ทำไมการระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้ฉันกลายเป็นตัวของตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด(life changing)

กระทู้สนทนา
จากการระบาทของCovid-19 ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวเราเองได้ได้มองเห็นข้อดีของการของการที่เราต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ระดับโลกนี่อยู่และมองเห็นโอกาสในการที่เราจะพัฒนาตนเองให้เป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ผลจากการที่เราดูแลตัวเอง ให้ความสำคัญกับตัวเอง ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับตัวเราเอง กับเพื่อนและคนรอบข้างดีขึ้น ที่สำคัญความสัมพันธ์ระหว่างเราและแฟนซึ่งตอนนี้อยู่ห่างกันคนละซีกโลกและไมได้เจอกันมาเกือบ1ปีพัฒนาดีขึ้นอย่างไม่คาดคิด อีกทั้งทัศคติภายใน บุคลิกภาพหรือรูปลักษณ์ภายนอกของเราก็ดีขึ้นด้วย เราจึงอยากมาแบ่งปันแนวทางในการพัฒนาตัวเองให้ทุกคนได้รู้ว่าเรามีวิธีการอย่างไร
 
การตั้งเป้าหมาย รู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิต ทำให้เราทำเป้าหมายนั้นสำเร็จได้ไวขึ้น
 
          อย่างแรกที่เราควรทำไม่ว่าจะริเริ่มทำอะไรก็ตามคือการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราต้องการอะไร เราต้องการให้ผลลัพธ์เป็นแบบไหน โดยตัวของเราเองแล้วเราอยากให้เราเป็นคนที่มีความคิดบวกมากขึ้น เชื่อมั่นในตัวเอง และมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะเราเป็นคนที่ขี้อายมากๆมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองจึงอยากที่จะพัฒนาในด้านนี้เป็นพิเศษ ซึ่งการตั้งเป้าหมายนั้นสำคัญมากๆเพราะเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เราจะสามารถดำเนินชีวิตในแนวทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งขึ้นไว้ เช่น เราอยากเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง เราหาหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเองหรือดูคลิปในYouTube ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตัวเอง การปรับMindset ดูแลตัวเองทั้งในด้านของรูปลักษณ์ภายนอก และการจักการกับความคิดภายในจิตใจ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร การเริ่มเล่นโยคะ ฝึกหายใน และการทำสมาธิ ซึ่งสามอย่างหลังนี้ เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่คิดบวก เชื่อมั่นในตัวเอง และมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญที่คือ ให้มีความสุขระหว่างการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด พยายามจินตนาการถึงตอนที่เราทำมันสำเร็จแล้วว่าเราจะรู้สึกยังไงเราจะภูมิใจและมีความสุขแค่ไหนเพราะนี่คือเคล็ดลับที่จะทำให้เราทำมันสำเร็จได้ไวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
 
การฝึกโยคะ การฝึกหายใจ และการนั่งสมาธิ ทำให้บุคลิกภาพและรูปลักษณ์ภายนอกดีขึ้นจนคนรอบข้างทัก อีกทั้งทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน1เดือน
 
