หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว"หมูเผ็ช"ข้าวแกงติดแอร์เน้นเมนูปักษ์ใต้สุดเผ็ชทานคู่กับหมูทอดและย่างสูตรพิเศษ ใกล้ BTS เพลินจิต
กระทู้รีวิว
อาหารคาว
อาหารไทย
อาหารภาคใต้
ร้านอาหาร
อาหารพื้นบ้าน
ใกล้กับ Office ที่ทำงานมีร้านอาหารปักษ์ใต้มาเปิดใหม่อยู่ภายในเวิ้งอาคารมหาทุนพลาซ่าติดๆกับ BTS สถานีเพลินจิตชื่อร้านว่า "หมูเผ็ช" รูปแบบของร้านนี้ถ้าจะให้สรุปง่ายๆก็คือข้าวแกงติดแอร์เน้นเมนูหมูย่าง-หมูทอดเอาไว้ทานคู่กับแกงปักษ์ใต้เผ็ดๆที่สำคัญก็คือสามารถเลือกปริมาณข้าวได้ว่าจะทานเยอะหรือน้อย ส่วนราคาเมื่อเทียบกับจุดที่ร้านตั้งอยู่ส่วนตัวว่าสมเหตุผลและยังได้รับความนิยมจากพนักงานแถวนี้ในช่วงเที่ยงกันอย่างแน่นร้าน การเดินทางมาที่ร้านก็ง่ายๆถ้ามาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดได้รอบๆอาคารมหาทุนพลาซ่าได้เลย (จอดฟรี 15 นาทีถ้ามีตราประทับร้านจอดฟรี 1 ชั่วโมง ถ้าจอดเกินคิดชั่วโมงละ 20 บาท) ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะให้ลงสถานี BTS เพลินจิตออกประตูที่ 2 จะพบกับอาคารมหาทุนพลาซ่าแล้วเดินเข้าช่องทางขวามือไปจนสุดทางก็จะพบกับร้าน "หมูเผ็ช" อยู่ตรงหัวมุม (ใกล้กับจุดเลี้ยวเข้าอาคารจอดรถ) ตึกสีชมพูโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆในแถบนี้ทั้งหมดเลยครับ
นอกจากตึกทาสีชมพูที่โดดเด่นกว่าร้านอื่นจนมองเห็นได้จากระยะไกลแล้วซุ้มประตูและหน้าต่างยังทำให้เหมือนกับตึก-บ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีสแบบเดียวกับในตัวเมืองจังหวัดภูเก็ตซึ่งสะท้อนถึงความเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ได้เป็นอย่างดี ก่อนเดินเข้าร้านก็จะพบกับป้ายสัญลักษณ์รูปหมูสาวพันผ้าคาดผมพร้อมขยิบตาส่งเสน่ห์ให้รู้ว่าเผ็ชจริงส่วนเมนูแนะนำมีข้าวราดแกงใต้/หมูทอด/หมูย่างกะปิราคาเริ่มต้นแค่ 60 บาท และยังบอกด้วยว่า "ใช้ข้าวหอมมะลิชั้นดี อาหารปราศจากผงชูรส" แถมยังไม่มี Vat. กับ Service Charge ด้วย แบบนี้ก็ได้ใจชาว Office ไปเต็มๆเลยครับ
บรรยากาศภายในร้านนี้อย่างแรกที่สัมผัสได้ก็คือแอร์ใหม่เปิดเย็นฉ่ำกับทุกจุดภายในเน้นสีสันสดใสเหมือนคาเฟ่สวยๆมากกว่าร้านขายข้าวแกงไม่ว่าจะเป็นพื้น/ผนัง/เฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งทุกชิ้นมีความเป็นสมัยใหม่แต่ก็ตัดความโบราณด้วยโคมไฟที่ทำจากไซดักปลา/กระด้งเพ้นท์ด้วยสีลายไทยดูฉูดฉาด เหมาะกับสาวๆที่ชอบถ่ายรูปเน้นสีสันสดใสอย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือร้านข้าวราดแกงโดยมีวิธีการสั่งอาหารในรูปแบบ Fast Food ที่สั่งอาหาร-จ่ายเงินแล้วนำไปรับประทานที่โต๊ะและมีจุดเก็บจานเองแบบ Self-Service จะเริ่มต้นยังไงมาดูกันครับ
