JJNY : พบตู้อยู่เพียบ รัฐผวาม็อบแกงซ้ำแล้วซ้ำเล่า/ข้อมูลSMEพบยังโคม่า/รุ่นใหม่พท.ช่วยหาเสียง เจอแม่ค้าร้อง/เต้ตอกปารีณา

พบตู้คอนเทนเนอร์ ยังอยู่อีกเพียบ แม้ผ่านหลายวัน รัฐผวาม็อบ แกงซ้ำแล้วซ้ำเล่า 
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_5431885
 

 
นักข่าวสายทหารคนดัง โพสต์ภาพพร้อมคำบรรยาย พบตู้คอนเทนเนอร์ ยังอยู่อีกเพียบ แม้ผ่านหลายวัน เผยรัฐบาลผวา ม็อบแกง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวั่นบุกมาอีก
 
วันนี้ (30 พ.ย.) หลังการประกาศนัดชุมนุมใหญ่ หน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ของกลุ่มราษฎร ผ่านมา 6 วัน ซึ่งต่อมาผู้ชุมนุมได้ประกาศ "แกง" ย้ายการชุมนุมไปยังหน้า SCB park หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ แยกรัชโยธิน
 
ส่งผลให้แนว "ตู้คอนเทนเนอร์" ที่เจ้าหน้าที่นำมากั้นปิดเส้นทางโดยรอบสำนักทรัพย์สินฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังตู้ดังกล่าว ไม่ได้กั้นเพียงม็อบราษฎรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน ในวันดังกล่าวอีกด้วย
 
ซึ่งต่อมา ทาง จนท.ตำรวจ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ได้ออกมาขอโทษประชาชน ที่ทำให้การการจราจรติดขัดในวันดังกล่าว พร้อมกับได้ย้อนถามกลับมาทางผู้ชุมนุมว่า สาเหตุที่ทำให้การจราจรติดขัดอย่างโกลาหลในยามเช้าวันนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นเพราะใครกันแน่
 
ล่าสุด มีการเปิดเผยโดย วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพตู้คอนเทนเนอร์ ที่ถูกเคลื่อนไว้ไปอยู่ข้างทาง บริเวณตลาดรวมยางย่านเทเวศร์ และบริเวณหน้าประตูธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า
 
ใช้ชีวิต ร่วมกับ ตู้ Containner
 
ตู้คอนเทนเนอร์บางส่วน แถวเทเวศร์ ตลาดรมยาง ยังคงอยู่ ยกออกเฉพาะที่ขวางถนน แต่ด้านข้างๆ ที่วางยาก ให้สนิทชิดริมทางไม่ให้คนเดินแทรกเข้าไปได้เลยยังวางที่เดิม ด้วยเพราะฝ่ายรัฐบาล. ตำรวจ ทหาร ยังไม่มั่นใจว่าม็อบราษฎรจะนัดชุมนุมที่ สำนักงานทรัพย์สินฯ อีกหรือไม่ หลังจากที่ยกเลิกไปแล้ว เพราะไปทั้ง SCB ห้าแยกลาดพร้าว และ ราบ 11 มาแล้ว ชาวบ้านแถวนี้หรือคนมาเดินตลาดก็ต้องปรับตัวใช้ชีวิตแบบมี "ตู้คอนเทนเนอร์" และเดินหลบหลีกกันไป
 
https://www.facebook.com/WassanaJournalist/posts/3630101947048237
 

 
หอการค้าจ่อชงรบ.ข้อมูลSMEพบยังโคม่าซอฟท์โลนไม่ถึง
https://www.innnews.co.th/economy/news_830765/
 
หอการค้า พร้อมชงรัฐบาลข้อมูล SME พบยังโคม่า ซอฟท์โลนเข้าไม่ถึง ชี้ 70% ใกล้ปิดกิจการ
 
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า หลังจากการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 จบลง และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้ทางหอการค้าไทยเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการ SMEs ในแต่ละพื้นที่ ที่ยังคงไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ แม้ภาครัฐจะมีมาตรการออกมาช่วยเหลือหลากหลายรูปแบบ โดยทางหอการค้าไทยจะใช้เครือข่ายของหอการค้าทั่วประเทศที่มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการ รวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอต่อรัฐบาลโดยตรงทำให้การช่วยเหลือตรงจุดมากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีการสำรวจสถานะ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังคงเป็นอยู่แบบในปัจจุบัน ไม่มีการช่วยเหลือและยังไม่สามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้ ประมาณร้อยละ 70 มีโอกาสที่จะปิดกิจการ จากผู้ประกอบการSMEsในประเทศกว่า 3 ล้านราย


 
รุ่นใหม่พท. ลุยช่วยผู้สมัครหาเสียง เจอแม่ค้าร้องคุมเข้มโควิด-19 การ์ดตกทำยอดขายดิ่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2465030
 
รุ่นใหม่พท. ลุยช่วยผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ หาเสียง เจอแม่ค้าร้องรัฐคุมเข้มโควิด-19 การ์ดตกทำยอดขายดิ่ง
 
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ หมายเลข 1 พร้อมด้วยคณะคนรุ่นใหม่เพื่อไทย อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล นายพชร ธรรมมล หรือ ฟลุ๊ก เดอะสตาร์ และน.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอคะแนนเสียง
 
โดยระหว่างนั้นได้มีการสอบถามถึงปัญหาปากท้องของพ่อค้า แม่ค้า และภาวะเศรษฐกิจ โดยพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ บอกว่า ที่ผ่านมายอดขายตกต่ำลงอย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศลดการเดินทาง ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยโดยคนในพื้นที่ก็ลดลงเช่นกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ยอดขายในภาพรวมตกต่ำลงอย่างที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน
 
อีกทั้ง ตอนนี้สถานการณ์การติดเชื้อโควิด -19 เริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อล่าสุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกลับจากประเทศเมียนมาร์ไม่ผ่านการกักตัวตามระเบียบสาธารณสุข จึงวิตกกังวลว่า หากรัฐหละหลวมในมาตรการการดูแล ไม่มีการควบคุมอย่างเข้มข้นเหมือนที่เคยดำเนินการมา โดยเฉพาะในจังหวัดตามแนวชายแดนซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของจังหวัดที่ยังหลงเหลืออยู่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วในตอนนี้ เพราะในส่วนของภาคประชาชนได้ให้ความร่วมมือเต็มที่ด้วยการไม่ขายสินค้าให้กับผู้ซื้อที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย
 
นายพิชัย กล่าวว่า ในสภาพบ้านเมืองในปัจจุบันที่เป็นไปในรูปแบบรัฐรวมศูนย์ ทำให้การบริหารราชการในต่างจังหวัดเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล ประชาชนในภูมิภาคถูกละเลยมานานหลายปี ซึ่งรวมถึงมาตรการควบคุมและสกัดกั้นโรคระบาดที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาค การเลือกตั้งนายก อบจ. ในครั้งนี้จะเป็นการกระจายอำนาจการบริหาร จากที่เคยกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร มาสู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกตั้งผู้สมัครจากพรรคพท. ซึ่งเคยดำเนินนโยบายทั้งทางด้านสาธารณสุขและกระตุ้นเศรษฐกิจจนประสบความสำเร็จเห็นผลจริงมาแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่