คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
คือ เราชื่อหมวย ส่วนคนที่คบด้วยตอนนี้ชื่อพี่ช้าง เราจำไม่ได้นะว่าคบ กี่ปี แต่น่าจะคุยกันมาได้หลายปีอยู่ แรกๆเรารู้จักพี่เขาในโลกออนไลน์ หรือในเกมหรือในเกมส์นั้นละ ตอนนั้นพี่ช้างเขาก็มีแฟนของเขาอยู่แล้ว(แฟนคบกันในเกมส์) แรกๆเราก็รู้สึกกับเขานะทั้งๆที่พี่เขามีแฟนอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะเราขี้สงสาร พี่เขามักจะทะเลอะกับแฟนเขาบ่อย เลยคุยปรับทุกข์บ้าง เลยผูกพันกัน เลยกันไปยันคุยกันทางไลน์ โทรไลน์ แต่ตอนคุยก็คุยได้เป็นเวลา เวลาที่เขาหลอกแฟนเขาว่าเขานอนแล้ว แต่คุยก็ยันเช้าบ้างยันดึกบ้างทุกทีแต่ตอนนั้นเราก็หักห้ามความรู้สึกเสมอนะเขามีแฟนแล้ว มีวันนึงพี่เขาหายไปไม่ตอบไลน์ผิดปกติ พอครึ่งวันแล้วโทรมา แบบเสียงไม่โอเครแล้วบอกว่าเขาเลิกกับแฟนเขาแล้ว และมาบอกว่าชอบเรา คบกับเขาไหม ใจเราอะ คือไรพึ่งเลิกกันมาบอกชอบ เลยไปไม่เป็น พอตกเย็นมาบอกว่าคืนดีกันแล้วหน้าตาเฉย เราเจ็บใจเขามาก ตอนนั้นเลยเกลียดเขาเพราะเรื่องนี้ มากสุด เหมือนล้อเล่นความรู้สึกเราแต่เขาเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น นั้นละเขาทำให้เราเปลี่ยนจาก คนอ่อนโยนต่อเขา สงสารเขาอยากปลอบโยน เป็นคนปากหมาหยาบกระด่างกับเขาคนเดียว
ทำไมถึงคบละ? เราไม่มั่นใจในคนคนนี้นะเอาตรงๆ ตั้งแต่เรื่องนั้น ถึงแม้เขาเลิกกันจริงๆตอนหลัง แต่เขาทำเหมือนเราเป็นไรกับเขาทั้งๆที่ไม่เคยพูดเรื่องขอคบตั้งแต่วันนั้น เราเลยถามเขาว่าทำแบบนี้เวลาเราคุยกับผู้ชายทำไมทั้งๆที่ไม่เคยขอคบจริงจัง เขาเลยขอคบเลยตอนนั้น เราเลยบอกถ้าจะคบก็ได้นะแต่เราขอดูๆกันไปก่อนได้ไหมคุยกันให้เรารู้จักกันมากขึ้น เราว่าเราเจ็บมาเยอะกับความรักแล้ว เราไม่อยากใจร้อนแล้วเจ็บมากตอนหลัง แบบเดิมๆ เขาก็ไม่ฟัง เขาบอกทำไมต้องรอเวลาเวลามันก็แค่นาฬิกาไหม อย่าเอามาเป็นข้ออ้างที่จะปฏิเสธเลย ใจเราแอบคิดนะมันเหมือนเขาเอาแต่จะได้เกินไปไหม แต่ด้วยคำว่าหาว่าเราปฏิเสธ น้ำตาเราไหลนะ เราเกลียดใจชาไง ก็ยังมีความรู้สึกที่ผ่านมา ไม่รู้ผูกพันรึป่าวเลยตกลง
หลังจากคบมาโทรไลน์ ทุกวัน เป็นเวลา ถึงเกมส์ปิดแล้วก็ตาม หลังไปเขาจะนอนไวไม่เกิน2ทุ่ม ต้องอ่านหนังสือสอบเสมอเขาเรียนแบบอยู่บ้าน พอถึงเวลาก็สอบ อ้อลืมบอกเขาอายุ28 เรา 24 เขาเป็นคนภาคใต้ เราภาคกลาง เราไม่เคยเจอหน้ากัน เราไม่เคยคอลวีดีโอกันเลยเคยขอแล้ว รูปเคยเห็นรูปเดียว เขาถ่ายนานแล้ว เฟสเขาเราไม่มี เขาบอกไม่เล่น ถามทำงานที่ไหนไม่ยอมบอก ทุกอย่างเขาเราแทบไม่รู้ แต่เขารู้แทบทุกอย่างเรา เรารู้สึกว่ารู้สึกว่า เราเข้าไม่ถึงเขา พยายามเข้าใจหลายๆอย่างหาเหตุผลให้เขา เราไม่รู้นะเราจริงจังกับคนในโลกออนไลน์มากไปไหม แต่ทะเลอะกันทีไรเราร้องไห้นะ เขาก็ง้อเสมอ ไม่ว่าเขาจะผิดหรือไหม คอยตามง้อทุกทาง โทรทุกเบอร์ถึงจะบล็อค เขาคอยอยู่กับเราตอนทุกข์ ตอนปัญหาต่างๆในชีวิตเข้ามา ไม่ว่าครอบครัวเราหรืองานเขาเคยให้ของขวัญเรา1อย่าง เป็นกล่องดนตรีลูกแก้วหิมะ เราอยากได่เสื้อกันหนาวเขาก็ให้นะเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้บอกเขาไม่ต้องให้ไรก็ได้ ถามว่าสุขไหมก็สุข ทุกข์ไหมก็ทุกข์ จะจากหลายรอบแต่ก็แพ้ลูกตื้อ เขาบอกเรียนจบจะมาหาเรา แต่กลัวใจเราจังมันสับสนไปหมดเพราะ