เมนูที่ร้านราคาเริ่มต้นแค่ 60 บาท คือข้าวราดแกง 1 อย่าง 2 อย่าง 80 บาท 3 อย่าง 100 บาท 4 อย่าง 120 บาท กับข้าวใส่ถ้วยราคา 65 บาท หมูทอดหรือหมูย่างราคาจานละ 75 บาท ข้าวหอมมะลิ/ข้าวเหนียว/ขนมจีนอย่างละ 15 บาท ไข่ดาวหรือไข่ต้มฟองละ 20 บาท ถ้าห่อกลับบ้านราคากล่องละ 5 บาท เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร/น้ำอัดลมขวดละ 30 บาท น้ำเปล่าขวดละ 20 บาท น้ำแข็งแก้วละ 2 บาท นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายตามเวลาที่กำหนดในกฎหมายและขนมหวานถ้วยละ 25 บาท ถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับทำเลและการตกแต่งภายในร้าน ส่วนปริมาณที่ได้และความอร่อยแซ่บจะสมกับชื่อร้าน "หมูเผ็ช" หรือไม่ เรามาเริ่มสั่งอาหารแล้วก็ไปทานกันเลยครับ
ขั้นตอนที่ 1. หยิบถาดพร้อมสั่งข้าวสวยก่อนคือข้าวหอมมะลิชั้นดีกับข้าวไรซ์เบอรี่ (+5บาท) มีให้เลือก 3 ขนาดคือ S / M / L หรือถ้าเป็นคนทานเยอะกว่านั้นก็สามารถขอข้าวเพิ่มได้อีกครับ 2. เลือกกับข้าวที่จะทานโดยอ่านจากป้ายที่หน้าตู้ได้เลย วันนี้ก็มีให้ทานหลายอย่างทั้งน่องไก่ย่างสมุนไพร/สันคอหมูทอดกระเทียม/หมูเส้นทอดงา/คอหมูย่างกะปิ/หมูสามชั้นทอดงา/หมูย่างสมุนไพร/แกงเขียวหวาน/ปลาดุกราดพริก/หมูเค็ม/ผักผักรวม/แกงจืดฟัก/ตับผัดพริกหยวก/ผัดมะเขือยาว/แกงเหลืองกุ้งสับปะรด/ผัดวุ้นเส้นกะปิกระเฉด/แกงไก่ใต้ยอดมะพร้าว/ผักต้มเจอาม่า/แกงคั่วหอยแครงใส่ใบชะพลู/จับฉ่าย/ปีกไก่ต้มซีอิ๊ว/แกงไตปลา/แกงไก่ใต้ใส่หน่อไม้/มัสมั่นไก่/ผัดเผ็ดซี่โครงหมูอ่อนใส่ใบยี่หร่า/ไก่ผัดพริกเหลือง ส่วนน้ำจิ้มต่างๆเช่นน้ำจิ้มแจ่ว/น้ำจิ้มไก่/พริกน้ำปลาตราดหยิบได้เลยฟรีๆ 3. มาที่ตู้เครื่องดื่มสั่งเลยว่าอยากได้อะไรเสร็จแล้วก็รับถาดอาหารมาที่จุดสุดท้ายเพื่อจ่ายเงินก่อนไปนั่งทานที่โต๊ะกันครับ
ตรงจุดที่คิดเงินสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายด้วยเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์แค่สแกน QR Code ก็จ่ายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หยิบช้อน/ส้อม/หลอด/ไม้จิ้มฟันก่อนไปนั่งที่โต๊ะได้จากจุดนี้เลยครับ มื้อนี้เรามาทานกันแค่ 2 คนแต่สั่งอาหารไปหลายรายการมากเพราะอยากชิมหลายๆอย่าง (ถ้าไม่หมดก็ค่อยแพ็คกลับบ้านเอา) หมดไป 834 บาท สำหรับ 19 รายการถือว่าไม่แพงเพราะเยอะมากๆถึงขนาดที่น้องพนักงานบอกว่าเดี๋ยวตามเอาไปเสิร์ฟที่โต๊ะให้ทีหลังและปริมาณที่ได้ในแต่จานก็ถือว่าเยอะคุ้มดี แต่จะเข้มข้นสมกับชื่อร้านหรือไม่ไปนั่งรอชิมที่โต๊ะกันเลยครับผม
