In Memory of Nampu : บทสรุปเรื่องของน้ำพุ

 
(ครอบครัวของน้ำพุ ในช่วงที่น้ำพุเจริญเติบโตขึ้นมา
คนซ้ายสุดไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงไม่ได้อธิบายไว้ ต้องขออภัยจริงๆ ครับ)

กระทู้นี้แต่เดิมเริ่มแรกตั้งใจอยากรำลึกถึงละครเรื่องน้ำพุที่พี่เติ้ล ตะวัน จารุจินดา เคยแสดงไว้เป็นเรื่องแรกๆ แต่พอไปๆ มาๆ เริ่มสนใจเรื่องของน้ำพุมากขึ้น เลยเริ่มศึกษาเรื่องราวจากในหนังสือจนพบว่าจริงๆ แล้ว น้ำพุมีเรื่องราวที่น่าสนใจกว่าที่คิดและคิดว่าน่าจะเป็นบทเรียนที่น่าจะสอนคนรุ่นใหม่ได้บ้าง

ประวัติคร่าวๆ ของน้ำพุ ชื่อจริงชื่อว่า วงศ์เมือง นันทขว้าง เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2499 เป็นบุตรชายของอาจารย์ทวี นันทขว้าง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะ และยังเป็นศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี และ คุณสุวรรณี สุคนธ์เที่ยง หรือนามปากกาว่า สุวรรณี สุคนธา นักเขียนนิยายชื่อดัง มีพี่สาว 1 คนคือ คุณกบ มีน้องสาว 2 คน คือ คุณแดง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และ คุณน้องหนู 

อาจารย์ทวี และ คุณสุวรรณี ได้หย่าร้างกันในช่วงเวลาที่น้ำพุยังเป็นเด็ก ต่อมาคุณสุวรรณีได้แต่งงานกับคุณศิริสวัสดิ์ พันธุมสุต บุตรชายของพระศรีสาคร (ช้อย พันธุมสุต) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ น้าแพ็ท ซึ่งมาจากชื่อ Pat Boone นักร้องชื่อดังในยุคนั้น (แต่ชื่อเล่นจริงๆ ว่า ติ๊ด) อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่น้ำพุเติบโตนั้น คุณสุวรรณีไม่ได้มีเวลามากพอที่จะสนใจน้ำพุ ประกอบกับที่พี่น้องต่างก็เป็นผู้หญิง ทำให้น้ำพุถูกหันเหเข้าหายาเสพติดไปในที่สุด จนมีช่วงหนึ่งที่น้ำพุได้ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ด้วยกันและถูกจับในข้อหาก่อความรำคาญและลักขโมย จนทำให้ถูกส่งไปบ้านเมตตา 

หลังจากนั้นไม่นาน น้ำพุกลับไปเสพยาและเสพหนักมากกว่าเดิมอีกจนรู้สึกว่าควรเลิกยา ดังนั้นเขากับเพื่อนจึงได้เดินทางไปวัดถ้ำกระบอก สระบุรี เพื่อทำการเลิกยา น้ำพุใช้ชีวิตหลายสิบวันจนกระทั่งเลิกยาได้จึงกลับบ้านไป แต่ทว่าเมื่อกลับไปแล้ว น้ำพุได้เสียชีวิตลงในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 หลังจากครบรอบวันเกิดได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น สิริอายุรวมเพียง 18 ปี สันนิษฐานว่าน้ำพุอาจจะกลับไปใช้ยาอีกโดยใช้เกินขนาดจนทำให้เกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

10 ปีต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 คุณสุวรรณี ถูกโจรปล้นและทำร้ายจนเสียชีวิต โดยฆาตกรสารภาพว่า ต้องการปล้นชิงเพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด 7 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2534 อาจารย์ทวี นันทขว้าง ก็ได้เสียชีวิตลงจากโรคมะเร็ง

40 กว่าปีที่ผ่านมา แม้ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยจะน้อยลงไปในยุคนี้ แต่ก็เชื่อว่ายังมีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ยังหลงทางและเลือกเดินทางที่ผิดอยู่ ดังนั้นเรื่องน้ำพุจึงยังเป็นอุทาหรณ์สอนใจที่ดีสำหรับครอบครัวและวัยรุ่นที่จะเดินทางผิดเหล่านี้ หรือหากจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง เรื่องราวของน้ำพุ อาจจะยังสะท้อนมุมมองของวัยรุ่นที่น้ำพุมีอยู่ในช่วงเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ มีนัยซ่อนถึงเรื่องราวของวัยรุ่นอยู่ไม่น้อย และมันก็ไม่เคยล้าสมัยเลยหากเทียบกับยุคนี้หรือช่วงสิบปีก่อนหน้านั้นหลังจากที่น้ำพุเสียชีวิตลง

เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจที่น้ำพุเคยพูดถึงเมื่อครั้งถูกจับไปบ้านเมตตาซึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้ใหญ่นั้นมีอิสระเสรีในการดื่ม การสูบ และการกระทำต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมต่อเด็ก แต่ก็ยังห้ามเด็ก สอนเด็กว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่ดี แต่ตัวเองก็ยังจะทำเพราะโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งเชื่อว่า คนอ่านที่ได้อ่านในตอนที่เป็นพ่อแม่คนแล้ว อาจจะรู้สึกแทงใจอยู่ไม่น้อย เพราะปัญหาความไม่เข้าใจกันของผู้ใหญ่และเด็กนี้เป็นปัญหาของโลกอย่างหนึ่ง ไม่ว่ายุคสมัยใด ที่ใด หรือแม้แต่สังคมใด ก็ล้วนมีเรื่องแบบนี้อยู่ การเปรียบเปรยว่าเด็กเป็นผ้าขาวนั้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้จากตัวน้ำพุ ซึ่งมีความอ่อนโยนไร้เดียงสาอยู่ แตกต่างกับในสื่อบันเทิงพอสมควร

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การไม่มีเวลาของแม่ของน้ำพุหรือคุณสุวรรณีเองซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำพุหันเหไปใช้ยาเสพติด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พูดยากพอสมควร เนื่องจากหลายๆ ครอบครัวนั้น พ่อแม่ต่างก็มีภาระการงานต้องทำแบบหาเช้ากินค่ำ ถ้าไม่ทำมาหากินก็จะทำให้ครอบครัวไม่มีกิน ถ้าทำมาหากินมากเกินไปก็ทำให้ครอบครัวไม่มีเวลาใส่ใจลูกหลาน ดังนั้นการพบกันกลางทางที่ดีคือ เมื่อมีเวลาว่างก็ควรทำความเข้าใจกับลูกหลานให้ดีที่สุด ไม่พยายามให้เขารู้สึกว่าเขาเก็บปัญหาไว้คนเดียว หรือไประบายกับคนอื่นหรือวิธีการอื่นๆ ที่จะเป็นปัญหาในภายหลัง แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางครอบครัวนั้นลูกหลานเลือกที่จะปิดบังปัญหาและแก้ไขปัญหานั้นเอง ซึ่งก็คงไม่สามารถห้ามหรือแนะนำได้ทุกครอบครัว

สำหรับน้ำพุนั้น เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุดที่เขาได้จากไปก่อนวัยอันควร เพราะบรรดาคนหลายคนที่อยู่ในแวดวงสังคมของพ่อแม่เขา หรือแม้แต่พ่อเลี้ยงของเขาเอง ล้วนแต่เป็นจิตรกร นักปราชญ์ กวี ที่มีเสียงชื่อโด่งดังในประเทศไทย สำหรับผม เชื่อว่าถ้าเขาไม่หลงทาง วันนี้เขาก็อาจจะเป็นจิตรกรที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้อาจารย์จักรพันธุ์ อาจารย์ถวัลย์ (ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็รู้จักกันกับครอบครัวของน้ำพุอยู่บ้าง) หรืออาจารย์เฉลิมชัย เพราะเขาเอง ก็มีความรู้ที่ยอดเยี่ยม มีความคิดที่เปี่ยมไปด้วยอนาคต แต่น่าเศร้าที่เขาไม่มีทางได้เห็นมันและจะไม่มีวันนั้นอีก

In Memory of Wongmuang 'Nampu' Nandakwang
 1956 - 1974

ปล. เนื้อหากระทู้จริงๆ มีมากกว่านี้หน่อย แต่มีผู้คนทักท้วงมาเลยขอแก้ไขเนื้อหากระทู้นะครับ ดังนั้นถ้าเคยเข้ามาดูกระทู้แล้วก่อนหน้านี้ เนื้อหาอาจจะหายไปบ้างต่างจากตอนแรกที่เข้ามาดูนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่