วันนึง ในชีวิตจริงที่ทำงานเรา เพราะโควิท ทำให้เราต้องย้ายหน่วยงานที่ทำงานชั่วคราว เพราะหน่วยงานเรามีออเดอร์เข้ามาน้อย เราไม่ได้ทำงานตามออฟฟิศนะ เราทำงานฝ่ายผลิตทั่วไป พอเรามาอีกหน่วยงานทำให้เราเจอกับคนที่บอก เขาชื่อพี่ฟิล์ม เขาเป็นหัวหน้างานใหญ่ พี่ฟิล์มเขาดูแลหลายห้องที่อยู่ในหน่วยงานที่เราจะไปอยู่ซึ่งหนึ่งในห้องนั้นก็เป็นห้องที่เราอยู่ด้วย เราไม่รู้เพราะอะไรนะตั้งแต่วันแรกเลยที่พี่เขามารับพวกที่ย้ายมา เรามองพี่เขาแบบว่า หัวหน้าอะไร อารมณ์ดีชะมัด เฮฮาชะมัด ให้ความรู้สึกให้ลูกน้องเข้าถึงง่ายดี เราก็เลยรู้สึกปลื้มมัง ตั้งแต่นั้นไม่รู้นะทำไมเขาถึงเข้ามาอยู่ในสายตาเรา เราคอยบอกตัวเองนะไม่นะเรา ข่าวหลายๆอย่างเรื่องพี่เขา เข้าหูเรามาว่าพี่เขาเป็นผู้ชายชอบชายมังเอย ยังไม่มีแฟนมังเอย แรกก็พยายามไม่ใส่ใจนะ แต่สงสัยอะ เลยแอบถามคนในห้องว่าพี่ฟิล์มเขาชอบผู้ชายหรอ เขาบอกป่าว เราแอบโล่งทำไมไม่รู้ถึงจะบอกว่าเขาชอบก็คือความชอบของเขา ระหว่างแอบๆมองก็มีเหตุให้เจอกันคุยกันอยู่นะถึงจะไม่มากก็ตาม เพราะตอนแรกๆเรายังหาห้องลงไม่ได้ช่วยเขาไปทั่ว ก่อนจะมาได้ลงห้องปัจุบันนิละ แต่ตอนนั้นเขาก็คุยกับเราเฟรนลี่มากเลยนะ ช่วงแรกๆไม่ช่วงแรกๆไม่รู้ทางว่าอะไรเก็บที่ไหนเขาก็พาไป ตั้งสองรอบ มีรอบนมีรอบนึงแกล้ง บอกไม่รู้ด้วยละ ทั้งที่เคยไปรอบนึง แต่ไม่ได้แต่ไม่ได้หวังอะไรนะ รอบเดียวจำได้ไม่ดี เราเป็นคนสมองช้าๆด้วย พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยกล้าๆกลัวๆตอนจะคุยกับเขาด้วย แถมยังเซอๆซ่าๆอีกด้วย ครั้งนึงตอนเดินไปเอาของกับเขาพยายามจะพูดให้รู้เรื่องด้วย กลัวเขาไม่เข้าใจที่เราจะแหย่เขากลัวอธิบายสิ่งที่พูดไปไม่ถูก จนเราได้ไปช่วยห้องที่เราอยู่ปัจุบันบ่อยๆ ตอนนั้นไม่ว่าทำไมเขาถึงเข้าใจผิดว่าเราเป็นเพื่อนอีกคนที่ชื่อคล้ายกัน และเพื่อนอีกคนเป็นเรา อาจเป็นเพราอาจเป็นเพราะการไปช่วยหลายที่มัง เขาเลยเถียงกับหัวหน้าอีกคนว่าเราอะคือคนนั้นชื่อนี้ๆ เราก็ว่าอะไรกันหว่า ตั้งแต่นั้นเขาเลยเรียกชื่อเราเป็นชื่ออีกคนนึง ไม่เป็นไร ไม่ใช่ชื่อเราก็ไม่เป็นไรเราเข้าใจเขาแค่แหย่เขารู้ละ เราก็ฮากับเพื่อนอีกคนเรื่องนี้ นั้นแหละคือเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้จักเราบ้างมังจากวันแรกที่ไม่ได้สนิทไรเลย
จากที่ช่วยห้องนั้นบ่อยๆจนได้มาอยู่ในห้องนั้นจริงๆเพราะมีคนลาออกไปพอดีวันที่เราไปช่วย ซึ่งเราคนเดียวด้วยที่ไปช่วยวันนั้นเลยได้อยู่ไปเลย การที่ได้อการที่ได้อยู่ห้องนี้ละ ทำให้เขารู้ชื่อเล่นเรา ไม่ใช้ชื่อจริง ที่เป็นชื่อคนอื่น เราไม่เราไม่แน่ใจนะ ทำไมความรู้สึกปลื้มเฉยๆถึงเปลี่ยนไป แปลกๆ เช้ามาต้องเดินผ่านออฟฟิศที่เขาอยู่ เป็นกระจก แรกๆเราแอบมองตลอดเลยนะหันไปมองเลยละ ยอมรับ มองเขามารึยัง แต่ชอบหลอกตัวเองไงไม่ได้มอง เลยแกล้งทำเป็นมอง บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าห้องแทน แค่นั้นเราก็ว่าเราอาการหนักแล้วนะ คอยบอกตัวเองอย่ามองๆ จากแค่แอบมองเขามาแหย่เรามากขึ้น จนพาเราเคลิ้มไปช่วงนึง เราพยายามคิดเสมอนะเขาเป็นคนอย่างงี้เฉยๆเป็นกับทุกคน หมวยไม่นะหมวย