          การเล่นโยคะ การฝึกหายใจเข้า-ออก การทำสมาธิ เป็นการออกกำลังการที่ไม่ใช่แต่ร่างกายเท่านั้นแต่เรายังได้ฝึกจักการกับความคิดจิตใจของเราด้วย ซึ่งการเล่นโยคะทำให้เราได้บริหารกล้ามเนื้อทุกๆส่วนของร่างกาย อีกทั้งยังได้เหยียดยืดกล้ามเนื้อ และฝึกหายใจเข้า-ออก ลึกๆช้าๆ ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น  ไม่คิดฟุ้งซ่านหรือกังวนเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เราเผชิญอยู่ ผลที่เห็นได้ชัดจากการที่เราเล่นโยคะคือบุคลิกภาพดีขึ้น เดินหลังตรงมากขึ้น ปกติเวลานั่งเรามักจะนั่งหลังค่อมเสมอ แต่พอได้ฝึกเล่นโยคะแล้ว เรากลายเป็นคนที่หลังตรงโดยที่เราไม่ต้องบังคับตัวเอง อีกทั้งยังไม่รู้สึกเมื่อยเลย จนเพื่อนๆเริ่มทักว่าเราเดินสวยขึ้น เวลานั่งเรียนสง่างามมากเหมือนนางแบบเลย จึงทำให้เราเริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
          ในส่วนของการนั่งสมาธินั้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเลยก็คือทำให้เราสดชื่น หน้าตาแจ่มใสมากขึ้นเพราะหลังจากการนั่งสมาธิเราจะรู้สึกผ่อนคลายและไม่คิดมากหรือกังวนถึงปัญหาต่างๆในชีวิตประจำวัน เหตุผลที่การทำสมาธิทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและไม่คิดมากหรือกังวนถึงปัญหาต่างๆก็เป็นเพราะ การทำสมาธิเป็นการฝึกให้เราอยู่กับปัจจุบัน ณ โมเมนต์นั้นๆ ขณะนั้น ตอนที่เราหายใจเข้าออก พยายามโฟกัสที่ลมหายใจเข้า-ออก พอเราฝึกโฟกัสที่ปัจจุบันขณะบ่อยๆ ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น ไม่คิดมาก พอเมื่อไรที่คิดมากหรือคิดถึงปัญหาต่างๆเราก็จะลืมมันได้ง่ายขึ้น ใจเย็นลง ซึ่งพอเราไม่เครียดหรือกังวนผลคือผิวพรรณเราดีขึ้น ผิวหน้าเราดีขึ้น จากที่เมื่อก่อนคือสิวขึ้นเยอะมากจากการที่เราเรียนหนักและนอนดึก ดังนั้นสำหรับเราแล้วการฝึกโยคะ การฝึกหายใจ และการฝึกสมาธิเป็นสิงที่Amazingมากๆ ถือว่าเป็นเคล็ดลับที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาตนเองเลย
        สำหรับเรา อายุ23ปี เราหลงใหลในการฝึกสมาธิมาก เริ่มจาก 10 นาที จนตอนนี้ 1 ชั่วโมงทุกเช้าหลังจากตื่นนอนเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เราในตอนนี้เทียบกับเราตอน6เดือนทีแล้วถือว่าต่างกันมาก จากเด็กสาวขี้อาย ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ตอนนี้เราโตขึ้นมากๆ กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งมากขึ้นจากที่เมื่อก่อนคือสภาพจิตใจอ่อนแอมาก อ่อนไหวกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่มากระทบจิตใจได้ง่าย รักตัวเองมากขึ้น กล้าแสดงออก กล้าแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้นและภูมิใจในสิ่งที่เป็นตัวเองมากขึ้น
 
การพัฒนาตัวเองทำให้ความสัมพันธ์ของตัวเรากับคนรอบข้างพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเรากันแฟนที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก
 
          ทำไมการพัฒนาตนเองถึงทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น เป็นเพราะว่าการพัฒนาตนเองเป็นการที่เรานั้นได้ดูแลตัวเองให้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือด้านจิตใจ เป็นการที่เราได้ใส่ใจตัวเอง โฟกัสในตัวเองมากขึ้น มากกว่าที่จะไปให้ความสนใจกับชีวิตของผู้อื่น ได้เรียนรู้ตัวเองว่าเราเป็นคนยังไง ต้องการอะไรในชีวิต ชอบหรือไม่ชอบสิ่งไหน เมื่อเราได้ใช้เวลากับคนรอบข้างเราก็มักจะเข้าใจว่าคนๆนี้เป็นคนยังไงโดยที่เราไมได้ตัดสินเขาไปในทางลบเพราะเราได้เรียนรู้จากการพัฒนาตัวเองว่าคนทุกคนมีความต้องการและถูกเลี้ยงขึ้นมากแตกต่างกัน แทนที่เราจะไปตัดสินหรือโฟกัสในข้อเสียของคนๆนั้น เราจะพยายามที่จะเข้าใจตัวเขาและเปิดใจที่จะเรียนรู้ในตัวของคนๆนั้นมากขึ้น
          เราเองนั้นเป็นคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ระยะไกล เพราะการระบาดของCovid-19 ทำให้เรากับแฟนต้องห่างกันไกลมาก คนละทวีปเลย ซึ่งการที่เราตัดสินใจใช้เวลาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพัฒนาปรับปรุงตัวเอง เชื่อมั่นในตัวเอง กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแฟนนั้นดีขึ้นมาก เพราะเราไม่ได้คิดมาก และไม่ได้รู้สึกหึงห่วงแฟนเลย ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รักแฟนแต่เป็นเพราะเรามีความมั่นใจในตัวเองว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดี เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราเป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งเหมาะสมที่จะได้เจอและคู่ควรกับคนดีๆ เราพูดกับตัวเองว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน เราจะยอมรับมันและพยายามเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเรียนรู้จากมัน และพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ ผลจากการที่เรารู้สึกดีกับตัวเองทำให้การแสดงออก การพูดคุยของเราเปลี่ยนไปในการที่ดีขึ้น ความรู้สึกของเราที่มีต่อแฟน positive มากขึ้น ทำให้แฟนสามารถรับรู้ถึง positive energy นั้นได้ผ่านการพูดคุยกับเรา แฟนบอกกับเราว่าเขารู้สึกดีมากที่ได้พูดคุยกับเรา เพราะเราไม่ค่อยบ่น พูดคุยแต่สิ่งดีๆ ทำให้ตัวเขารับพลังดีๆจากตัวเราไปด้วย ทำให้เขาอยากจะคุยกับเราบ่อยขึ้น กลับกันถ้าเรารู้สึกไม่ดีกับตนเอง มองโลกในแง่ร้าย ขี้หึงมาก มันแปลกมากเพราะคนรอบข้างหรือแฟนของเราสามารถรู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านั้นผ่านการพูดคุยได้ ดังนั้นถ้าอยากให้คนรู้สึกดีกับเรา เราต้องรู้สึกดีกับตัวเองก่อน
 
