JJNY : "ทักษิณ"ขอบคุณคนที่ยังอยู่พท./ชี้นิคมฯจะนะคือการข่มขืนทะเลที่มโหฬารที่สุด/'เก่ง อาชีวะ'แจงเหตุผล4ข้อ/พท.จวกป.ป.ช.

"ทักษิณ" ขอบคุณทุกคน ที่ยังอยู่ พท.-ไม่เสียใจ เพราะบังคับหัวใจใครไม่ได้
https://www.thairath.co.th/news/politic/1993603

อดีตนายกฯ "ทักษิณ" ร่ายยาว ขอบคุณทุกคน ที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยัน ไม่เสียใจ ที่วันนี้มีคนเดินจากไป เพราะไปบังคับหัวใจใคร ให้อยู่กับพรรคตลอดไปไม่ได้ ย้ำยังมั่นคงในอุดมการณ์
 
วันที่ 12 ธ.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความ ในทวิตเตอร์ส่วนตัว Thaksin Shinawatra  ร่ายยาว ขอบคุณทุกคน ที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยัน ไม่เสียใจ ที่วันนี้มีคนเดินจากไป เพราะไปบังคับหัวใจใครให้อยู่กับพรรคตลอดไปไม่ได้ ย้ำยังมั่นคงในอุดมการณ์ และรักพรรคนี้ที่สร้างขึ้นมากับมือ 
 
ผมขอขอบคุณคนที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคที่ผมเคยวางรากฐานไว้ ผมเชื่อว่า อุดมการณ์ที่มั่นคงของพรรคจะนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้อย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต และจะยังสามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนได้อย่างที่เคยเป็นมา
 
ผมทำเต็มที่มาตลอดเพื่อเดินบนเส้นทางแห่งอุดมการณ์ที่ผมได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน และคนที่ฝากความหวังไว้ ดังนั้นผมไม่เสียใจ ที่วันนี้จะมีคนเดินจากไป เพื่อไปมีเส้นทางใหม่ เพราะผมคงไปบังคับหัวใจใครให้อยู่กับพรรคตลอดไปไม่ได้
 
เราจึงได้รวบรวมคนที่มีแนวคิด และอุดมการณ์เดียวกันกับเราจนมาเป็นพรรคการเมืองใหญ่ ที่ผ่านมา เพื่อรักษาอุดมการณ์นั้น ผมได้ต่อสู้ และสูญเสียอะไรไปมาก ทั้งการไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเกิด ไม่ได้อยู่กับครอบครัว และคนที่ผมรัก
 
ช่วงนี้ได้ข่าวมีหลายคนที่เดินออกจากพรรคเพื่อไทย หลายคนออกมาโจมตีบ้านเดิมของตัวเอง ผมในฐานะคนที่รักพรรคนี้ซึ่งเป็นพรรคที่ได้วางรากฐานมาตั้งแต่ครั้งเป็นไทยรักไทยมาจากอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่ต้องการเห็นประเทศพัฒนาไปข้างหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง
 

 
นักวิชาการชี้ นิคมฯจะนะ คือการข่มขืนท้องทะเลโดยทุนอุตสาหกรรมที่มโหฬารที่สุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_2482397
  
นักวิชาการชี้ นิคมฯจะนะ คือการข่มขืนท้องทะเลโดยทุนอุตสาหกรรมที่มโหฬารที่สุด
  
กรณี กลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เดินทางมารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และปักหลักค้างคืน บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งใกล้กับทำเนียบรัฐบาล
  
รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์จากภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีดังกล่าว มองว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาของกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่รัฐใช้อำนาจช่วยเหลือโดยขาดความเป็นธรรมต่อประชาชนในท้องที่ โดย ระบุว่า
 
เห็นรายชื่ออุตสาหกรรมทั้งหนัก ทั้งเบา ทั้งโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่กำลังดาหน้าเข้าไปปิดล้อมทรัพยากรท้องถิ่นที่จะนะ สงขลาแล้ว พูดได้คำเดียวว่า เป็นมหกรรมการมหกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นได้ ก็ด้วยโครงสร้างอันบิดเบี้ยวของระบอบกรรมสิทธิในทรัพยากร ทั้งทรัพยากรที่ดิน และทรัพยากรชายฝั่งที่ดำเนินอยู่ในสังคมไทยมาช้านาน
 