วันที่เราต้องกลับหน่วยงานเดิมก็มาถึงเราตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่หรือจะไปพี่ฟิล์มอาจเป็นส่วนนิดหน่อยที่ทำให้เราอยากอยู่ ที่อยากไปก็คิดถึงที่เดิมด้วย แต่ที่ทำให้รู้สึกตอบตกลงอยู่ทั้งที่ไม่แน่ใจเพราะเหมือนได้ยินแววๆ ไม่รู้นะเพ้อไปหูแววไปรึป่าว หรือคิดไปเอง ว่าพี่เขาพูดว่าหมวยห้ามไปเด็ดขาด ไม่รู้นะไม่กล้าถามเขาเหมือนกันได้พูดป่าว กลัวคิดไปเองหน้าแตกกลายเป็นหลงตัวเองเลย บวกกับเพื่อนแฟนพี่ชายมาถามด้วยเลยตกลงไปอยู่ แต่หลังที่ตกลงเราเกิดรังเล ที่เลือก เพราะมีแต่คนหน่วยงานเก่าที่มาช่วยรอบสองเป็นห่วงเรา กลัวเราทำงานไม่ไหว เรามีโรคประจำตัวด้วยไง และห้องที่เราอยู่หนักเหมือนกัน เหนื่อยด้วย ยืนก็แทบจะทั้งวันนานทีได้นั้งที แต่ดีที่คนทำงานกันอยู่ในห้องไม่กี่คนด้วยละ ไม่วุ่นวายไม่วุ่นวายดีเหมือนที่เก่า ใจเราเลยยังไงก็ได้ แต่มาขยันขยอกันบ่อยๆ และพูดบ่อยๆ ว่าที่บอกเพราะห่วง เราก็เข้าใจความหวังดี แต่เราก็บอกเราบอกเขาไปแล้วว่าอยู่ถึงเราจะเหนื่อยก็ตามเถอะ แถมยังแนะนำให้เราไปบอกหัวหน้าให้ช่วยทำเรื่องย้ายเรากลับไปที่เดิมด้วย เราจะไม่ทำก็กลัวทำร้ายจิตรใจคนที่ห่วง แต่เราก็ไม่อยากให้หัวหน้าคนอื่นๆต้องผิดหวังในตัวเราด้วย เราก็รู้นะเราตัดใจอะไรแนวแน่ไม่เป็น ไม่ค่อยเชื่อมั่นตัวเอง เอาแต่ห่วงคนอื่น สุดท้ายก็ไปบอกอยู่ดีโดยที่พวกพี่หน่วยงานเก่าช่วยไปคุยด้วย แต่เราบอกตัวเองแล้วละ หัวหน้าคนไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่พี่ฟิล์ม ไม่รู้นะเพราะไม่กล้าพูดกับเขาเรื่องนี้หรือป่าว ทั้งไปที่เขาก็ไม่ได้มาแหย่เราช่วงนึงนะตอนนั้น พอเราเข้าไปพูดไว้แล้วเท่านั้นละ ตอนเราทำงานเราแอบมองนะว่าพี่เขาจะเข้ามาตอนไหน เขาคงไปบอกกันละหัวหน้าสามคน วันนั้นเป็นวันที่เราทำงานไม่มีความสุขเลย อยากจะร้องกับสิ่งที่ทำไป พอเรากำลังจะไปเตรียมของให้ห้อง ระหว่างทาง เราเจอเขา เราพยายามหลบนะไม่มีอารมส์จะคุยกับใครเลยตอนนั้น พี่เขาพูดขึ้นมาว่า เดียวๆมาคุยกันก่อน เราเลยบอกคุยอะไรพรางยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งๆในใจก็รู้ละว่าเรื่องอะไร เขาเลยบอกว่าไม่ต้องเลยพรางดึงคอเสื้อด้านหลังเราลากไปคุยห้องเล็กๆแถวๆนั้น แล้วถามเราว่า เล่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเลยบอเราเลยบอกอย่างที่บอกไปกับหัวหน้าอีกคน เขาเลยถาม มันเหนื่อยเพราะเดินมาเอาของหรือป่าว เราเลยบอกป่าวไม่ขนาดนั้นแต่มันก็เหนื่อยอยู่โรคเราเหนื่อยง่ายอยู่แล้วแต่ก็ทำได้พี่ เขาเลยบอก ยังไงจะได้หาทางแก้ เพราะตอนนี้ทางบริหารใหญ่ๆเขารับทราบแล้วส่งชื่อมาอยู่หน่วยงานนี้แล้ว เราเลยบอกไปว่า งันไม่เป็นไม่เป็นไรพี่ หนูเเค่ลองไปถามเผื่อมันจะได้ (คือคิดไรไม่ออกอะจะพูดไงดีเอยคนที่เขาห่วงเราไม่ได้)แค่นั้นเอง เขาก็ทำเขาก็ทำหน้าเหมือนเครียดๆนะ เหมือนเขเหมือนเขาอยากจะพูดต่อเราเลยบอกว่าไม่ได้ไม่เป็นไรพี่ไม่ต้องก็ได้ ไม่อยากทำให้พี่ลำบาก ห่วงพี่ พูดพร้อมตาคลอ แต่พยายามกลั้นไว้อยู่ (พอกลับมาคิดอ๊ากพูดไปได้คิดไรเราเอย) เขาเลยหัวเราะและพูดว่า แน่ๆ ต้องมีคน มาพูดอะไรมาพูดอะไรกับหมวยแน่เลย เลยตัดสิเลยตัดสินใจมาพูดแบบนี้ อย่างงี้ไม่งันไม่มาพูดหรอก อย่างงี้ต้องไปหาตัวคนที่มาพูดเป่าหูเราให้ได้เลย และเขาก็ไป ไม่รู้จะเครียดดีกับเรื่องตอนนั้นหรือแอบเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปคิดดี
ตั้งแต่นั้นเราเลยได้อยู่ที่นี้ต่อไป เราก็ยังคงมองกระจกห้องเดิมทุกเช้าแต่ฝืนไม่มองซะส่วนใหญ่ ส่วนเขาหลังๆก็เริ่มแหย่ทั้งตอนทำงาน ทั้งข้างนอกตอนกินข้าว ตอนก่อนเข้างาน ตอนกลับบ้าน แหย่ต่อหน้าคนอื่น เรียกเราว่าหมวยจ๋า เราก็แกล้งบอกหลอนอะ เดินหนีบ้าง ไม่อยากเผลอใจเผยอาการ ให้เขาแลให้เขาและคนอื่นเห็น แกล้งทำเป็นจะกอดต่อหน้าคนอื่น ก็หนีเหมือนกัน คนอื่นเขาก็แซวๆ คนละมาตราฐาน เห็นสาวๆไม่ได้ เอารองเท้าตอนกลับบ้านก็ยืนขวางไม่ให้เดิน จะออกปจะออกประตูก็หยอกต่อจนบางทีคนอื่นบ่นเขา