เมนูอย่างแรกเป็นข้าวราดแกงที่ผมกับแฟนสั่งมาเริ่มต้นอย่างละ 1 จานคือ "ข้าวราดแกง 2 อย่าง" จานละ 80 บาท และ "ไข่เป็ดมะตูม" ฟองละ 20 บาท จานของแฟนผมเลือกเป็นไรซ์เบอร์รี่เพิ่มอีก 5 บาท รวมทั้ง 2 จานราคา 205 บาท ปริมาณข้าวที่สั่งมาเป็นไซส์ M ราดกับข้าวมาเยอะแน่นเต็มหน้า จานของผมเป็นปลาดุกทอดราดพริกรสหวานเผ็ดกับวุ้นเส้นผัดกระเฉดกะปิใต้หอมเค็มเข้ากัยวุ้นเส้นหนึบๆ ไข่เป็ดยางมะตูมราดด้วยพริกน้ำปลาเมืองตราดหอมๆเข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนจานแฟนของผมเป็นข้าวไซส์เบอรี่เคี้ยวหนึบๆทานคู่กับหมูสามชั้นทอดงาและแกงไก่ปักษ์ใต้ใส่หน่อไม้รสเผ็ดหอมเครื่องแกงใช้หน่อไม้อ่อนเคี้ยวกรุบกรอบตัดเผ็ดด้วยไข่เป็ดยางมะตูมเข้ากันมากๆครับ
มีแกงที่อยากลองอีกหลายอย่างเพราะไม่ได้ทานนานแล้วเลยสั่งใส่ถ้วยมา 4 อย่างก็คือ "แกงคั่วหอยแครงใส่ใบชะพลู" เป็นเครื่องแกงคั่วแบบปักษ์ใต้ใส่หอยแครงเคี้ยวหนึบกับใบชะพลูสับรสชาติเผ็ดเค็มกลมกล่อมถึงเครื่องแกงและหอมมันกะทิดีแต่ใบชะพลูที่ใช้แก่ไปนิด ปริมาณเนื้อหอยที่ให้เยอะสมราคาถ้วยละ 65 บาทมากครับ ถือว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของทางร้าน "แกงไตปลา" หรือแกงน้ำเคยราคา 65 บาท เป็นแกงน้ำใสแบบที่คนกรุงเทพนิยมปรุงรสมาเผ็ดเค็มกลางๆใส่เครื่องมาหนักทั้งมะเขือ/ถั่วฝักยาว/หน่อไม้อ่อน ส่วนเนื้อปลาใช้เป็นปลาทูตัวเล็กแต่แกะก้างมาให้อย่างดีเคี้ยวเต็มคำ ส่วนตัวถือว่าสมราคาเพราะถ้าแกงน้ำเคยข้นๆหนักเครื่องขายราคานี้ไม่ได้อย่างแน่นอน
จานต่อมาเป็นแกงใต้ที่คนไม่เคยทานมาก่อนจะรู้สึกแปลกๆคือ "แกงเหลืองกุ้งสับปะรด" ราคา 65 บาท เหมือนชามนี้ที่ร้านจะยั้งพริกแกงไปนิดนึงเพราะความเผ็ดน้อยแต่หอมกะปิ-รสเปรี้ยวกำลังอร่อยกลมกล่อม สับปะรดที่นำมาแกงรสเปรี้ยว-หวานเนื้อกรอบทานกับกุ้งได้แบบเพลินๆ เมนูแกงอย่างสุดท้ายไม่ได้เป็นอาหารใต้แต่ประทับในสุดคือ "แกงมัสมั่นไก่" ราคา 65 บาท เป็นสะโพกไก่ชิ้นใหญ่ต้มกับมันฝรั่งจนเปื่อยนุ่มในน้ำแกงมัสมั่นเข้มข้น หวานอมเปรี้ยวหอมกลิ่นเครื่องแกงขึ้นจมูกเพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วลิสงหอมมัน ทานกับข้าวสวยได้เยอะดีมากๆเลยครับ
