ครอบครัวเหมือนไม่ใช่ครอบครัว

กระทู้คำถาม
สวัสดีคะ จะมาเล่าความอัดอั้นในใจเราที่เป็นมานานสะสมมาเกือบ 20 ปี

ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม มีแฟน พ่อกับแม่ก็จะไปดักแฟนเราตามห้าง หรือ หน้าโรงเรียน ไปต่อว่าด่าทอตลอด จนสุดท้ายต้องเลิกกัน
ตอนนั้นก็คิดว่าท่านคงเป็นห่วงเราไม่อยากให้มีแฟน 
พอจบเรื่องแฟน เรามีปัญหากับเพื่อนในกลุ่มแล้วเอาไปเราให้ที่บ้านฟัง ที่บ้านก็บอกว่าเพื่อนยิ้มบอกว่ายิ้มเป็นยิ้มก็เลยไม่อยากคบ
ทั้งที่ตอนคืนดีปรับความเข้าใจกับเพื่อนแล้ว เพื่อนบอกไม่ได้พูด ไม่เคยเจอหน้าแม่เรา เราก็ได้แต่เก็บไปคิด

จนเข้ามหาลัย

เราก็มีแฟนกี่คนๆ ก็มีปัญหาตลอด คนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี แต่ทางบ้านก็จะชอบแนะนำคนที่ตัวเองชอบมาให้เราเสมอเราก็ได้แต่เงียบไม่ทำอะไร
เรื่องมันมาหนักตอน ปี4 พ่อแม่ไม่ชอบแฟนเราคนนี้มาก บอกว่า จน ทะเลาะกันจนโดนพ่อตบ และจับขังเอาไว้ที่ห้องชั้น 2 วันนั้นมีสอบตัวสุดท้ายก่อนจะจบ
เพื่อนๆ ต้องขับรถมาหาบัดไดลิงให้เราปีนออกมาจากหน้าต่างเพื่อไปสอบ สอบเสร็จกลับบ้านทะเลาะกันบ้านแทบแตก พาเราไปแจ้งความดำเนินคดีกับแฟนว่าแฟนกักขังหน่วงเหนี่ยว จนสุดท้ายก็เลิกกัน

เราก็เลยไม่มีแฟนไปเลยเพราะไม่อยากมีเรื่อง... พอตัดเรื่องแฟนไปก็เป็นเรื่องเพื่อน

พ่อแม่คิดว่าเราเอาเงินไปเลี้ยงเพื่อนตลอดทั้งๆ ที่เวลาไปเที่ยวไปกินก็หารกัน อธิบายยังไงเค้าก็ไม่ฟัง จนเลิกที่จะอธิบาย

เราเป็นพี่คนโตครอบครัวคนจีนคะ ทุกสิ่งอย่างคือเราต้องเป็นคนทำให้หมด ไหนจะต้องทำงาน ทำงานบ้าน พ่อแม่อยากไปไหนก็ต้องขับรถพาไป รับส่งตลอด เพื่อนพ่อแม่เดือดร้อนก็มาขอยื่มเงินเราไปให้เพื่อนเค้ายื่มแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้คืน
เวลาที่บ้านเริ่มเห็นเรามีเงินเก็บเค้าก็จะให้เราไปทำประกันทีละแพงๆ ส่งทีงวดละ 35,000 เราก็ส่งได้สองสามปีไม่ไหวก็ต้องปล่อย แล้วก็วนกลับมาใหม่เรื่องประกัน 

เราไม่เคยเถียงส่วนใหญ่ใช่การเงียบแทน พอไม่ได้ดั่งใจ ก็จะโดนคำพูดทำร้ายใส่ "กรูเป็นไม่อยู่แล้วอายตัวเอง" หรือ "ไปตายเหอะมีชีวิตแบบนี้"
โดนไล่ไปตายตลอดคะ ตอนแรกก็เสียใจ แต่ตอนนี้มันเหมือนด้านชาไปแล้ว

