หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
สภาวะ “จิตรวม” จากประสบการณ์ของผม
กระทู้คำถาม
ศาสนาพุทธ
มหาสติปัฏฐาน 4
พระไตรปิฎก
ปฏิบัติธรรม
สภาวะ “จิตรวม” จากประสบการณ์ของผม
คือ สภาวะที่จิตผสมผสานกลมกลืนไปกับสภาวะธรรม (ธรรมชาติ) จึงไม่รับรู้การมีอยู่ของกายและลมหายใจ แต่มีสติตั้งมั่นอยู่ท่ามกลางสภาวะธรรมนั้น มีตัวรู้เด่นชัด ไม่ตกภวังค์ (เผลอ) จิตมีความเป็นอุเบกขาเป็นกลาง ไม่สุข ไม่ทุกข์
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
สัสสตทิฏฐิสูตรแตกต่างจากน้อมจิตไปสู่อมตธาตุ (นิพพาน) อย่างไร???
สัสสตทิฏฐิสูตรแตกต่างจากน้อมจิตไปสู่อมตธาตุ (นิพพาน) อย่างไร??? ว่าด้วยความเห็นว่าโลกเที่ยง พระนครสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะถือมั่นอะไร? เพราะยึดมั่นอะไร? จึงเ
สมาชิกหมายเลข 2748147
หัวใจของการฝึกอานาปานสติ หรือการรู้ลมหายใจ
หัวใจของการฝึกอานาปานสติ หรือการรู้ลมหายใจ ควรรู้ลมกระทบกายจุดเดียว คือ ที่ปลายจมูก อย่ากำหนดรู้หลายที่พร้อมกันจะทำให้จิตไม่จดจ่อรวมเป็นสมาธิ รู้ลมหายใจ เข้า-ออก สั้นยาว คือ รู้กาลเวลา ว่าลมหายใจผ่าน
สมาชิกหมายเลข 2748147
นั่งสมาธิเจริญอานาปานสติเกิดแสงสว่างสีขาวจ้ามากที่ตาทั้งสองข้าง
ผม : นั่งสมาธิเจริญอานาปานสติเกิดแสงสว่างสีขาวจ้ามากที่ตาทั้งสองข้าง ปกติผมจะนั่งสมาธิตอนตี 4 ตี 5 ซึ่งมืดสนิท ไม่รู้ว่าคืออาการอะไรครับพระอาจารย์ พระอาจารย์สุชาติ : เป็นอาการของจิตที่เริ่มเป็นสมาธิ
สมาชิกหมายเลข 2748147
.... " โลกละคร ! " ....
.... " โลกละคร ! " .... โลกละคร ละครโลก หลายหลากบท เป็นเกณท์กฎ สภาวะ ธรรมเลื่อนไหล เกิดอยู่ดับ เกิดอยู่ดับ สลับไป อสงไข ชั่วกัปรกาล .. ผ่านคืนวัน อยากจะยึด เกินจะยึด สิ่งหมายหวัง ห้ว
sarasiri
วีธีทำสมาธิแบบ อานาปานสติ
วีธีทำสมาธิแบบ อานาปานสติ ใช้สติกำหนดความรู้สึกที่ ปลายจมูกด้านในกาย เมื่อลมหายใจเข้าสัมผัสประสาทรับรู้ ก็รู้ว่าลมเข้า เมื่อลมหายใจออกสัมผัสประสาทรับรู้ ก็รู้ว่าลมออก ลมหายใจเข้านาน ก็รับรู้สัมผัสนา
สมาชิกหมายเลข 2748147
ทำไมบางคนถึงเชื่อว่าไม่ต้องมีสติกำหนดรู้หรือใช้ปัญญาพิจารณาในสภาวะจริงของกายใจหรือกายเวทนาจิตธรรมก็สามารถบรรลุธรรมได้
จขทก.สงสัยทำไมมีคนนึงหรือบางคนเชื่อว่าไม่ต้องมีสติในกายเวทนาจิตธรรมหรือไม่ต้องมีสติกำหนดรู้หรือพิจารณาในสภาวะจริงของกายและใจจะเรียกสติปัฏฐาน4หรืออะไรก็แล้วมันจริงเหรอแม้แต่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสั
สมาชิกหมายเลข 9259420
"เจริญอานาปานสติแล้วจะมีผลอย่างไร"
ขออนุญาติ อธิบายสรุปกระทู้ "การเอาสติมาระลึกที่ลมหายใจ" เพียงพอไหม "จะทำให้แจ้งนิพพาน" ที่อาจจะอธิบายรวบรัด และชื่อของกระทู้ อาจทำให้ผู้ปฏิบัติทั้งหลายเข้าใจผิดได้ แต่เพื่อความไม่ป
สมาชิกหมายเลข 1082144
ผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ วิปัสสนา จนถึงโคตรภูญาณสามารถสัมผัสและเห็นพระนิพพานได้
ผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ วิปัสสนา จนถึงโคตรภูญาณสามารถสัมผัสและเห็นพระนิพพานได้ พระนิพพาน คือ สภาวะจิตหลุดพ้นจากกิเลสอวิชชา คลายอุปทาน ยึดมั่นจากขันธ์ 5 จิตรวมกับความว่างไร้สิ่งปรุงแต่งทั้งปวง พระนิพพา
สมาชิกหมายเลข 2748147
สัมมาสมาธิ-มิจฉาสมาธิ
“สัมมาสมาธิ” สัมมาสมาธิที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ไม่ใช่แค่นั่งสงบนิ่งเฉย ๆ แต่เป็นการพัฒนาจิตให้ลึกขึ้นเป็นลำดับ จากจิตที่ยังหยาบ ค่อย ๆ กลายเป็นจิตที่ละเอียด สงบ และบริสุทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆ
สมาชิกหมายเลข 2748147
ทำไมหลวงตามหาบัวสอนทำสมาธิไม่เหมือนหลวงปู่มั่นกับศิษย์หลวงปู่มั่นองค์อื่นที่พอจิตเผลอให้มีสติดึงกลับมาแต่นี่ให้สติแนบจิต
จขกทสงสัยและอยากถามผู้รู้ทุกท่านว่าทำไมหลวงตามหาบัวถึงสอนการทำสมาธิไม่เหมือนหลวงปู่มั่นและศิษย์หลวงปู่มั่นองค์อื่นอย่างหลวงปู่ชาหลวงปู่เทสก์หลวงปู่แหวนที่ช่วงแรกอาจมีจิตที่เผลอไปคิดได้ให้ตั้งสติแล้วดึ
สมาชิกหมายเลข 9259420
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ศาสนาพุทธ
มหาสติปัฏฐาน 4
พระไตรปิฎก
ปฏิบัติธรรม
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
สภาวะ “จิตรวม” จากประสบการณ์ของผม
คือ สภาวะที่จิตผสมผสานกลมกลืนไปกับสภาวะธรรม (ธรรมชาติ) จึงไม่รับรู้การมีอยู่ของกายและลมหายใจ แต่มีสติตั้งมั่นอยู่ท่ามกลางสภาวะธรรมนั้น มีตัวรู้เด่นชัด ไม่ตกภวังค์ (เผลอ) จิตมีความเป็นอุเบกขาเป็นกลาง ไม่สุข ไม่ทุกข์