อีก 1 เมนู Signature ที่เห็นอยู่ในป้ายแนะนำของที่ร้านจนต้องสั่งมาชิมก็คือ "คอหมูย่างกะปิ" ราคา 75 บาท เป็นสันคอหมูแท้แทรกไขมันละเอียดหมักแล้วย่างกับกะปิปักษ์ใต้แท้รสเค็มอ่อนๆหอมกลิ่นเคยแท้ละมุน ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วอีสานรสชาติหวานอมเปรี้ยวน้ำมะขามเปียกหอมพริกคั่วเข้ากันได้อย่างแปลกใหม่ดีครับ ทานอาหารใต้ก็ต้องมีน้ำพริกผัดสดเลยสั่งมา 2 รายการคือ "น้ำพริกไข่เค็ม" ราคา 40 บาท เป็นน้ำพริกรสเปรี้ยวหวานหอมกลิ่นมะขามเปียกกับหอมแดงทอดเผ็ดกลางๆ เวลาทานให้บี้เนื้อไข่แดงผสมไข่เค็มเข้าไปช่วยเพิ่มรสเค็มนวลเนียนทานคู่ข้าวสวยร้อนๆอร่อยครบรสดีครับ "ชุดน้ำพริกกะปิ" ราคา 55 บาท เป็นน้ำพริกกะปิเคยปักษ์ใต้หอมๆรสเปรี้ยวเค็มอมหวานทานกับผักสดทั้งแตงกวา/มะเขือ/ถั่วฝักยาวและใบบัวบกให้สัมผัสกรุบกรอบสดชื่นและเผ็ดโดนใจมากเลยครับผม
จานต่อไปเห็นเป็นเมนูใหม่แนะนำเลยสั่งมาชิมคือ "ชุดขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้" ราคา 75 บาท สอบถามทางร้านที่นี่ใช้เนื้อปลาทูน่าในการทำ (เหมือนสูตรแม่ผมเลย) จุดเด่นของชามนี้คือความเผ็ดเค็มหอมกลิ่นเครื่องแกงใต้ผสมกับกะทิละมุนกลมกล่อม ทานคู่กับเส้นขนมจีน/ผักสดกรุบกรอบอร่อยรสชาติเหมือนที่เคยทำเองเลย แต่สูตรของที่บ้านผมจะใส่ส้มแขกลอยไว้ด้านบนเพิ่มความเปรี้ยวละมุนๆให้ครบรสมากขึ้น แต่สูตรร้านนี้ไม่ใส่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ
ขนมหวานที่นี่เสิร์ฟเป็นแบบร้อนจานแรกจำไม่ได้ว่าที่ใต้เรียกว่าอะไรแต่มันคือ "แกงบวดข้าวโพด" ข้าวโพดต้มกับกะทิปรุงรสหวานลอยใบเตยคล้ายกับข้าวโพดอบเนยแต่เปลี่ยนจากเนยเป็นหอมกะทิแทน ราคา 25 บาทครับสำหรับถ้วยนี้ เมนูต่อมาคือ "ฟักทองแกงบวด" ราคา 25 บาทเป็นน้ำกะทิหอมมันปรุงรสมาหวานกำลังดีทานกับฟักทองต้มเนื้อเหนียวหนึบๆอร่อยเพลินดีครับ เครื่องดื่มวันนี้เราเลือกเป็นน้ำเปล่าขวดละ 20 บาท และน้ำอัญชันสมุนไพรแยกมะนาวราคา 30 บาท ไว้ให้เติมความเปรี้ยวได้ตามใจ น้ำต้มดอกอัญชันหวานกลางๆตัดเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาวสดช่วยทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังจากทานอาหารมื้อหนักได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เริ่มอิ่มแล้วเก็บรวบรวมจานได้เลยครับ
เกิน 10000 ตัวอักษรขอรีวิวต่อใน Comment นะครับ
ชื่อสินค้า:
หมูเผ็ช
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
พริกแกงผัดกะปิ หรือ น้ำพริกกะปิผัด หรือ น้ำพริกผัด
พริกแกงผัดกะปิ หรือ น้ำพริกกะปิผัด หรือ น้ำพริกผัด ไม่รู้ว่าควรจะเรียกชื่ออะไรถึงจะสื่อความหมาย เอา หอมแขก กระเทียม พริกขี้หนู กะปิ มาบด (หรือตำ) ให้เข้ากัน นำไปผัดกับน้ำมัน ได้ออกมาเป็นน้ำพริกผัด ส่
swin
แกงเขียวหวานปลาดุก
