับบ้านคนงานที่เขาออกเงินช่วยกันเช่าอยู่กันหลายครอบครัว ส่วนเราหัวหน้าขอให้คนงานให้เราพักที่บ้านคนงานด้วย ซึ่งเขาเป็นแรงงานต่างด้าว อยู่กัน 6 คนรวมเราเป็น 7  ห้องน้ำห้องเดียว ห้องนอนก็เหม็นอับมาก อยู่แทบไม่ได้เลย เขาต้องไปนอนรวมกันหลายๆคนแล้วยกห้องให้เรานอนคนเดียวอีก 

     ทนทำได้ครึ่งเดือนคุณแม่ต้องโดนเงินออกค่ากินค่าใช้จ่ายให้ก่อน และสิ้นเดือนต้องคืน ถ้าเงินเดือนออก แต่เราทำงานต่อไม่ไหวแล้วอยากออก เรื่องที่อยู่การกินด้วย และการกดดันจากการทำงาน เพราะยอดขายตก เราโทรไปขอเงินแม่อีกครั้งและในที่สุดแม่ก็บอกว่าไม่มีแล้วนะ แม่ต้องเอาเงินไปลงทุนซื้อของมาขาย เราเลยตัดสินใจขอเบิกเงิน เค้าก็ไม่ให้อีกเราเลยออกมันวันนั้นเลย ถึงแม้จะไม่ได้เงินสักบาท แต่คนงานที่อยู่ด้วยกันเขาสงสารเอาเงินให้เรามา 1000 ส่วนแฟนเราโอนเงินมาให้ 500 เป็นค่ารถกลับ แต่เราหารถกลับไม่ได้จะกลับไปบ้านคนงานเราก็ไม่อยากกลับแล้ว เลยโทรหาเพื่อนออนไลน์ให้มารับ เขาก็หารถมารับไม่ได้เลยขับมอไซต์มารับมากับแฟนเขา เราต้องซ้อน 3 กลับ 

      กลับมาก็อยู่กับเพื่อนออนไลน์ แล้วก็หางานทำ แฟนเราก็บอกให้มาสมัครทำที่ร้านสะดวกซื้อที่ร้านเค้า เพราะคนขาดพอดี เราแอบคุยกับแฟนเรานะเพราะกลัวเพื่อนเสียใจที่ช่วย แล้วสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ เราย้ายกลับไปอยู่บ้านแฟน เพราะทำงานที่เดียวกันเราต้องใช้รถแฟน เพื่อนทั้ง 3 คน (พี่ที่มหาลัย เพื่อนออนไลน์อละแฟนเพื่อนออนไลน์) ตั้งโปรไฟล์เป็นรูปสุนัขทุกคนและก็ทักมาหาเรา เราก็พยายามจะบอก ที่เรากลับมาอยู่เพราะเราไม่มีที่จะไปรถก็ไม่มีใช้ไปทำงานและไม่อยากรบกวนเพื่อนด้วย แต่เหตุผลหลักๆเลย คือแฟนเราออกค่าน้ำมันให้และออกค่าเสื้อทำงานให้ ส่วนเราขอยืมเงินแม่จ่ายค่าประกันทำงาน 2000 บาท แล้วก็ไม่อยากรบกวนค่ากินเท่าไร


      
     

     


คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ทางเดินนี้ก็แล้วแต่คุณจะเลือกเลยค่ะว่าจะอยู่ให้เขาทำร้ายต่อไปหรือเดินออกมาเพื่อชีวิตที่ดี ต่อให้คนอื่นมาบอกยังไงใจคุณก็ค้านอยู่ดี เราเชื่อว่าคุณมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เขาดึงชีวิตคุณลงมาต่ำขนาดนี้คุณยังไม่รู้สึกเลยไม่งั้นคุณก็คิดได้ตั้งนานแล้วค่ะ ขนาดที่ว่าคนเป็นแม่ต้องกู้หนี้ยืมสินให้คุณมาเพื่อทำให้ลูกคนนึงได้เรียนจบมีวุฒิการศึกษาที่ดีเพื่อที่จะได้เอาไปสมัครงานที่ดีในอนาคต คุณยังไม่สำนึกเลยค่ะเพราะการกระทำย้อนแย้ง(จากที่คุณเล่า)คุณให้ความสำคัญแฟนเป็นมากกว่าเขาพูดอะไรคุณก็อ่อน ที่สำคัญใจคุณอ่อนแอ จะกลัวเสียดายเวลา เสียดายความรัก ขาดเขาไม่ได้ หรืออะไรก็ช่าง มันไม่ได้น่าเสียดายเลยค่ะ แค่เดินออกมา ไม่ยากอย่างที่คิด อาจจะแค่แปร้บๆช่วงแรก (ในฐานะที่คุณเป็นคนสนใจฝ่ายแฟนก่อน) คุณอายุยังน้อย คนบนโลกนี้มีอีกตั้งมากมายที่คุณจะได้พบ

คนที่ชอบลงมือทำร้าย ถึงแม้เขาจะปรับปรุงให้ดีขึ้นยังไงนิสัยก็จะไม่เปลี่ยน ก็คงจะยังเป็นคนโมโหลงมือทำร้ายอยู่วันยังค่ำ เกิดวันใดวันนึงคุณทำอะไรให้แฟนไม่พอใจมากจนเกิดการลงมืออีก ผลต่อไปคุณก็ต้องรับชะตากรรมตัวเองนะคะ คิดได้วันนั้นคงจะสายไปแล้วค่ะ

วิธี:
-เก็บของกลับบ้านตัวเอง
-แฟนคุณไม่ได้พิการ ไม่ได้มีคุณไว้เป็นคนขับรถ ฉนั้นคุณไม่จำเป็นต้องไปส่งเขาตลอดเวลา พ่อแม่เขาก็มี คุณเคยทำขนาดนี้ให้แม่คุณบ้างรึป่าว ?
-ถ้าเขายังลงมือทำร้ายอีกแม้แต่ครั้งเดียว ขอให้เลิกค่ะ ถึงแม้เขาจะมาขู่แค่ไหนก็อย่าไปกลัว พ่อแม่เขาจะใหญ่แค่ไหนเขียว ไปลงบันทึกประจำวันไว้ด้วยค่ะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย
-เปลี่ยนการติดต่อทั้งหมดที่เขาจะไม่สามารถติดต่อเรา
-ตั้งใจหางานที่ดี เพื่ออนาคตครอบครัวค่ะ
-ตั้งเป้าหมายใหม่ให้อนาคตในการมีงานทำมาก่อนเรื่องแฟน เพราะตอนนี้จากที่คุณเล่าชีวิตคุณมีแต่แฟนจนไม่มีเวลาทำเรื่องสำคัญของตัวเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่