ขวางทางเดิอขวางทางเดินแกก็เล่นนะ แต่ทุกอย่างเราก็พยายามคิดนะเขาก็แหย่ทุกคนแหละอย่าคิดๆ บางทีก็เกลียดเขานะชอบทำให้คนแอบคิด แต่ก็ไมแต่ก็ไม่ผิดหรอกเขาเป็นคนแฟรนลี่อยู่แล้วเลยไม่อะไร เขาชอบแหย่ตรงทางเข้าบ่อยๆเลยชอบแอบมองหาเขาตรงทางเข้าบ่อยๆ ตอนกลับบ้านด้วยชอบมองหา แต่พยายามปฏิเสธตัวเองไปหมดเลย ว่าไม่ได้มองอย่ามอง ขนาดเดินเข้ามาที่ห้องที่ทำงานก็ยังแอบมองเขาแต่พยายามเมินพยายามหลบสายตา ไม่รู้อะจะพูดไงดีกับความพยายามปฏิเสธของตัวเองจะกลบเกลื่อนความรู้สึกเอยบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้บ้างเอย เป็นไปได้ก็มีแต่ในซีรี่ย์แล้ว แอบมองแบบหลบๆก็พอแล้วความรู้สึก ไม่กล้าคิดเกินเลย
จนอาทิตย์ที่ผ่านมา มีพี่ที่ห้อง2คน เขาสนิทกับ พี่ฟิล์ม พี่เขามาขอเบอร์เรา และบอกว่ามีคนฝากขอ เราเลยมองพี่ฟิล์มที่นั้งกินข้าวกับพี่2คนนั้น แบบไม่ค่อยหลงตัวเองเลย ว่าทำไมเขาจะต้องขอเบอร์เราด้วย แต่ก็แอบคิดหลงๆตัวเองละต้องเป็นเขาแน่ๆเลย เราเลยให้เบอร์ไปกับพี่คนที่ขอ ส่วนเขาเลยพูดว่า อะงันพี่เมมด้วย พี่ฟิล์มเขาดันเมมด้วยเฉยเลย เราเคยเห็นมาหลายรายแล้วไงว่า ชอบขอเบอร์แล้ว ไม่โทรมา เราก็เป็นแบบนั้นละเลยรู้ เลยพูดว่า เอาเบอร์ละไม่โทรเอาไปทำไมพี่ เขาเลยบอกว่า งันเดียวโทรเลยคืนนี้ และยังมีการเมมชื่อด้วยว่าหมวยของพี่ คืนแรกเขายิงมา เราเลยถามเขาอีกวันว่า โทรผิดรึป่าว พี่เขาเลยบอดเขาเลยบอกป่าว เขานึกได้ที่เราพูดเลยโทรมา แต่เขาเล่นแบตมินตันอยู่ พอเมื่อวานเขาก็แอดไลน์มาตอนเย็นหลังเลิกงานเลย และทักมา แรกๆก็คุยธรรมดาละ เราพูดประมาณว่าเขาก็บ้าที่ไปทำตามที่พี่ๆเขาชงกัน เขาเลยบอกไม่พี่ทำเพราะพี่จริงจัง และแถมหยอกล้อเราเรียกแฟนด้วย พอโทรมาบอกประมาณคุยๆกันไปก่อนก็ได้ เขารู้นะว่าเราคุยกับคนในโลกออนไลน์ เพราะเราบอกเองไม่อยากปิด ส่วนเขาก็บอกเรื่องของตัวเอง ยืนยันให้แน่ใจว่าเขาไม่มีใคร พี่เขาเลยเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง กับพี่เขาพี่เขาอายุ38 ห่างกับเรา 14ปี แต่เรื่องอายุเราไม่อะไรอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าจะตกในสถานการณ์ที่ปวดใจแบบนี้อีก
ทำไมถึงคบละ? เราไม่มั่นใจในคนคนนี้นะเอาตรงๆ ตั้งแต่เรื่องนั้น ถึงแม้เขาเลิกกันจริงๆตอนหลัง แต่เขาทำเหมือนเราเป็นไรกับเขาทั้งๆที่ไม่เคยพูดเรื่องขอคบตั้งแต่วันนั้น เราเลยถามเขาว่าทำแบบนี้เวลาเราคุยกับผู้ชายทำไมทั้งๆที่ไม่เคยขอคบจริงจัง เขาเลยขอคบเลยตอนนั้น เราเลยบอกถ้าจะคบก็ได้นะแต่เราขอดูๆกันไปก่อนได้ไหมคุยกันให้เรารู้จักกันมากขึ้น เราว่าเราเจ็บมาเยอะกับความรักแล้ว เราไม่อยากใจร้อนแล้วเจ็บมากตอนหลัง แบบเดิมๆ เขาก็ไม่ฟัง เขาบอกทำไมต้องรอเวลาเวลามันก็แค่นาฬิกาไหม อย่าเอามาเป็นข้ออ้างที่จะปฏิเสธเลย ใจเราแอบคิดนะมันเหมือนเขาเอาแต่จะได้เกินไปไหม แต่ด้วยคำว่าหาว่าเราปฏิเสธ น้ำตาเราไหลนะ เราเกลียดใจชาไง ก็ยังมีความรู้สึกที่ผ่านมา ไม่รู้ผูกพันรึป่าวเลยตกลง
หลังจากคบมาโทรไลน์ ทุกวัน เป็นเวลา ถึงเกมส์ปิดแล้วก็ตาม หลังไปเขาจะนอนไวไม่เกิน2ทุ่ม ต้องอ่านหนังสือสอบเสมอเขาเรียนแบบอยู่บ้าน พอถึงเวลาก็สอบ อ้อลืมบอกเขาอายุ28 เรา 24 เขาเป็นคนภาคใต้ เราภาคกลาง เราไม่เคยเจอหน้ากัน เราไม่เคยคอลวีดีโอกันเลยเคยขอแล้ว รูปเคยเห็นรูปเดียว เขาถ่ายนานแล้ว เฟสเขาเราไม่มี เขาบอกไม่เล่น ถามทำงานที่ไหนไม่ยอมบอก ทุกอย่างเขาเราแทบไม่รู้ แต่เขารู้แทบทุกอย่างเรา เรารู้สึกว่ารู้สึกว่า เราเข้าไม่ถึงเขา