แกงเขียวหวานปลาดุกน่าจะเป็นอาหารที่หลายคนชื่นชอบ แต่หาทานตามร้านอาหารค่อนข้างจะยาก ส่วนใหญ่จะมีเพียง ปลาดุกทอดกรอบผัดเผ็ดเท่านั้น ในเมื่อชอบทานก็ต้องไปซื้อปลาดุกมาทำแกงเขียวหวานทาน ไปซื้อเนื้อปลาดุกท
swin
อยากกินผัดกะเพรา หลังเลิกงาน! กินแบบประหยัดเก็บออมเงินเดือนไว้ไปเที่ยวต่างประเทศนะจ๊ะ จัดไปครับ
ปีนี้แพลนว่าจะไปเที่ยวตางปะเทศหลายทริป เลยจะงด Buffet ซักหน่อย จะทำได้ม้ายยย ทำได้รึเปล่า 555กินให้ประหยัดหน่อย เก็บออมเงินไว้ไปกินของอร่อยๆที่เมืองนอกเมืองนา อิอิกะเอ๋ยกะเพรา อยากินกะเพราหมูฉับ ราดข้
double two
แกงพริกคางปลากระพงขาวใส่กล้วยดิบ
เซียนปลาที่เชี่ยวชาญทั้งหลายจะรู้ว่าหัวปลาและท้องปลาเป็นส่วนที่โอชะที่สุดของปลา ที่ตลาดสดยิ่งเจริญ แผงขายปลาได้นำเฉพาะส่วนคางของปลากระพงขาวมาขายในราคาเพียง 100 บาท/กก. เท่านั้น คางปลาเป็นส่วนที่อยู่ด้
swin
ขนมจีนเต้าหู้ทอดผัดกะปิ
เต้าหู้ทอดหั่นเป็นชิ้นเล็กนำไปผัดกับน้ำพริกผัดกะปิใส่หอมแขกซอย ทานกับขนมจีน ปรุงรสด้วยมะนาว แนมด้วยผักสด เป็นอาหารที่ดัดแปลงมาจากอาหารเวียดนามของเมืองฮานาย Bun Mam เต้าหุ้ทอดจิ้มกะปิทานพร้อมขนมจีน แน
swin
FoodxWow : Review ร้าน Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar
ร้านบูรพา เสริฟอาหารแนวภาคตะวันออก ที่มีกลิ่นอายของอาหารอีสานเบาๆ ร้านตกแต่งด้วย ธีมรถไฟหรูหรา สวยงาม เบาะหนัง โคมไฟ การจัดวาง layout ของโต๊ะเก้าอี้ พร๊อพต่างๆ ลงตัว
FoodxWow
ลุงเล่า Ep.399: ลาบแป้ใส่มะแขว่น
ลาบแป้ใส่มะแขว่น คือลาบสไตล์พื้นเมืองภาคเหนือที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมซ่าของ มะแขว่น (เครื่องเทศคล้ายพริกไทยให้ความรู้สึกซ่าที่ลิ้น) ทำให้ลาบมีรสชาติเผ็ดร้อนและหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มักใช้หมูสับคั่วแห
คนตื่นลุง
BufFeast Review :บุฟเฟ่ต์ต้มปิ้งนอกกระแส ที่มีซุปและซอสหลากรสชาติ "Sakura" @เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3
พอดีว่าได้ฤกษ์มาซื้อเสื้อออกงานที่ยูเนี่ยนมอลล์ ขากลับเลยแวะหาอะไรกินที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก จนมาเตะตาเข้ากับ ร้านนอกกระแสที่มีชื่อว่า Sakura Yakiniku Shabu Sushi ซึ่งพอเห็น
TheHeatBufFeast
@@ ฉู่ ฉี่ ป ล า แ ข ย ง....เมนูเด็ดแบบบ้านๆ ครับ ^^ @@
สวัสดีครับ วันนี้จะมาชวนทำ ชวนชิม เมนูอร่อยๆ ที่ได้วัตถุดิบเป็นปลาจากการวิดบ่อปลาครับปลาที่จะมาทำเมนูในวันนี้ก็คือ ปลาแขยง และเมนูที่จะทำก็คือ ฉู่ฉี่ปลาแขยง ครับอาจจะเป็นฉู่ฉี่ที่ไม่ค่อยคุ้นตากันมากนั
เซเว่นหน้าหอใน
... ข้าวราดผัดคะน้า+ไข่ดาว ...
