JJNY : ปีนี้ขาดทุนยับ!ชาวนาทุกข์หนัก/ชี้รบ.เมินวิกฤตอังกฤษดิ่ง/จิราพรชี้รบ.ต้องจริงใจสมานฉันท์/ก้าวไกลรับหนังสือนร.นอก

กระทู้ข่าว
ปีนี้ทำฟรีขาดทุนยับ! น้ำท่วมนาข้าวนับเดือน ชาวนาทุกข์หนักลอยคอเกี่ยว ซ้ำร้ายโรงสีไม่รับซื้อ(คลิป) 
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_5439191
  

 
ปีนี้ทำฟรีขาดทุนยับ! น้ำท่วมนาข้าวนับเดือน ชาวนาทุกข์หนักลอยคอเกี่ยว ซ้ำร้ายโรงสีไม่รับซื้อ
 
วันที่ 1 ธ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในหลายรายในพื้นที่ของอ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากโรงสีข้าวไม่ยอมรับซื้อข้าวเปลือก เนื่องจากนาข้าวถูกน้ำท่วมขังนานนับเดือน ทำให้เมล็ดข้าวเปลือกได้รับความเสียหาย มีความชื้นสูง และเมล็ดบางส่วนกลายเป็นสีดำ
 
โดยเรื่องนี้ นายสุพรรณ ปั่นกลาง อายุ 66 ปี ชาวนา ต.ดอนชมพู บอกว่า ลงทุนทำนาปลูกข้าวจำนวน 13 ไร่ ใช้เงินลงทุนกว่า 5 หมื่นบาท ขณะนี้ข้าวนาปีกำลังจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่มาประสบกับปัญหาน้ำมูลล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมนาข้าวสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ต้นข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วมขังนานนับเดือน เมล็ดข้าวจมน้ำได้รับความเสียหาย อีกทั้งได้ว่าจ้างแรงงานคนลงเกี่ยวข้าว แต่ไม่มีใครกล้ารับงาน เพราะระดับน้ำท่วมสูง แถมค่าแรงเกี่ยวข้าวจมน้ำยังสูงถึงวันละ 400 บาทต่อคน ทำให้ไม่มีเงินจ้าง
 
"ทำได้เพียงนำกะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวด้วยตัวเองเพราะเสียดายเมล็ดข้าว จากนั้นนำข้าวที่เกี่ยวได้ไปขาย แต่โรงสีไม่รับซื้อ บอกว่า มีความชื้นสูง และเมล็ดดำไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องนำข้าวบางส่วนไปเก็บไว้กินเอง ต้องยอมรับว่าในปีนี้ทำนาขาดทุนยับ ถึงแม้ทางราชการจะมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังขาดทุนอยู่ดี เพราะน้ำท่วมนาข้าวนานจนเสียหายเกือบหมด"


 
ชี้รัฐบาลเมินวิกฤต 'อังกฤษ' ดิ่ง ฉะงบศึกษาเพิ่ม-แต่อันดับ 'ภาษา' ร่วงทุกปี
https://www.matichon.co.th/education/news_2464182
 
ชี้รัฐบาลเมินวิกฤต ‘อังกฤษ’ ดิ่ง ฉะงบศึกษาเพิ่ม-แต่อันดับ ‘ภาษา’ ร่วงทุกปี ‘สมพงษ์’ จี้ถาม ศธ.จะรับผิดชอบแบบไหน
 
ภาษาอังกฤษ – ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกรณีดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดอันดับโดย Education First หรืออีเอฟ ได้เปิดเผยการจัดอันดับทั้ง 100 อันดับ โดยประเทศไทยตกลงมาอยู่อันดับที่ 89 เกือบรั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียนว่า สาเหตุที่อันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศไทยลดลง และเกือบรั้งท้ายของโลก เกิดจากการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของไทยผิดพลาด คือเน้นการสอนแกรมม่า และให้ท่องจำ มากกว่าการสอนเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งรู้ต้นเหตุ รู้ปัญหาอยู่แล้ว เพราะปัญหานี้พูดกันมา 20-30 ปี แต่ไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น
 
“จะพบว่าเมื่อมีการประกาศอันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษแล้ว ไทยอยู่ในอังดับที่ไม่ดี ก็จะมีการรับปาก มีนโยบายมาแก้ไขปรับปรุง แต่กลายเป็นว่าอันดับของไทยยิ่งตกลงมาเรื่อยๆ ผมมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาจำนวนมาก มีโรงเรียนนานาชาติจำนวนมาก มีซอฟต์แวร์ที่รองรับการสอนภาษาอังกฤษที่ดีมาก แต่ไม่เคยนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ และนำสิ่งเหล่านี้ไปแก้ไขปัญหาความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคนไทยเลย” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว
 
ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คุณภาพการศึกษาในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังฤษ ทักษะการอ่าน หรือผลการสอบในโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA อยู่ในระดับที่แย่ทั้งหมด แล้วยังจะบอกว่าประเทศไทยมีการปฏิรูปการศึกษาอยู่อีกหรือ และเมื่ออันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศลดลง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการสอนภาษาอังกฤษในประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะแสดงความรับผิดชอบแบบไหน เพราะในขณะที่ ศธ.ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น บุคลากรได้รับค่าตอบแทนดีขึ้น แต่อันดับความสามารถทางภาษาอังกฤษกลับตกทุกปี ถือว่าสวนทางกันโดยสิ้นเชิง
 
“ศธ.จะปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่อับอาย แล้วควรแก้ไขอย่างจริงจังหรือ พอมีข่าว ก็ประกาศนโยบายแก้ไขอยู่อีกหรือ ผมมองว่าขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขจริงจัง หรือไม่มีการดำเนินนโยบายที่ชัดเจน และต่อเนื่องเลย แต่เมื่อมองไปที่เวียดนาม ที่ก่อนหน้านี้อันดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษตามหลังไทย แต่ปัจจุบันนำหน้าไทยไปแล้ว เพราะรัฐบาลเห็นความสำคัญ จึงมีนโยบายชัดเจนว่าจะต้องทำให้ประชาชนพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ซึ่งรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม มีสื่อการเรียนการสอน มีพื้นที่สาธารณะให้ฝึกพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นต้น” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว
 
ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า แต่เมื่อเป็นประเทศไทย ปัญหาเรื่องนี้ใหญ่ แต่กลับมีคนรับผิดชอบน้อย และวิธีแก้ไขนั้น ไม่สามารถทำให้คุณภาพ และความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนในประเทศดีขึ้นได้เลย ถ้าตราบใดที่กระบวนการแก้ไขยังเป็นแบบนี้อยู่ และคนที่รับผิดชอบด้านการศึกษา ไม่ได้ตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่สร้างความเสียหาย สร้างผลกระทบให้กับประเทศอย่างรุนแรง ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ไปได้ แล้วรัฐบาลก็ยังนิ่งนอนใจ เพราะมองว่าติดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ทำให้ครูต่างชาติเข้าประเทศไม่ได้ แต่ตนมองว่า แม้จะนำเข้าครูต่างชาติมามากเท่าใด ความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศก็ไม่ดีขึ้น และตราบใดที่รัฐบาลยังไม่คิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาวิกฤตของประเทศ เพียงแต่รับฟังว่ามีปัญหาเกิดขึ้น และรับปากว่าจะแก้ไข และปล่อยผ่านไปแบบนี้ จะไม่มีทางพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษของประเทศได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่