พยายามเข้าใจหลายๆอย่างหาเหตุผลให้เขา เราไม่รู้นะเราจริงจังกับคนในโลกออนไลน์มากไปไหม แต่ทะเลอะกันทีไรเราร้องไห้นะ เขาก็ง้อเสมอ ไม่ว่าเขาจะผิดหรือไหม คอยตามง้อทุกทาง โทรทุกเบอร์ถึงจะบล็อค เขาคอยอยู่กับเราตอนทุกข์ ตอนปัญหาต่างๆในชีวิตเข้ามา ไม่ว่าครอบครัวเราหรืองานเขาเคยให้ของขวัญเรา1อย่าง เป็นกล่องดนตรีลูกแก้วหิมะ เราอยากได่เสื้อกันหนาวเขาก็ให้นะเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้บอกเขาไม่ต้องให้ไรก็ได้ ถามว่าสุขไหมก็สุข ทุกข์ไหมก็ทุกข์ จะจากหลายรอบแต่ก็แพ้ลูกตื้อ เขาบอกเรียนจบจะมาหาเรา แต่กลัวใจเราจังมันสับสนไปหมดเพราะ
วันนึง ในชีวิตจริงที่ทำงานเรา เพราะโควิท ทำให้เราต้องย้ายหน่วยงานที่ทำงานชั่วคราว เพราะหน่วยงานเรามีออเดอร์เข้ามาน้อย เราไม่ได้ทำงานตามออฟฟิศนะ เราทำงานฝ่ายผลิตทั่วไป พอเรามาอีกหน่วยงานทำให้เราเจอกับคนที่บอก เขาชื่อพี่ฟิล์ม เขาเป็นหัวหน้างานใหญ่ พี่ฟิล์มเขาดูแลหลายห้องที่อยู่ในหน่วยงานที่เราจะไปอยู่ซึ่งหนึ่งในห้องนั้นก็เป็นห้องที่เราอยู่ด้วย เราไม่รู้เพราะอะไรนะตั้งแต่วันแรกเลยที่พี่เขามารับพวกที่ย้ายมา เรามองพี่เขาแบบว่า หัวหน้าอะไร อารมณ์ดีชะมัด เฮฮาชะมัด ให้ความรู้สึกให้ลูกน้องเข้าถึงง่ายดี เราก็เลยรู้สึกปลื้มมัง ตั้งแต่นั้นไม่รู้นะทำไมเขาถึงเข้ามาอยู่ในสายตาเรา เราคอยบอกตัวเองนะไม่นะเรา ข่าวหลายๆอย่างเรื่องพี่เขา เข้าหูเรามาว่าพี่เขาเป็นผู้ชายชอบชายมังเอย ยังไม่มีแฟนมังเอย แรกก็พยายามไม่ใส่ใจนะ แต่สงสัยอะ เลยแอบถามคนในห้องว่าพี่ฟิล์มเขาชอบผู้ชายหรอ เขาบอกป่าว เราแอบโล่งทำไมไม่รู้ถึงจะบอกว่าเขาชอบก็คือความชอบของเขา ระหว่างแอบๆมองก็มีเหตุให้เจอกันคุยกันอยู่นะถึงจะไม่มากก็ตาม เพราะตอนแรกๆเรายังหาห้องลงไม่ได้ช่วยเขาไปทั่ว ก่อนจะมาได้ลงห้องปัจุบันนิละ แต่ตอนนั้นเขาก็คุยกับเราเฟรนลี่มากเลยนะ ช่วงแรกๆไม่ช่วงแรกๆไม่รู้ทางว่าอะไรเก็บที่ไหนเขาก็พาไป ตั้งสองรอบ มีรอบนมีรอบนึงแกล้ง บอกไม่รู้ด้วยละ ทั้งที่เคยไปรอบนึง แต่ไม่ได้แต่ไม่ได้หวังอะไรนะ รอบเดียวจำได้ไม่ดี เราเป็นคนสมองช้าๆด้วย พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยกล้าๆกลัวๆตอนจะคุยกับเขาด้วย แถมยังเซอๆซ่าๆอีกด้วย ครั้งนึงตอนเดินไปเอาของกับเขาพยายามจะพูดให้รู้เรื่องด้วย กลัวเขาไม่เข้าใจที่เราจะแหย่เขากลัวอธิบายสิ่งที่พูดไปไม่ถูก จนเราได้ไปช่วยห้องที่เราอยู่ปัจุบันบ่อยๆ ตอนนั้นไม่ว่าทำไมเขาถึงเข้าใจผิดว่าเราเป็นเพื่อนอีกคนที่ชื่อคล้ายกัน และเพื่อนอีกคนเป็นเรา อาจเป็นเพราอาจเป็นเพราะการไปช่วยหลายที่มัง เขาเลยเถียงกับหัวหน้าอีกคนว่าเราอะคือคนนั้นชื่อนี้ๆ เราก็ว่าอะไรกันหว่า ตั้งแต่นั้นเขาเลยเรียกชื่อเราเป็นชื่ออีกคนนึง ไม่เป็นไร ไม่ใช่ชื่อเราก็ไม่เป็นไรเราเข้าใจเขาแค่แหย่เขารู้ละ เราก็ฮากับเพื่อนอีกคนเรื่องนี้ นั้นแหละคือเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้จักเราบ้างมังจากวันแรกที่ไม่ได้สนิทไรเลย
จากที่ช่วยห้องนั้นบ่อยๆจนได้มาอยู่ในห้องนั้นจริงๆเพราะมีคนลาออกไปพอดีวันที่เราไปช่วย ซึ่งเราคนเดียวด้วยที่ไปช่วยวันนั้นเลยได้อยู่ไปเลย การที่ได้อการที่ได้อยู่ห้องนี้ละ ทำให้เขารู้ชื่อเล่นเรา ไม่ใช้ชื่อจริง ที่เป็นชื่อคนอื่น เราไม่เราไม่แน่ใจนะ ทำไมความรู้สึกปลื้มเฉยๆถึงเปลี่ยนไป แปลกๆ เช้ามาต้องเดินผ่านออฟฟิศที่เขาอยู่ เป็นกระจก แรกๆเราแอบมองตลอดเลยนะหันไปมองเลยละ ยอมรับ มองเขามารึยัง แต่ชอบหลอกตัวเองไงไม่ได้มอง เลยแกล้งทำเป็นมอง บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าห้องแทน แค่นั้นเราก็ว่าเราอาการหนักแล้วนะ คอยบอกตัวเองอย่ามองๆ จากแค่แอบมองเขามาแหย่เรามากขึ้น จนพาเราเคลิ้มไปช่วงนึง เราพยายามคิดเสมอนะเขาเป็นคนอย่างงี้เฉยๆเป็นกับทุกคน หมวยไม่นะหมวย
