เรากับพี่ชายห่างกัน5ปีค่ะ เราเป็นลูกคนสุดท้อง ชอบโดนพี่ๆพูดจากัดแซะใส่ค่ะเพราะเรายังไม่ได้ทำงานแต่พี่ชายเราทำงานกันแล้ว หน้าที่ของเราคือต้องทำความสะอาดบ้าน ล้างจานทั้งหมดของที่บ้าน(พี่สะใภ้กินหรือพี่ชายกินเราก็ล้างค่ะ) หุงข้าว รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสุนัข เราเรียนในมหาวิทยาลัยมา 1 เทอมแล้วค่ะ แม่ให้เงินเราไปกินทุกวัน วันละ220บาทค่ะ แต่ค่าเดินทางของเราในแต่ละวันก็ปาไป135-150 บาทแล้วค่ะ ถ้าวันไหนเหนื่อยมากก็จะนั่งวินเข้าบ้านวันนั้นต้องจ่ายค่าเดินทาง 150 บาท แต่ถ้าไม่ได้นั่งวินเข้าบ้านก็ 135 บาท วันนี้เราตำเป็นที่จะต้องขอเงินแม่เพิ่มเพราะเราต้องทำรายงานเกี่ยวกับคุณภาพของอาหาร เราขอเพิ่ม200 แต่พี่ชายพูดขึ้นมาเสียงดังมากว่าทำรายงานบ้าอะไรตั้ง200 เราก็บอกไปว่าเผื่อค่าอุปกรณ์และค่าใช้คอมที่ร้านด้วยค่ะ พี่ก็พูดขึ้นมากับแม่ว่าเมื่อไหร่มันจะเรียนจบๆสักที เป็นภาระของแม่อยู่ได้ทุกวันนี้แม่ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะพอละ ยังจะกระแดะไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนค่าใช้จ่ายแยอะแยะอีก แต่เเม่ก็บอกเราค่ะว่าไม่ต้องไปฟังและให้เงินเรามา300 (ประเด็นคือเราเป็นภาระอะไรเราทำตัวดีมาตลอดเรียนมัธยมปลายเราได้เกรดไม่ต่ำกว่า 3.7 ทุกเทอมเลย มีเเข่งอะไรเราไปหมด ค่าเทอมแม่ก็ไม่ต้องจ่าย เพราะเราสอบทุนได้เรียนฟรีตลอดหลักสูตร เราขอแค่ค่ากินในแต่ละวันและค่าทำงานส่งอาจารย์เท่าที่จำเป็นแค่นั้นเองทำไมต้องตวาดเราขนาดนี้ อยากทำงานพิเศษนะคะแต่ไม่มีเวลาเลย เพราะนักศึกษาทุนต้องอยู่ช่วยงานกิจกรรมของคณะ และร่วมเข้าอบรมทุกหัวข้อ เราเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องทำงานที่บ้านทุกอย่างกลับบ้านตรงเวลาทุกวัน เราปวดขาขนาดไหนถ้าไม่ปวดจนทนไม่ไหวเราก็ไม่นั่งวินเข้าบ้านหรอก ไม่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนๆเลย แบบนี้เรายังเป็นภาระอีกหรอคะ?) ทุกวันนี้บอกกับตัวเองว่าต้องสู้ เพื่ออนาคต เพื่อคุณแม่ค่ะ
พี่ชายบอกว่าเรา "เป็นตัวภาระของ" เเม่ จริงหรอคะ?