เวลาอยู่บ้านทำอาหารกินเองจะเป็นช่วงเวลาที่กินผักได้อย่างจุใจ อาจเพราะสบายใจมั่นใจว่าผักล้างสะอาด และจัดการปรุงตามมาตรฐาน&ความชอบส่วนตัว อย่างเช้านี้หนอนฯทำผัดผักคะน้า รับรองได้ว่าไม่มีใบแก่และก้า
หนอนแบกเป้
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารคาว
อาหารไทย
อาหารภาคใต้
ร้านอาหาร
อาหารพื้นบ้าน
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว"หมูเผ็ช"ข้าวแกงติดแอร์เน้นเมนูปักษ์ใต้สุดเผ็ชทานคู่กับหมูทอดและย่างสูตรพิเศษ ใกล้ BTS เพลินจิต
นอกจากตึกทาสีชมพูที่โดดเด่นกว่าร้านอื่นจนมองเห็นได้จากระยะไกลแล้วซุ้มประตูและหน้าต่างยังทำให้เหมือนกับตึก-บ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีสแบบเดียวกับในตัวเมืองจังหวัดภูเก็ตซึ่งสะท้อนถึงความเป็นร้านอาหารปักษ์ใต้ได้เป็นอย่างดี ก่อนเดินเข้าร้านก็จะพบกับป้ายสัญลักษณ์รูปหมูสาวพันผ้าคาดผมพร้อมขยิบตาส่งเสน่ห์ให้รู้ว่าเผ็ชจริงส่วนเมนูแนะนำมีข้าวราดแกงใต้/หมูทอด/หมูย่างกะปิราคาเริ่มต้นแค่ 60 บาท และยังบอกด้วยว่า "ใช้ข้าวหอมมะลิชั้นดี อาหารปราศจากผงชูรส" แถมยังไม่มี Vat. กับ Service Charge ด้วย แบบนี้ก็ได้ใจชาว Office ไปเต็มๆเลยครับ
บรรยากาศภายในร้านนี้อย่างแรกที่สัมผัสได้ก็คือแอร์ใหม่เปิดเย็นฉ่ำกับทุกจุดภายในเน้นสีสันสดใสเหมือนคาเฟ่สวยๆมากกว่าร้านขายข้าวแกงไม่ว่าจะเป็นพื้น/ผนัง/เฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งทุกชิ้นมีความเป็นสมัยใหม่แต่ก็ตัดความโบราณด้วยโคมไฟที่ทำจากไซดักปลา/กระด้งเพ้นท์ด้วยสีลายไทยดูฉูดฉาด เหมาะกับสาวๆที่ชอบถ่ายรูปเน้นสีสันสดใสอย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือร้านข้าวราดแกงโดยมีวิธีการสั่งอาหารในรูปแบบ Fast Food ที่สั่งอาหาร-จ่ายเงินแล้วนำไปรับประทานที่โต๊ะและมีจุดเก็บจานเองแบบ Self-Service จะเริ่มต้นยังไงมาดูกันครับ
เมนูที่ร้านราคาเริ่มต้นแค่ 60 บาท คือข้าวราดแกง 1 อย่าง 2 อย่าง 80 บาท 3 อย่าง 100 บาท 4 อย่าง 120 บาท กับข้าวใส่ถ้วยราคา 65 บาท หมูทอดหรือหมูย่างราคาจานละ 75 บาท ข้าวหอมมะลิ/ข้าวเหนียว/ขนมจีนอย่างละ 15 บาท ไข่ดาวหรือไข่ต้มฟองละ 20 บาท ถ้าห่อกลับบ้านราคากล่องละ 5 บาท เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร/น้ำอัดลมขวดละ 30 บาท น้ำเปล่าขวดละ 20 บาท น้ำแข็งแก้วละ 2 บาท นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายตามเวลาที่กำหนดในกฎหมายและขนมหวานถ้วยละ 25 บาท ถือว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับทำเลและการตกแต่งภายในร้าน ส่วนปริมาณที่ได้และความอร่อยแซ่บจะสมกับชื่อร้าน "หมูเผ็ช" หรือไม่ เรามาเริ่มสั่งอาหารแล้วก็ไปทานกันเลยครับ