เรื่องมาหนักสุดคือปีนี้

น้องชายทะเลาะกับที่บ้านจนขนของออกจากบ้านไป เพราะน้องสาวคนเล็กยุแม่ว่าน้องชายไม่ดี พอเราเตือนว่าอย่าทำแบบนี้ก็โดนด่าหาว่าเข้าข้างคนทำร้ายแม่ตัวเอง ทั้งๆ ที่น้องชายไม่ได้ทำ พอน้องออกไปของบางอย่างเก็บไม่หมดให้เราขนไปให้ แม่ก็โกรธหาว่าเราเอาของไปให้มันทำไม ทั้งๆที่ของเป็นของน้องชาย บอกถ้าขนไปอีกจะแจ้งความลักทรัพย์ จนน้องชายบอกไม่เป็นไรไม่ต้องขนแล้วเดี๋ยวหาเงินซื้อใหม่

แล้วตอนนี่เรามีแฟนคะ หลังจากไม่ได้มีแฟนมา 8 ปี เราชอบความคิดเค้า ชอบนิสัยที่ไม่จุกจิก คุยกันรู้เรื่อง แต่พอแม่รู้ก็โวยวายใหญ่เลยคะ บอกแฟนเราหน้าตาอัปลักษณ์ ไม่รวย แถมจน เราก็แก้ต่างว่า ไม่ได้รวยจริงแต่ก็ไม่ได้จนพอกินพอใช้ แต่แม่ไม่ฟังคะบอกจะมีแฟนก็เอาที่เราไม่ต้องมานั่งทำงาน 
และเค้าก็ยังคิดว่าเราเอาเงินไปเลี้ยงแฟน ทั้งๆ ที่แฟนเราเป็นคนเลี้ยงตลอด แอบไปสืบว่าบ้านแฟนอยู่ไหน พอสืบเรื่องต่างๆ แล้วไม่เป็นเหมือนที่เค้าคิดก็หาเรื่องพูดในเรื่องไม่เป็นความจริงโดยการไป พูดคุยกับ เพื่อนแฟนบ้าง รุ่นพี่เราบ้าง เพื่อนเราบ้าง อาจารย์เราบ้าง ญาติบ้าง เช่น เนี่ยไอ... มันไปคบคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า" "มันไปเปิดโรงแรมกัน ถ้าท้องมาไม่รับนะ" ทั้งๆ ที่เราไม่เคยไปเปิดโรงแรมเลย หรือ "มันพกยาคุมไปไหนมาไหนด้วย" เราพกเพราะเรารักษาช็อกโกแลตซีสเรื่องนี้เค้ารู้ "แม่ให้เงินทุกเดือน 30,000 บาท จะออกไปทำงานทำไม" เราไม่เคยได้เงินเดือนจากที่บ้านเลย สมัยเรียนก็ทำงานพิเศษตลอด "มันเป็นผัวเมียกันแล้วนะรู้ยัง"

แฟนเราขับแกร๊ปและทำงานสต๊าฟไปด้วย ขับแกร๊ปได้เงินวันละ 700-800 บาท ขับเที่ยงวัน-เที่ยงคืน บางวันทำงานสต๊าฟตามงานอีเว้นท์ แต่แม่เราก็เอาไปพูด "ขับรถแบบนี้ได้แค่วันละ 100-200 เท่านั้นหละ" "ผู้ชายมาเกาะกินเพราะคิดว่ารวย" เราก็เงียบมาตลอดคะเพราะอธิบายไปเค้าไม่ฟัง
คนที่แม่ไปพูดให้ฟังเค้าก็จะมาเล่าตลอดว่าแม่เราพูดแบบนี้ 

