🔴มาลาริน/29 พ.ย.พบโควิด11รายจากตปท./เคสเชียงใหม่เสี่ยงแพร่เชื้อสูง/สะกัดด่านอรัญเขมรติดเพิ่ม/พิษโควิดทำญี่ปุ่นฆ่าตัวตาย

🔴‘โควิด’เข้าไทยไม่หยุด เจออีก 11 ราย มาจาก 9 ประเทศ มีทั้ง นศ.-พระสงฆ์
วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 11.25 น.



เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า วันนี้ (29 พฤศจิกายน 2563) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ โดยเดินทางมาจากต่างประเทศ ได้แก่...⬇️

สหรัฐอเมริกา 1 ราย , ลิเบีย 2 ราย , โมซัมบิก 1 ราย , อิตาลี 1 ราย , ฝรั่งเศส 1 ราย , ปากีสถาน 1 ราย , เกาหลีใต้ 2 ราย , โอมาน 1 ราย และคูเวต 1 ราย

ทั้งนี้ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,977 ราย หายป่วยแล้ว 3,800 ราย รักษาตัวอยู่ 117 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย



https://www.naewna.com/local/535079

🔴น่ากลัวมาก! ชี้เคสหญิงติดโควิดเชียงใหม่ ความเสี่ยงแพร่เชื้อสูง



หมอมนูญโพสต์ระบุ 1-2 วันก่อนเริ่มมีอาการ และวันแรกที่มีอาการจนถึงวันที่ 5 หลังมีอาการจะตรวจพบเชื้อโควิดตัวเป็นๆ มากที่สุดในทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและล่าง เป็นช่วงที่จะแพร่กระจายเชื้อสู่คนอื่นได้มากที่สุด ขณะเคสหญิงไทยรายล่าสุดที่ลักลอบเข้าเมือง มีอาการแล้วยังชิลล์ๆ เดินห้าง ดูหนัง เที่ยวบาร์โฮสต์อีก

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “หลังสัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 คนส่วนใหญ่ที่รับเชื้อไวรัสจะเริ่มมีอาการวันที่ 5-6 หลังวันที่รับเชื้อ ประมาณร้อยละ 40 ของคนที่รับเชื้ออาจมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ร้อยละ 60 ที่เหลือจะมีอาการไข้ ไอแห้งๆ อ่อนเพลีย ปวดหัว บางคนจมูกไม่ได้กลิ่น ถ่ายเหลว บางคนถึงขั้นป่วยหนัก เหนื่อย หายใจลำบาก
 
จากการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัวเป็นๆ ด้วยวิธีการเพาะเชื้อซึ่งเป็นวิธีพิเศษ ไม่ใช่ตรวจรหัสพันธุกรรม PCR ซึ่งเป็นการตรวจหาทั้งเชื้อตัวเป็น และซากเชื้อ พบว่า 1-2 วันก่อนเริ่มมีอาการ และวันแรกที่มีอาการจนถึงวันที่ 5 หลังมีอาการ จะตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัวเป็นๆมากที่สุดในทางเดินหายใจส่วนบน และทางเดินหายใจส่วนล่าง

ช่วงนี้คนติดเชื้อโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากที่สุด คนที่ป่วยมากสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้นานติดต่อจนถึงวันที่ 9 หลังมีอาการ คนป่วยน้อยหรือไม่มีอาการอาจแพร่เชื้อได้น้อยวันกว่า อาจไม่ถึง 9 วันหลังมีอาการ หลังมีอาการ 9 วันถึงจะตรวจพบรหัสพันธุกรรม แต่คงเป็นซากเชื้อไวรัส โอกาสที่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นน้อยลงมาก

นี่เป็นเหตุผลทำไมเราต้องรีบกักตัวคนที่สัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้เร็วที่สุดตั้งแต่ก่อนมีอาการ และกักตัวอย่างน้อยอีก 9 วันหลังมีอาการ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่น”

ทั้งนี้ ได้มีผู้โพสต์แสดงความคิดเห็นในเพจเฟซบุ๊กของหมอมนูญระบุว่า "... เคส ผู้หญิง 29 ปี เลยยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้น เพราะช่วงเวลารับเชื้อ แพร่เชื้อได้ เธอใช้ชีวิตชิลมาก ทั้ง ๆ ที่ รู้สึกตัวตลอดว่าป่วย แต่ก็ยังดื้อซื้อยากินแล้วไปเที่ยว”

https://siamrath.co.th/n/200664

 
🔴ด่านอรัญฯสกัดโควิดเข้าไทย! 'ฮุนเซน'แถลงกัมพูชาพบติดเชื้อเพิ่ม
วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 13.35 น.