วันที่เราต้องกลับหน่วยงานเดิมก็มาถึงเราตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่หรือจะไปพี่ฟิล์มอาจเป็นส่วนนิดหน่อยที่ทำให้เราอยากอยู่ ที่อยากไปก็คิดถึงที่เดิมด้วย แต่ที่ทำให้รู้สึกตอบตกลงอยู่ทั้งที่ไม่แน่ใจเพราะเหมือนได้ยินแววๆ ไม่รู้นะเพ้อไปหูแววไปรึป่าว หรือคิดไปเอง ว่าพี่เขาพูดว่าหมวยห้ามไปเด็ดขาด ไม่รู้นะไม่กล้าถามเขาเหมือนกันได้พูดป่าว กลัวคิดไปเองหน้าแตกกลายเป็นหลงตัวเองเลย บวกกับเพื่อนแฟนพี่ชายมาถามด้วยเลยตกลงไปอยู่ แต่หลังที่ตกลงเราเกิดรังเล ที่เลือก เพราะมีแต่คนหน่วยงานเก่าที่มาช่วยรอบสองเป็นห่วงเรา กลัวเราทำงานไม่ไหว เรามีโรคประจำตัวด้วยไง และห้องที่เราอยู่หนักเหมือนกัน เหนื่อยด้วย ยืนก็แทบจะทั้งวันนานทีได้นั้งที แต่ดีที่คนทำงานกันอยู่ในห้องไม่กี่คนด้วยละ ไม่วุ่นวายไม่วุ่นวายดีเหมือนที่เก่า ใจเราเลยยังไงก็ได้ แต่มาขยันขยอกันบ่อยๆ และพูดบ่อยๆ ว่าที่บอกเพราะห่วง เราก็เข้าใจความหวังดี แต่เราก็บอกเราบอกเขาไปแล้วว่าอยู่ถึงเราจะเหนื่อยก็ตามเถอะ แถมยังแนะนำให้เราไปบอกหัวหน้าให้ช่วยทำเรื่องย้ายเรากลับไปที่เดิมด้วย เราจะไม่ทำก็กลัวทำร้ายจิตรใจคนที่ห่วง แต่เราก็ไม่อยากให้หัวหน้าคนอื่นๆต้องผิดหวังในตัวเราด้วย เราก็รู้นะเราตัดใจอะไรแนวแน่ไม่เป็น ไม่ค่อยเชื่อมั่นตัวเอง เอาแต่ห่วงคนอื่น สุดท้ายก็ไปบอกอยู่ดีโดยที่พวกพี่หน่วยงานเก่าช่วยไปคุยด้วย แต่เราบอกตัวเองแล้วละ หัวหน้าคนไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่พี่ฟิล์ม ไม่รู้นะเพราะไม่กล้าพูดกับเขาเรื่องนี้หรือป่าว ทั้งไปที่เขาก็ไม่ได้มาแหย่เราช่วงนึงนะตอนนั้น พอเราเข้าไปพูดไว้แล้วเท่านั้นละ ตอนเราทำงานเราแอบมองนะว่าพี่เขาจะเข้ามาตอนไหน เขาคงไปบอกกันละหัวหน้าสามคน วันนั้นเป็นวันที่เราทำงานไม่มีความสุขเลย อยากจะร้องกับสิ่งที่ทำไป พอเรากำลังจะไปเตรียมของให้ห้อง ระหว่างทาง เราเจอเขา เราพยายามหลบนะไม่มีอารมส์จะคุยกับใครเลยตอนนั้น พี่เขาพูดขึ้นมาว่า เดียวๆมาคุยกันก่อน เราเลยบอกคุยอะไรพรางยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งๆในใจก็รู้ละว่าเรื่องอะไร เขาเลยบอกว่าไม่ต้องเลยพรางดึงคอเสื้อด้านหลังเราลากไปคุยห้องเล็กๆแถวๆนั้น แล้วถามเราว่า เล่ามาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเลยบอเราเลยบอกอย่างที่บอกไปกับหัวหน้าอีกคน เขาเลยถาม มันเหนื่อยเพราะเดินมาเอาของหรือป่าว เราเลยบอกป่าวไม่ขนาดนั้นแต่มันก็เหนื่อยอยู่โรคเราเหนื่อยง่ายอยู่แล้วแต่ก็ทำได้พี่ เขาเลยบอก ยังไงจะได้หาทางแก้ เพราะตอนนี้ทางบริหารใหญ่ๆเขารับทราบแล้วส่งชื่อมาอยู่หน่วยงานนี้แล้ว เราเลยบอกไปว่า งันไม่เป็นไม่เป็นไรพี่ หนูเเค่ลองไปถามเผื่อมันจะได้ (คือคิดไรไม่ออกอะจะพูดไงดีเอยคนที่เขาห่วงเราไม่ได้)แค่นั้นเอง เขาก็ทำเขาก็ทำหน้าเหมือนเครียดๆนะ เหมือนเขเหมือนเขาอยากจะพูดต่อเราเลยบอกว่าไม่ได้ไม่เป็นไรพี่ไม่ต้องก็ได้ ไม่อยากทำให้พี่ลำบาก ห่วงพี่ พูดพร้อมตาคลอ แต่พยายามกลั้นไว้อยู่ (พอกลับมาคิดอ๊ากพูดไปได้คิดไรเราเอย) เขาเลยหัวเราะและพูดว่า แน่ๆ ต้องมีคน มาพูดอะไรมาพูดอะไรกับหมวยแน่เลย เลยตัดสิเลยตัดสินใจมาพูดแบบนี้ อย่างงี้ไม่งันไม่มาพูดหรอก อย่างงี้ต้องไปหาตัวคนที่มาพูดเป่าหูเราให้ได้เลย และเขาก็ไป ไม่รู้จะเครียดดีกับเรื่องตอนนั้นหรือแอบเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปคิดดี
ตั้งแต่นั้นเราเลยได้อยู่ที่นี้ต่อไป เราก็ยังคงมองกระจกห้องเดิมทุกเช้าแต่ฝืนไม่มองซะส่วนใหญ่ ส่วนเขาหลังๆก็เริ่มแหย่ทั้งตอนทำงาน ทั้งข้างนอกตอนกินข้าว ตอนก่อนเข้างาน ตอนกลับบ้าน แหย่ต่อหน้าคนอื่น เรียกเราว่าหมวยจ๋า เราก็แกล้งบอกหลอนอะ เดินหนีบ้าง ไม่อยากเผลอใจเผยอาการ ให้เขาแลให้เขาและคนอื่นเห็น แกล้งทำเป็นจะกอดต่อหน้าคนอื่น ก็หนีเหมือนกัน คนอื่นเขาก็แซวๆ คนละมาตราฐาน เห็นสาวๆไม่ได้ เอารองเท้าตอนกลับบ้านก็ยืนขวางไม่ให้เดิน จะออกปจะออกประตูก็หยอกต่อจนบางทีคนอื่นบ่นเขา ขวางทางเดิอขวางทางเดินแกก็เล่นนะ แต่ทุกอย่างเราก็พยายามคิดนะเขาก็แหย่ทุกคนแหละอย่าคิดๆ บางทีก็เกลียดเขานะชอบทำให้คนแอบคิด แต่ก็ไมแต่ก็ไม่ผิดหรอกเขาเป็นคนแฟรนลี่อยู่แล้วเลยไม่อะไร เขาชอบแหย่ตรงทางเข้าบ่อยๆเลยชอบแอบมองหาเขาตรงทางเข้าบ่อยๆ ตอนกลับบ้านด้วยชอบมองหา แต่พยายามปฏิเสธตัวเองไปหมดเลย ว่าไม่ได้มองอย่ามอง ขนาดเดินเข้ามาที่ห้องที่ทำงานก็ยังแอบมองเขาแต่พยายามเมินพยายามหลบสายตา ไม่รู้อะจะพูดไงดีกับความพยายามปฏิเสธของตัวเองจะกลบเกลื่อนความรู้สึกเอยบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้บ้างเอย เป็นไปได้ก็มีแต่ในซีรี่ย์แล้ว แอบมองแบบหลบๆก็พอแล้วความรู้สึก ไม่กล้าคิดเกินเลย
จนอาทิตย์ที่ผ่านมา มีพี่ที่ห้อง2คน เขาสนิทกับ พี่ฟิล์ม พี่เขามาขอเบอร์เรา และบอกว่ามีคนฝากขอ เราเลยมองพี่ฟิล์มที่นั้งกินข้าวกับพี่2คนนั้น แบบไม่ค่อยหลงตัวเองเลย ว่าทำไมเขาจะต้องขอเบอร์เราด้วย แต่ก็แอบคิดหลงๆตัวเองละต้องเป็นเขาแน่ๆเลย เราเลยให้เบอร์ไปกับพี่คนที่ขอ ส่วนเขาเลยพูดว่า อะงันพี่เมมด้วย พี่ฟิล์มเขาดันเมมด้วยเฉยเลย เราเคยเห็นมาหลายรายแล้วไงว่า ชอบขอเบอร์แล้ว ไม่โทรมา เราก็เป็นแบบนั้นละเลยรู้ เลยพูดว่า เอาเบอร์ละไม่โทรเอาไปทำไมพี่ เขาเลยบอกว่า งันเดียวโทรเลยคืนนี้ และยังมีการเมมชื่อด้วยว่าหมวยของพี่ คืนแรกเขายิงมา เราเลยถามเขาอีกวันว่า โทรผิดรึป่าว พี่เขาเลยบอดเขาเลยบอกป่าว เขานึกได้ที่เราพูดเลยโทรมา แต่เขาเล่นแบตมินตันอยู่ พอเมื่อวานเขาก็แอดไลน์มาตอนเย็นหลังเลิกงานเลย และทักมา แรกๆก็คุยธรรมดาละ เราพูดประมาณว่าเขาก็บ้าที่ไปทำตามที่พี่ๆเขาชงกัน เขาเลยบอกไม่พี่ทำเพราะพี่จริงจัง และแถมหยอกล้อเราเรียกแฟนด้วย พอโทรมาบอกประมาณคุยๆกันไปก่อนก็ได้ เขารู้นะว่าเราคุยกับคนในโลกออนไลน์ เพราะเราบอกเองไม่อยากปิด ส่วนเขาก็บอกเรื่องของตัวเอง ยืนยันให้แน่ใจว่าเขาไม่มีใคร พี่เขาเลยเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง กับพี่เขาพี่เขาอายุ38 ห่างกับเรา 14ปี แต่เรื่องอายุเราไม่อะไรอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าจะตกในสถานการณ์ที่ปวดใจแบบนี้อีก
แสดงความคิดเห็น
ใครเคยคบคนออนไลน์แต่ดันมีคนในชีวิตจริงเข้ามาและคนนั้นเราก็แอบรู้สึกดีควรทำไง
