ให้เรื่องของผมเป็นบทเรียน ให้กับคนที่ไม่แสดงออก แต่ผมอยากบอกว่าควรทำอะไรให้มันชัดเจน

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ
     ผมตั้งใจเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะเป็นข้อคิดสอนใจให้กับใครหลายๆคน บทเรียนครั้งนี้ถือว่าราคาแพงสำหรับผม เพราะผมต้องเสียคนที่ผมรักจริงๆไปให้กับคนอื่น ผมจึงอยากให้หลายๆคนได้เรียนรู้จากเรื่องราวของผมต่อไปนี้ เพราะผมไม่อยากให้มาคิดเสียใจเอาทีหลังเหมือนกับผมครับ

     ผมเป็นพนักงานบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นวัยทำงาน คือเพิ่งเรียนจบมาไม่กี่ปีทำงานมาไม่กี่ปีครับ ความรักของผม ผมเป็นคนที่มักจะหลงรักใครค่อนข้างยากเพราะเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้มีสเปคที่ตายตัว แต่จริงๆมันก็มีแบบที่ชอบ และแบบที่ไม่ชอบอยู่น่ะแหละ แต่แค่พอถึงจุดนึงที่ผมได้รู้จักตัวตนของคนที่เข้ามาแล้ว บางครั้งผมมักจะหลงรักที่ทัศนคติหรือหลงรักเพราะได้รู้จักซะมากกว่า เรื่องสเปคมันเป็นแค่อะไรที่ดึงดูดให้ผมสนใจคนคนนึงเป็นพิเศษในตอนแรกพบเท่านั้น และแน่นอนถ้าเป็นคนที่มีวิธีการตกหลุมรักแบบผม คุณจะมีโอกาสตกหลุมรักเพศเดียวกันได้ครับ และถ้าคุณเคยรู้จักคนประเภทเดียวกันกับผม คุณจะรู้ว่าคนประเภทผมที่รักใครยาก นานๆจะหลงรักที จะรักจะชอบคนคนนึงนานเอามากๆ และชอบเขามากจริงๆ เรื่องราวต่อไปนี้เป็น 
ความรักชาย-ชาย ครับ
 
     เริ่มเรื่องจากตรงไหนดี... เอ่อ.. คนที่ผมหลงรักเขาอายุมากกว่าผมนิดหน่อย 2-3 ปี ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกันแต่คนละแผนก แต่ก็เป็นแผนกที่ต้องประสานงานกัน ทำงานร่วมกัน จึงได้มีโอกาสเจอพี่เขาบ้าง พี่เขาย้ายเข้ามาทำงานที่นี่ทีหลังผม พี่เขาเป็นคนที่ค่อนข้างแสดงออกว่าเป็นชายรักชายครับ ไม่ได้ปิดบังเป็นความลับอะไร บุคลิกของพี่เขาก็ไม่ได้แมน แต่ก็ไม่ได้สาวครับ น่ารักดี เป็นคนที่ค่อนข้างดูดีด้วยครับ ส่วนตัวของผมเองผมคิดว่าตัวเองหน้าตาบุคลิกก็คือผ่านเกณฑ์นะครับ มีเพื่อนหรือใครต่อใครบอกอยู่ว่า ผมเป็นคนที่รูปลักษณ์ดูดี ดูโอเคเลยคนนึง แต่ผมไม่เคยคิดถึงขั้นว่าตัวเองหน้าตาดีอ่ะ อันนี้ว่ากันตามความเป็นจริง ส่วนตัวคิดว่าตัวเองผ่านเกณฑ์ปานกลางๆแค่นี้ผมก็พอมั่นใจในตัวเองแล้วครับ
    