ถ้าอยากให้คนรอบตัวรู้สึกดีกับเรา เราต้องรู้สึกดีกับตัวเองก่อน
 
          หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก คนส่วนใหญ่รวมถึงตัวเราด้วยนั้น ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการที่อยากให้คนอื่นๆปฏิบัติกับตนเองในทางที่ตนอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อ หมายถึงว่าถ้าคนๆนั้นอยากให้คนอื่นชอบก็มักจะพยายามทำตัวให้คนอื่นชอบ โดยเฉพาะคนที่ค่อยเอาใจคนอื่น สิ่งที่น่าสนใจก็คือคนอื่นๆนั้นไม่ได้ปฏิบัติต่อเราในทางที่เราอยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อเราเลย แต่พวกเขากลับปฏิบัติต่อเราในทางที่เรารู้สึกกับตัวเอง เรารู้สึกต่อรูปลักษณ์ภายนอกของเรายังไง เรามีความคิดต่อตัวเราเองเป็นยังไง พวกเขาเหล่านั้นก็มักจะรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราไม่มั่นใจในตัวเองหรือไม่ชอบในสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเอง พวกเขาสามารถที่จะรู้สึกอย่างเดียวกับที่เรารู้สึกนั้นด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงเริ่มพัฒนาตนเอง รักในสิ่งที่ตนเองเป็น รู้สึกดีรู้สึกชอบตัวเองมากขึ้น แต่มันแปลกมากที่เวลาเรารู้สึกดีกับตัวเองมากๆ เราแทบจะไม่ได้ไปโฟกัสที่คนอื่นเลย เราไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนอื่นจะปฏิบัติหรือรู้สึกต่อตัวเรายังไง ที่สำคัญที่สุดๆก็คือ เรารู้สึกกับตัวเราเองยังไงมากกว่า เมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเองแล้วมันจะดึงดูดคนดีๆคนที่เห็นคุณค่าในตัวเราเข้ามาในชีวิตเรา กลับกันถ้าราไม่เห็นคุณค่าในตัวเองเราก็จะดึงดูดคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเราเช่นกัน
 
คำชมจากคนอื่นไม่สำคัญเท่าคำชมจากตัวของเราเอง (self-talk)
 