ที่ทำให้ตั้งกระทูนี้ เรานอนดูลูกแก้วนี้ที่มีตุ๊กตาชายหญิง เรามองมันว่าควรให้มันแยกจากกันหรอ มันไม่ได้ผิดอะไร แล้วร้องไห้ เพราะมันมีเหตุให้เราต้องมานอนคิด คือเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานมีคนในชีวิตจริงเข้ามา และคนคนนั้น เป็นคนที่เราแอบมองแอบปลื้มมาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว เขาเป็นหัวหน้างานเรา เราปลื้มเขาที่เขาเป็นคนร่าเริงเฟรนลี่ และที่ผ่านมาระหว่างการทำงานมันมีเหตุเพราะโควิทเลยทำให้เราได้มาเจอเขา ที่หน่วยนี้ ถึงเราจะแอบมองแอบปลื้ม แต่เราก็พยายามหักห้ามใจเสมอ บอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่หลายเหตุการณ์มันก็ทำให้หวั่นไหวบ้างเหมือนกัน เขาอบอุ่นใส่ใจทุกคน ชอบแหย่ชอบหยอก ไม่ถือตัว เลยทำให้เผลอไปด้วย
จากแอบมอง ไม่เคยคิดไม่เคยหวังให้เป็นจริง กลับกลายเป็นเรื่องจริง เขามาขอเบอร์และเมมชื่อเราว่าเป็นคนของเขา และแอดไลน์มา คุย พอเราพยายามจะไม่ให้มันไกลกว่านี้ เขาก็ออกแนวนอยด์ เหมือนรู้และบอกว่า พี่จริงจัง ไม่ได้ทำเพราะใครเชียร์ เขาโทรมาถามเราไม่มีใครจริงไหม เราบอกว่าเรามีคนที่คุยอยู่แต่รู้จักกันแบบไม่เคยเห็นหน้า เราบอกตรงๆ เขาก็ไม่ว่าไร เขาขอคุยกันไปก่อนไม่เร่งรีบไรเรา
คือตอนนี้เราเลยไม่รู้จะทำไงดีควรทำไงดี
คนแรกก็ผูกพันแต่เราไม่รู้จักตัวเขาเลยมีแต่เขารู้เรื่องเรา คุยได้แบบเปิดใจและไม่เกรงด่าได้คือชินแล้ว ถึงจะถึงจะอายุเยอะกว่า และเขาไม่ผิดอะไรด้วย ถ้าถามว่ารักไหม เราไม่รู้เรียกว่าไรดี ผูกพันรึป่าว ตอนแรกจะคบกันไม่มีเวลาดูกันด้วยพอบอกดูกันไปก่อนเขาหาว่าปฏิเสธเขาเราเลยตกลง
คนนึงก็แอบมอง แอบปลื้ม ไม่เห็นก็หา แต่ก็ยายามจะหลอกตัวเองไม่คิด เราไม่ได้มอง แต่ก็มีความสุขในการแอบปลื้มแอบมองอยู่อย่างนี้ละ แค่นี้เราก็มีความสุขแล้วนะ แต่ก็ห่วงว่าเรื่องอายุนิละ จะทำให้เขาไม่โอเครกับนิสัยเด็กเรารึป่าว บวกกับเราเป็นคนที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่กล้าพูดกับเขาหลายคำ กลัวพูดกลัวพูดออกไปไม่ดี ทำตัวไม่ถูกอะเวลาอยู่ใกล้เขา ไม่รู้เหมือนกันเพราะอะไร แต่ความรักเราไม่ซีเรื่องอายุนะห่างกันหลายปีก็ไม่เป็นไรหรอก แต่กลัวจะไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ชินด้วย
ทำไมต้องกลัวอะไรขนาดนี้ เพราะเราเคย เลือกผิด เหตุการณ์คล้ายกันเลย สุดท้ายตอนนั้นเราเลือกคนมาที่หลัง ในชีวิตจริง แต่ตอนนั้นมาหาลัยรีบอนคบด้วยละ และเป็นคนที่คบคนแรกในชีวิตจริงด้วยละ ส่วนใหญ่เจอแต่คนในเน็ตแฟนในชีวิตจริงเลยมีคนเดียว และเป็นคนที่เลือกผิดมหันต์ อาจเป็นเพราะว่าแปลคำว่ารักผิดๆ อะไรก็ได้ยอมให้เขาหมด โดยที่ไม่ใช่ตัวเรา อันนั้นเขาเรียกว่าหลงใช่ไหม ไปอ่านมา บ้าบอกับคนแรกมากจนเสียดายเวลา เสียดายคนที่เราทำเขาเสียใจ และไม่อยและไม่อยากให้ใครต้องมาเสียใจเพราะเราอีกแบบเดิม
กลัวจนเราต้องไปถามคนรู้จักใกล้ชิดหลายคนเพราะเราไม่เข้าใจในความรักด้วยละ เขาบอกว่า เราอะต้องเราอะต้องเผื่อเลือกไว้ด้วยคิดสำหรับอนาคตตัวเองด้วย หาคนที่สามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคตจะดีกว่า เลือกคนที่ใกล้ตัวดีกว่าอย่างน้อยเราได้เห็นเขา ส่วนคนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์เราไม่รู้ไง้ขาเป็นคนยังไง ส่วนใหญ่ก็จะประมานนี้ รวมทั้งแม่เรา เราก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดี ทำไมคนเลือกต้องเจ็บต้องนอยเครียดร้องไห้ อาจเป็นเพราะเรา แอบไปคิดมีใจให้อีกคนก็ได้แต่ไม่เคยอยากครอบครองเลย แต่ดันมีพื้นที่ให้เราเข้าไปในชีวิตเขาเฉย เราควรทำอย่างไงดีค่ะเรื่องนี้ ปวดใจ
เราจะเล่าเรื่องของสองคนนี้ข้างล่างนะ ใครอ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้ไม่ว่ากัน ขอบคุณนะค่ะสำหรับคนที่จะอ่านหรือจะมาแสดงความคิดเห็นก็ดีนะค่ะขอบคุณมากๆค่ะ