     เข้าเรื่องนะครับ พอพี่เขาเข้ามาทำงาน ผมคิดว่าผมรู้สึกสนใจพี่เขาครับ แต่ตอนนั้นผมยังไม่รู้ความรู้สึกของตัวเอง และพี่เขาก็ดูจะสนใจผมเหมือนกัน แต่พี่เขาก็ไม่แน่ใจว่าผมเป็นอะไรแบบไหน กลายเป็นว่าผมมีความรู้สึกที่ไม่เข้าใจตัวเองอยู่ รู้แค่ว่าอยากสนิทกับพี่เขา ส่วนพี่เขาก็ดูๆเชิงผมอยู่ ก็เลยไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากเป็นพิเศษ เวลาผ่านไปก็เป็นอย่างที่ผมบอกในตอนต้นกระทู้ครับ ผมหลงรักนิสัยพี่เขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง เพราะว่าพี่เขาเป็นเพศเดียวกันกับเรา จนผ่านมาเรื่อยๆ ความรู้สึกของผมที่มีต่อเขามันก็เพิ่มมากขึ้นโดยที่ผมไม่รู้ตัว
     ส่วนทางด้านพี่เขา เพื่อนร่วมงานของพี่เขารู้ว่าพี่เขาเป็น และน่าจะสนใจผมอยู่ด้วย เพื่อนร่วมงานเขาเลยช่วยชงช่วยเชียร์ แซวๆเล่นๆอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้จับคู่ให้พี่เขากับผมแบบจริงจัง เพราะทุกคนเข้าใจว่าผมชอบผู้หญิงโดยปกติ เลยออกแนวจิ้นๆกันมากกว่า แต่ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในใจผม ถึงผมจะยังไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่ แต่มันก็ทำให้ผมใช้โอกาสนี้รับมุขบ้างแบบเนียนๆ ทำเป็นทีเล่นทีจริงไป ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครคิดว่าผมสนใจพี่เขา จนวันนึงได้โอกาสเจอพี่เขานั่งอยู่คนเดียว ผมเลยรวบรวมความกล้าไปขอไลน์พี่เขามา และหลังจากนั้นก็นัดกันพาไปทานข้าว หรือไปดูหนังด้วยกันบ้างประมาณเดือนละครั้ง และก็คุยไลน์กันบ้างเรื่อยมา แต่ทุกอย่างเป็นความลับนะครับ ซึ่งพี่เขาโอเค เพราะผมเคยบอกพี่เขาตรงๆแล้ว
 
     พอคุณอ่านเรื่องราวถึงตรงนี้แล้ว คงคิดว่ายังไงผมกับพี่เขาก็ได้ลงเอยกันแน่ๆ จังหวะพอเหมาะพอเจาะขนาดนี้ เป็นเรื่องราวดีๆแน่นอน แต่ผมกลับทำพลาดอย่างนึงครับ มีอยู่วันนึงพี่เขาไลน์มาสารภาพกับผม ว่าพี่เขาชอบผม ผมดีใจมากครับ
 
พี่เขาใช้คำประมาณว่า "พี่ชอบเรานะ เราคิดยังไงกับพี่ อยากรู้จักกันมากขึ้นไหม" ประมาณนี้
 
ซึ่งผมตอบกลับไปตามตรงด้วยความรู้สึกในตอนนั้นว่า "ผมก็ชอบพี่นะครับ รู้สึกดีกับพี่ แต่ผมไม่เคยคบผู้ชายมาก่อนเลย อีกอย่างผมเป็นพวกโลกส่วนตัวสูง อยากรู้จักกับพี่แต่ผมไม่ค่อยติดโทรศัพท์ อาจจะไม่สะดวกโทรคุยกันทุกวันหรือตอบแชทไวๆ และพี่คงมองออกว่าผมเป็นคนไม่แสดงออก ผมกลัวพี่อึดอัดที่ต้องมาปิดบังเรื่องของผม ทั้งๆที่พี่เองเป็นคนเปิดเผยอยู่แล้ว" ก็ประมาณนี้ครับที่ผมตอบไป
 
     ใช่ครับ ผมคิดว่าคุณอ่านแล้วก็รู้สึกได้ ว่ามันเป็น
คำตอบที่ไม่ชัดเจนเอาซะเลย คลุมเครือว่าตกลงจะเอายังไงกับพี่เขาแน่ แต่ต่อไปนี้คือความหมายจริงๆที่ผมต้องการจะสื่อครับ แค่ไม่ได้พิมพ์ตอบพี่เขาไปแบบนี้
"ผมชอบพี่ รู้สึกดีกับพี่ครับ ลองคุยกันก็ได้ ถ้าเข้ากันได้ก็คบกัน แต่ผมไม่เคยคบผู้ชาย อาจจะยังไม่พร้อมเปิดตัวนะครับ" ถ้าผมใช้ประโยคนี้ในวันนั้น ทุกอย่างคงลงเอยด้วยดีไปแล้วแท้ๆ ผมดันไปใช้คำพูดที่คลุมเครือและผมก็คิดไปเองว่าเราเข้าใจตรงกัน เพราะหลังจากนั้นเราก็ทำตัวเหมือนปกติที่เคยทำให้กันมาครับ ไปทานข้าว ไปดูหนังกัน คุยไลน์กันเป็นปกติ
     แต่พอผ่านมาสักระยะ เมื่อเร็วๆนี้ ผมสังเกตว่าพี่เขาเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ค่อยคุยเล่นกับผม ไม่ค่อยว่างไปไหนมาไหนกับผม แต่พี่เขาก็ไม่บอกตรงๆว่าเพราะอะไร
  