ในขณะที่ประชาชนเหยียบล้านในประเทศนั้นไร้ทั้งที่ดินทำกิน ไร้ทั้งที่อยู่อาศัย กลุ่มทุนปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเพียง 2 แห่ง กลับถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินในเนื้อที่นับหมื่นไร่ในจะนะ นี่ไม่นับรวม “ที่ดินเปล่า”ที่ทุนผูกขาดถือครองโดยไม่ใช้ประโยชน์ในระยองอีกเป็นหมื่นไร่ ซึ่งหมายความว่า ในขณะที่มีเกษตรกรไร้ที่ทำกิน และคนยากจนกระเ สือกกระสนที่จะมีที่ดินเพื่อดำรงชีพอยู่จำนวนมาก ที่ดินจำนวนมหาศาลกลับกระจุกตัวอยู่ในมือนายทุนไม่กี่กลุ่ม และปล่อยทิ้งไว้เฉยๆเพื่อรอปั่นราคาสร้างกำไรในตลาด
  
นอกจากครอบครองที่ดินมหาศาลแล้ว การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นชายฝั่ง ยังเปิดโอกาสให้ทุนผูกขาดสามารถเข้ายึดครองทรัพยากรชายฝั่งตลอดทั้งแนว พร้อมทั้งเปลี่ยนทะเลให้กลายเป็นท่อน้ำทิ้งขนาดใหญ่ และเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า แบบฟรีๆ
  
ทั้งหมดนี้ เป็นความร่วมมือ ร่วมใจ สมผลประโยชน์ระหว่างทุนผูกขาดกับรัฐ [เผล่ะจัง] ทหาร โดยฝ่ายหลัง ทำหน้าที่เป็นรัฐนายหน้า ใช้อำนาจกฎหมายในการเอื้ออำนวยให้กลุ่มทุนสามารถเข้าไปกว้านซื้อที่ดินขนานใหญ่เพื่อเปลี่ยนให้เป็นสินค้าได้อย่างง่ายดาย
 
คำถามเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ/นิคมอุตสาหกรรม ที่จะนะ และที่อื่นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแค่ผังเมืองสีม่วง หรือผังเมืองสีเขียว ประชาชนมีส่วนร่วม หรือไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนา แต่เป็นเรื่องความฉ้อฉลและไร้ความเป็นธรรมของระบอบสิทธิในทรัพยากรและกรรมสิทธิในที่ดินของไทย ที่เปิดโอกาสให้ทุนขนาดใหญ่ มีอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดในการเข้าปิดล้อม ถีบชาวบ้านออกจากทรัพยากรท้องถิ่นของตน แย่งยึดเอาทรัพยากรมาเป็นของตนอย่างไร้ยางอาย โดยท้องถิ่นปราศจากกลไกใดๆในการปกป้อง คุ้มครองสิทธิในทรัพยากรของตน
 
สถานการณ์ “ถีบคนออกจากทรัพยากรเพื่อแปรรูปให้เป็นสินค้า” ในนามของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประเภทนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศด้อยพัฒนา ในอินเดีย ชาวบ้านจำนวนมากได้ลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐและนายทุน จนกลายเป็นสงครามที่ดินอันใหญ่โต การปราบปรามอย่างรุนแรงของรัฐต้องเผชิญกับการต่อสู้อย่างยืนหยัดของชาวบ้าน ซึ่งยังผลให้รัฐต้องทบทวนนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่เกษตรกรรมในที่สุด
 
กรณีจะนะ เป็นที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจของทุนปิโตรเคมีขนาดใหญ่ เป็นการพรากสิทธิเพื่อยังประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม ในขณะที่ชุมชนในท้องถิ่นจะไม่เหลืออะไรเลยจากกระบวนการดังกล่าว
 
มีแต่รัฐที่ฉ้อฉลเท่านั้นที่สนับสนุนนโยบายที่ทำลายสังคมและชุมชนเพื่อการสะสมทุนของทุนผูกขาด และมีแต่ประเทศที่ด้อยพัฒนาทางการเมืองเท่านั้น ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ยังคงถูกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการผูกขาดทรัพยากรที่ดินของกลุ่มทุน ทุบทำลายหลักความเป็นธรรมในการจัดการทรัพยากรลงโดยสิ้นเชิง
 
https://www.facebook.com/arunothai.ruangrong/posts/3619128321467536
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่