ขั้นตอนที่ 1. หยิบถาดพร้อมสั่งข้าวสวยก่อนคือข้าวหอมมะลิชั้นดีกับข้าวไรซ์เบอรี่ (+5บาท) มีให้เลือก 3 ขนาดคือ S / M / L หรือถ้าเป็นคนทานเยอะกว่านั้นก็สามารถขอข้าวเพิ่มได้อีกครับ 2. เลือกกับข้าวที่จะทานโดยอ่านจากป้ายที่หน้าตู้ได้เลย วันนี้ก็มีให้ทานหลายอย่างทั้งน่องไก่ย่างสมุนไพร/สันคอหมูทอดกระเทียม/หมูเส้นทอดงา/คอหมูย่างกะปิ/หมูสามชั้นทอดงา/หมูย่างสมุนไพร/แกงเขียวหวาน/ปลาดุกราดพริก/หมูเค็ม/ผักผักรวม/แกงจืดฟัก/ตับผัดพริกหยวก/ผัดมะเขือยาว/แกงเหลืองกุ้งสับปะรด/ผัดวุ้นเส้นกะปิกระเฉด/แกงไก่ใต้ยอดมะพร้าว/ผักต้มเจอาม่า/แกงคั่วหอยแครงใส่ใบชะพลู/จับฉ่าย/ปีกไก่ต้มซีอิ๊ว/แกงไตปลา/แกงไก่ใต้ใส่หน่อไม้/มัสมั่นไก่/ผัดเผ็ดซี่โครงหมูอ่อนใส่ใบยี่หร่า/ไก่ผัดพริกเหลือง ส่วนน้ำจิ้มต่างๆเช่นน้ำจิ้มแจ่ว/น้ำจิ้มไก่/พริกน้ำปลาตราดหยิบได้เลยฟรีๆ 3. มาที่ตู้เครื่องดื่มสั่งเลยว่าอยากได้อะไรเสร็จแล้วก็รับถาดอาหารมาที่จุดสุดท้ายเพื่อจ่ายเงินก่อนไปนั่งทานที่โต๊ะกันครับ
ตรงจุดที่คิดเงินสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายด้วยเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์แค่สแกน QR Code ก็จ่ายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หยิบช้อน/ส้อม/หลอด/ไม้จิ้มฟันก่อนไปนั่งที่โต๊ะได้จากจุดนี้เลยครับ มื้อนี้เรามาทานกันแค่ 2 คนแต่สั่งอาหารไปหลายรายการมากเพราะอยากชิมหลายๆอย่าง (ถ้าไม่หมดก็ค่อยแพ็คกลับบ้านเอา) หมดไป 834 บาท สำหรับ 19 รายการถือว่าไม่แพงเพราะเยอะมากๆถึงขนาดที่น้องพนักงานบอกว่าเดี๋ยวตามเอาไปเสิร์ฟที่โต๊ะให้ทีหลังและปริมาณที่ได้ในแต่จานก็ถือว่าเยอะคุ้มดี แต่จะเข้มข้นสมกับชื่อร้านหรือไม่ไปนั่งรอชิมที่โต๊ะกันเลยครับผม
เมนูอย่างแรกเป็นข้าวราดแกงที่ผมกับแฟนสั่งมาเริ่มต้นอย่างละ 1 จานคือ "ข้าวราดแกง 2 อย่าง" จานละ 80 บาท และ "ไข่เป็ดมะตูม" ฟองละ 20 บาท จานของแฟนผมเลือกเป็นไรซ์เบอร์รี่เพิ่มอีก 5 บาท รวมทั้ง 2 จานราคา 205 บาท ปริมาณข้าวที่สั่งมาเป็นไซส์ M ราดกับข้าวมาเยอะแน่นเต็มหน้า จานของผมเป็นปลาดุกทอดราดพริกรสหวานเผ็ดกับวุ้นเส้นผัดกระเฉดกะปิใต้หอมเค็มเข้ากัยวุ้นเส้นหนึบๆ ไข่เป็ดยางมะตูมราดด้วยพริกน้ำปลาเมืองตราดหอมๆเข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนจานแฟนของผมเป็นข้าวไซส์เบอรี่เคี้ยวหนึบๆทานคู่กับหมูสามชั้นทอดงาและแกงไก่ปักษ์ใต้ใส่หน่อไม้รสเผ็ดหอมเครื่องแกงใช้หน่อไม้อ่อนเคี้ยวกรุบกรอบตัดเผ็ดด้วยไข่เป็ดยางมะตูมเข้ากันมากๆครับ
มีแกงที่อยากลองอีกหลายอย่างเพราะไม่ได้ทานนานแล้วเลยสั่งใส่ถ้วยมา 4 อย่างก็คือ "แกงคั่วหอยแครงใส่ใบชะพลู" เป็นเครื่องแกงคั่วแบบปักษ์ใต้ใส่หอยแครงเคี้ยวหนึบกับใบชะพลูสับรสชาติเผ็ดเค็มกลมกล่อมถึงเครื่องแกงและหอมมันกะทิดีแต่ใบชะพลูที่ใช้แก่ไปนิด ปริมาณเนื้อหอยที่ให้เยอะสมราคาถ้วยละ 65 บาทมากครับ ถือว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของทางร้าน "แกงไตปลา" หรือแกงน้ำเคยราคา 65 บาท เป็นแกงน้ำใสแบบที่คนกรุงเทพนิยมปรุงรสมาเผ็ดเค็มกลางๆใส่เครื่องมาหนักทั้งมะเขือ/ถั่วฝักยาว/หน่อไม้อ่อน ส่วนเนื้อปลาใช้เป็นปลาทูตัวเล็กแต่แกะก้างมาให้อย่างดีเคี้ยวเต็มคำ ส่วนตัวถือว่าสมราคาเพราะถ้าแกงน้ำเคยข้นๆหนักเครื่องขายราคานี้ไม่ได้อย่างแน่นอน