     ถึงตอนนี้ผมกลับมาทบทวนความรู้สึกตัวเองครับ แล้วพบว่าเราชอบพี่เขามากๆ มากจริงๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีความรู้สึกมันก็มีมากมายไปซะแล้ว มองข้ามคำถามว่าตัวเองเป็นอะไรแบบไหนไป มองข้ามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความรักแบบเพศเดียวกัน ผมพยายามทำอะไรต่ออะไรให้พี่เขามากขึ้น ตรงนี้ไม่ลงรายละเอียดนะครับ แต่ผมทำอะไรมากมายจริงๆ นึกถึงคนที่หลงรักคนคนนึง และพร้อมจะทำสิ่งต่างๆให้คนที่รักครับ แต่ผมเพิ่งมาเริ่มทำสิ่งเหล่านี้หลังจากที่พี่เขาเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว เพราะผมไม่ยอมทบทวนความรู้สึกตัวเองตั้งแต่ทีแรก เลยทำให้ทุกอย่างสายเกินไป
 
     ผมเดินหน้าเต็มที่เข้าหาพี่เขาได้ไม่นานครับ จนสุดท้ายวันนึงพี่เขาไลน์มาบอกว่า "พี่กำลังคบอยู่กับคนคนนึงมาสักพักแล้ว ขอโทษเราด้วยที่ไม่บอกให้เร็วกว่านี้ พี่คบกับเขาไปแล้ว ทำอะไรไม่ทันแล้วตอนนี้"
     ผมจุกมากครับ ปวดหัวใจมาก นั่งเหม่อลอย ไม่ได้หลับได้นอนไปเกือบทั้งคืน หาคำตอบให้ตัวเองว่าเราทำพลาดตรงไหน จนกลายมาเป็นกระทู้นี้เลย และ
คำตอบที่ผมตอบตัวเองได้ก็คือ เราไม่ชัดเจนกับพี่เขาเอง พี่เขาเป็นคนดีมาก คุณอาจจะคิดว่าแบบนี้คือพี่เขานอกใจผมเอง แต่เชื่อเถอะครับว่าพี่เขาไม่ใช่คนแบบนั้น มันเป็นเพราะผมเองที่ไม่ตกลงให้ชัดเจนว่าเราอยู่ในสถานะแบบไหน ไม่พูดออกมาให้ชัดเจน ปากหนัก แล้วใช้การกระทำโดยคิดไปเองว่าเราอาจจะเข้าใจตรงกัน เพราะตอนที่พี่เขามาบอกชอบผมในทีแรก พี่เขาเข้าใจว่าผมปฏิเสธพี่เขาไปและอยู่ในสถานะเพื่อนร่วมงานที่มอบสิ่งดีๆให้กัน ดังนั้นไม่ใช่ความผิดของพี่เขาที่จะไปมีคนอื่น เป็นสิทธิ์ของเขาครับที่จะเปิดรับคนเข้ามาในชีวิต มันก็แฟร์ๆนะ พี่เขาเคยให้โอกาสผมแล้ว แต่ผมมองข้ามคุณค่าของโอกาสในครั้งนั้นไป เห็นภาพพจน์ของตัวเองเหนือกว่า ไม่แสดงออกมากจนเกินไป

     ข้อคิดของเรื่องนี้คือ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน ชาย-หญิงหรือเพศเดียวกัน หากคุณเป็นคนที่ไม่แสดงออก แต่ก็จงทำมันให้ชัดเจนที่สุดกับคู่ของคุณ ให้เขามั่นใจในความสัมพันธ์ที่มี ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม
 
     ตอนนี้ผมพยายามตกตะกอนความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่าน เข้าใจสถานการณ์ครับ คือผมถอยออกมาจากพี่เขา ห่างๆห่วงๆ และจะรอพี่เขาต่อไปก่อนครับ เพราะอย่างที่บอก ว่าผมเป็นคนที่รู้สึกรักใคร แล้วจะรู้สึกกับคนคนนั้นนานมาก



ขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลามาอ่านเรื่องราวของผม ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรักนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่