          การที่เราได้รับคำชื่นชมจากคนอื่นๆนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่เคล็ดลับความสำเร็จอีกอย่างที่เราแนะนำเลยก็คือเราไม่จำเป็นต้องรอคำชมจากคนอื่นๆ เราสามารถชมเชยตัวเราเองได้(self-talk) แม้แต่เรื่องเล็กน้อยๆหรือความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น วันนี้เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะออกกำลังกาย30นาที ถ้าเราทำสำเร็จ เราก็จะพูดชมตัวเองว่า “เก่งมากคนดี” หรือ ตอนที่เราส่องกระจกก็ควรจะพูดชมตัวเองสักหน่อยว่า “ดูสิ เธอก็สวนเหมือนกันนะ” อะไรประมาณนี้ หรือถ้าบางครั้งเรารู้สึกไม่ค่อยดี ก็พูด Cheer up ตัวเอง อย่าพูดตัดพ้อกับตัวเอง เช่น ไม่เป็นไรเราสามารถเริ่มไหมได้เสมอ หรือ เดียวมันก็ผ่านไป เวลาเจอปัญหาหนักๆในชีวิต จงอย่าตั้งคำถามแบบนี้ “ทำไมต้องมาเกิดแบบนี้กันฉัน” แต่กลับกันให้ตั้งคำถามแบบนี้ “ฉันจะเรียนรู้อะไรจากปัญหาครั้งนี้” “วิกฤตครั้งนี้มันจะสอนอะไรเราได้บ้าง” เพราะทุกๆปัญหาที่เกิดขึ้นกันเรามันจะกลายเป็นบทเรียน มันทำให้เรากลายเป็นคนที่เข็มแข็งขึ้น
          เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่เราทำทุกวันหลังจากตื่นนอนคือพูดชมและให้กำลังใจตัวเอง นี่เป็นตัวอย่างคำพูดที่เราใช้พูดกับตัวเอง “ Good morning Beautiful girl, I am so happy to being myself, I am lovable, I am worthy, I am  valuable, I am unique, I am so cute ,so sexy and you I am so beautiful just the way I am. Whatever will happen today I will choose to be myself.
          ครั้งแรกที่เราพูดกับตัวเองมันอาจจะฟังดูแปลกๆแต่เชื่อเราเถอะว่ามันใช่ได้ผลกับเรามาก คำพูดเหล่านี้ทำให้เรามีความมั่นใจและเชื่อใจตัวเองมากขึ้นก่อนที่เราจะก้าวเท้าออกจากบ้านไปเผชิญกับสังคมภายนอกทีตั้งstandard ว่าแบบนี้เรียกว่าสวย แบบนี้เรียกว่าไม่สวย ทำแบบนี้เรียกว่าไม่ดี ทำแบบนั้นเรียกว่าไม่ดี เราทุกคนแตกต่าง เราทุกคนต่างก็มีดีในตัวของแต่ละคน ผู้หญิงทุกคนสวยเหมือนกันหมด อย่าใส่ใจคำพูดของคนอื่นแค่เชื่อมั่นในตัวเองและอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

          จากที่วิธีการที่เราใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงตัวเองดังที่ได้เล่ามาแล้วนั้น ทุกคนจะเห็นได้ว่าเราไม่ได้พยายามปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของเราเลย เราเน้นพัฒนาทัศนคติและการจัดการกับความคิดของตัวเองเป็นสำคัญ ทำให้เรากลายเป็นคนที่น่าดึงดูดและมีเสน่ห์มากขึ้น ทุกวันนี้เราหลงรักตัวเองเราตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้คือตัวเราเอง มันเป็นความรู้สึกไม่สามารถใช้คำพูดไหนมาบรรยายได้เลย และอีกไม่นานเราก็จะได้เจอแฟนของเราแล้ว เจอกันตอนแรกเรารู้สึกตื่นเต้นยังไง ตอนนี้เราก็รู้สึกตื่นเต้นแบบนั้น สุดท้ายนี้เราหวังว่าสิ่งที่เราได้ตั้งใจเขียนขึ้นมาจะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคน และเราอยากถามทุกคนว่าในช่วงการระบาดของCovid-19 ที่ผ่านมาทุกคนได้รับผลกระทบอะไรบ้าง(ไม่ว่าจะทั้งด้านดีและไม่ดี)และหากใครมีคำถามหรืออยากปรึกษาเราเรายินดีที่จะตอบทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ

ปล. เพื่อนๆคนไหนอยากดูรูปเพิ่มเติมเข้าไปเยี่ยมชมบล็อกส่วนตัวเราเราได้ค่ะ -- http://www.creatingmybestself.ga/
หรือ ig : loveblessyouu เปิดเป็นสาธารณะจ้า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่