จานต่อมาเป็นแกงใต้ที่คนไม่เคยทานมาก่อนจะรู้สึกแปลกๆคือ "แกงเหลืองกุ้งสับปะรด" ราคา 65 บาท เหมือนชามนี้ที่ร้านจะยั้งพริกแกงไปนิดนึงเพราะความเผ็ดน้อยแต่หอมกะปิ-รสเปรี้ยวกำลังอร่อยกลมกล่อม สับปะรดที่นำมาแกงรสเปรี้ยว-หวานเนื้อกรอบทานกับกุ้งได้แบบเพลินๆ เมนูแกงอย่างสุดท้ายไม่ได้เป็นอาหารใต้แต่ประทับในสุดคือ "แกงมัสมั่นไก่" ราคา 65 บาท เป็นสะโพกไก่ชิ้นใหญ่ต้มกับมันฝรั่งจนเปื่อยนุ่มในน้ำแกงมัสมั่นเข้มข้น หวานอมเปรี้ยวหอมกลิ่นเครื่องแกงขึ้นจมูกเพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วลิสงหอมมัน ทานกับข้าวสวยได้เยอะดีมากๆเลยครับ
อีก 1 เมนู Signature ที่เห็นอยู่ในป้ายแนะนำของที่ร้านจนต้องสั่งมาชิมก็คือ "คอหมูย่างกะปิ" ราคา 75 บาท เป็นสันคอหมูแท้แทรกไขมันละเอียดหมักแล้วย่างกับกะปิปักษ์ใต้แท้รสเค็มอ่อนๆหอมกลิ่นเคยแท้ละมุน ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วอีสานรสชาติหวานอมเปรี้ยวน้ำมะขามเปียกหอมพริกคั่วเข้ากันได้อย่างแปลกใหม่ดีครับ ทานอาหารใต้ก็ต้องมีน้ำพริกผัดสดเลยสั่งมา 2 รายการคือ "น้ำพริกไข่เค็ม" ราคา 40 บาท เป็นน้ำพริกรสเปรี้ยวหวานหอมกลิ่นมะขามเปียกกับหอมแดงทอดเผ็ดกลางๆ เวลาทานให้บี้เนื้อไข่แดงผสมไข่เค็มเข้าไปช่วยเพิ่มรสเค็มนวลเนียนทานคู่ข้าวสวยร้อนๆอร่อยครบรสดีครับ "ชุดน้ำพริกกะปิ" ราคา 55 บาท เป็นน้ำพริกกะปิเคยปักษ์ใต้หอมๆรสเปรี้ยวเค็มอมหวานทานกับผักสดทั้งแตงกวา/มะเขือ/ถั่วฝักยาวและใบบัวบกให้สัมผัสกรุบกรอบสดชื่นและเผ็ดโดนใจมากเลยครับผม
จานต่อไปเห็นเป็นเมนูใหม่แนะนำเลยสั่งมาชิมคือ "ชุดขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้" ราคา 75 บาท สอบถามทางร้านที่นี่ใช้เนื้อปลาทูน่าในการทำ (เหมือนสูตรแม่ผมเลย) จุดเด่นของชามนี้คือความเผ็ดเค็มหอมกลิ่นเครื่องแกงใต้ผสมกับกะทิละมุนกลมกล่อม ทานคู่กับเส้นขนมจีน/ผักสดกรุบกรอบอร่อยรสชาติเหมือนที่เคยทำเองเลย แต่สูตรของที่บ้านผมจะใส่ส้มแขกลอยไว้ด้านบนเพิ่มความเปรี้ยวละมุนๆให้ครบรสมากขึ้น แต่สูตรร้านนี้ไม่ใส่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ
ขนมหวานที่นี่เสิร์ฟเป็นแบบร้อนจานแรกจำไม่ได้ว่าที่ใต้เรียกว่าอะไรแต่มันคือ "แกงบวดข้าวโพด" ข้าวโพดต้มกับกะทิปรุงรสหวานลอยใบเตยคล้ายกับข้าวโพดอบเนยแต่เปลี่ยนจากเนยเป็นหอมกะทิแทน ราคา 25 บาทครับสำหรับถ้วยนี้ เมนูต่อมาคือ "ฟักทองแกงบวด" ราคา 25 บาทเป็นน้ำกะทิหอมมันปรุงรสมาหวานกำลังดีทานกับฟักทองต้มเนื้อเหนียวหนึบๆอร่อยเพลินดีครับ เครื่องดื่มวันนี้เราเลือกเป็นน้ำเปล่าขวดละ 20 บาท และน้ำอัญชันสมุนไพรแยกมะนาวราคา 30 บาท ไว้ให้เติมความเปรี้ยวได้ตามใจ น้ำต้มดอกอัญชันหวานกลางๆตัดเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาวสดช่วยทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังจากทานอาหารมื้อหนักได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เริ่มอิ่มแล้วเก็บรวบรวมจานได้เลยครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น