สองอาทิตย์ที่แล้วไล่เราออกจากบ้านเพราะเค้าบอกอายที่เรามีแฟนจน หน้าตาอัปลักษณ์ เราก็เก็บของจะย้ายออก น้องชายจะมารับไปอยู่ด้วย เค้าก็ห้ามบอกว่า "เมื่อกี้หมอพระโทรมาบอกยิ้มชะตาขาด" แล้วไม่ยอมให้เราออก เราก็โอเคลากกระเป๋ามาเก็บ แต่เรื่องก็ไม่จบคะ

3 วันที่แล้วบอกให้เราห้ามเข้าบ้านให้ไปอยู่ข้างนอกก่อน พอเรากลับไปอีกมีเค้าบอกว่ามีตำรวจมาถามหามาจาก "ปราบปราม" เราก็งงตำรวจมาทำไม แม่เราก็รีบโทรหาทนาย(น่าจะคุยกันมาก่อนแล้ว) ทนายก็พูดว่าเราน่าจะเข้าไปพัวพันกับยาหรือไม่ก็มีคนซัดทอด แม่จะลากเราไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดว่าเรามีสารเสพติดมั้ย ตอนแรกเราก็โอเคไปเลยเพราะเรายังงงอยู่ว่ามันเรื่องอะไร 

จนเค้าพูดออกมาว่า เชื่อได้ยังไงว่าแฟนเราไม่เล่นยา ไม่ซัดทอดมาหาเรา เราถึงได้เอ๊ะใจว่าไม่ใช่แล้ว... แม่แต่งเรื่องขึ้นมาอีกแล้ว...
เราโทรหาเพื่อนที่เป็นตำรวจ เพื่อนบอกปราบปรามจะมาตอนมีคดีใหญ่ๆ เท่านั้น ... เราก็เลยถามแม่ว่าตกลงจะเอาอะไรที่พูดมา เค้าก็ยิ้มต้องคิดสิ 
"ถ้าแฟนซัดทอดจริงๆ เชื่อมันได้กี่เปอร์เซ็นต์" เราก็บอกเราเชื่อเต็มร้อย เพราะคนรอบตัวเรามีไม่กี่คนไม่มีใครเล่นยา แม่เราก็ถ้าเชื่อมันขนาดนั้น "ยิ้มก็โดดตึกฆ่าตัวตายไปเลยนะ ตายแล้วเดี๋ยวจะจัดงานแต่งให้" คราวนี้เราโมโหมาก บอกตำรวจจะมาก็ให้มาเพราะไม่ได้อะไรผิด แล้วถ้าตรวจแล้วไม่เจอสารเสพติดจะฟ้องกลับ เค้าก็เงียบไปเลย ไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย 

เมื่อวานเราเอาแหวนทองไปแช่ไว้ในน้ำยา แม่เราเอาแหวนไปแล้วไม่ยอมคืน... ทวงก็ไม่คืน
รถเราเค้าก็บอกจะยึดเพื่อไปขาย เราอยากมีรถใช้ก็ให้ไปซื้อใหม่

แม่บอกว่าดูสิว่าถ้าเราไม่มีเงิน ไม่มีรถ คนหน้าไหนมันจะคบ ไม่มีเงินก็ไปยื่มเงินเพื่อนนะ ดูสิยื่มสักสามสี่รอบไม่คืนมันจะคบมั้ย
แม่เราชอบสนับสนุนการยื่นเงินคนมากกว่าการออกไปหางานทำ เราไม่เข้าใจในเรื่องนี้มากๆ

เมื่อเช้าไม่ยอมให้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยคะ บอกว่าสกปรกไม่รู้เป็นโรคอะไรมั้ย เราก็เลยต้องออกมาหาอะไรกินข้างนอกแทน

เหนื่อยคะ ไม่อยากอยู่แบบนี้ต้องมาเจออะไรแบบนี้ทุกวัน
เราอยากหาทางออกแต่เหมือนไม่มี

ความคิดแม่เรา ถ้าเค้าคิดว่าเป็นแบบนี้คืออะไรก็เปลี่ยนไม่ได้

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แค่ได้ระบายออกมาก็ยังดี ยิ้ม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่