29 พฤศจิกายน 2563 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่จุดคัดกรองยานพาหนะ จุดตรวจ อ.20 ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.กรม.ทพ.12(ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่12) ได้สั่งการให้ ร.ต.ธิติวุฒ ยีนุช ผบ.ร้อย ทพ.1201(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1201) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก และ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกับ จนท.ด่านศุลกากรอรัญประเทศ และจนท.ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ อรัญประเทศ 
 
ร่วมกันตรวจคัดกรองยานพาหนะกัมพูชา และบุคคลประจำยานพาหนะกัมพูชา ที่ได้รับอนุโลมให้นำยานพาหนะเข้ามาเพื่อดูแลสินค้าและทรัพย์สินในตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามมาตรการผ่อนคลายของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.สระแก้ว ที่อนุโลมให้พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่มีร้านค้าอยู่ในตลาดโรงเกลือ สามารถนำยานพาหนะเข้ามาเพื่อการขนส่งสินค้าตามความจำเป็นได้วันละไม่เกิน 50คัน และบุคคลประจำรถไม่เกินคันละ 2 คน อย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้ผู้มีอุณหภูมิร่างกายสูงเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด 

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อช่วงสายวันเดียวกันสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ด่วนผ่านทีวีเฉพาะกิจรัฐบาลกัมพูชา ขอความร่วมมือประชาชนกัมพูชาให้สวมใส่แมส และอยู่กับบ้าน ล้างมือบ่อยๆและเว้นระยะห่าง สำหรับเด็กห้ามออกนอกบ้านและห้ามอยู่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะในกรุงพนมเปญ กรุงเสียมราฐ กรุงศรีโสภณ และมณฑลคีรี โดยแถลงว่ากระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาได้ตรวจพบว่า มีคุณหญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นภริยาของผู้บัญชาการเรือนจำในกรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงมหาดไทย กัมพูชา ได้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ ซึ่งตามไทม์ไลน์ของคุณหญิงคนดังกล่าวพบว่า ได้ไปรับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้า อีออน มอลล์ ในกรุงพนมเปญ และห้างดังกล่าวไปถูกสั่งปิดแล้ว 

นอกจากนี้ยังพบว่าคุณหญิงและคณะฯ ยังได้เดินทางไปตามจังหวัดต่างๆตามข้างต้น ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชากำลังเร่งติดตามไทม์ไลน์ผู้ใกล้ชิดคุณหญิงรายนี้เพื่อนำมากักตัวตรวจโรค ล่าสุดพบว่าสามีของคุณหญิงคนดังกล่าวซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำในกรุงพนมเปญ ก็ติดเชื้อโควิด-19 จากภริยาด้วย และสมเด็จฮุน เซนฯยังแถลงอีกว่าคาดว่าจะมีผู้เสี่ยงติดเชื้อนับร้อยนับพันคน ที่จะต้องถูกกักตัวตรวจหาเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด หากไม่เร่งป้องกันหากเชื้อลุกลามอาจต้องใช้การล็อกดาว์นประเทศ 
 
จากการแถลงการณ์ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำให้ชาวกัมพูชาที่อยูในกรุงปอยเปต และชาวกัมพูชาที่ค้าขายอยู่ในตลาดโรงเกลือ ต่างตื่นตกใจหวั่นเชื้อโควิด-19 ลามมาถึงชายแดนกรุงปอยเปต ซึ่งอยู่ติดชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เนื่องจากกรุงปอยเปต อยู่ติดกับกรุงศรีโสภณ ในไทม์ไลน์ 

ส่วน พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้จัดส่ง จนท.ตร.สภ.คลองลึกฯมาร่วมลาดตะเวณร่วมกับ ร้อย ทพ.1201 ตามแนวตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติป้องกันชาวกัมพูชาแห่หนีโควิดลักลอบเข้าประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติ และจัดกำลังร่วมกันออกแจ้งเตือนประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโรงเกลือ ให้สวมแมส และล้างมือบ่อยๆเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น 



https://www.naewna.com/local/535094

🔴พิษโควิด! ญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คนในปีนี้



แม้ญี่ปุ่นจะสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีแต่ยังคงมีคนฆ่าตัวตายจำนวนมากจากโควิด-19

สำนักข่าวซีบีเอสรายงาน คนญี่ปุ่นจำนวนมากฆ่าตัวตายจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงให้เห็นว่ามีการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันโดยในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวมีสถิติการฆ่าตัวตายถึง 2,153 คน และในปีนี้มีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายกว่า 17,000 คน ในขณะที่ญี่ปุ่นสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ดีกว่าหลายประเทศโดยมีผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ

โดยการฆ่าตัวตายในเพศหญิงคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 80% ทั้งนี้ ผู้หญิงญึ่ปุ่นมีหน้าที่หลักในการเลี้ยงเด็กและต้องเผชิญกับภาวะตกงาน รวมทั้งความไม่ปลอดภัยที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่ศูนย์ช่วยเหลือกล่าวว่าในปีนี้สถานการณ์ในญี่ปุ่นรวมถึงทุกประเทศทั่วโลกย่ำแย่ลง รวมถึงการฆ่าตัวตายในเด็กก็อัตรามากขึ้นเช่นกัน
 
คัตสึโนะบุ คาโตะ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างจริงจังและรัฐบาลกำลังพยายามเร่งแก้ไขปัญหา โดยมีการให้คำปรึกษาต่อผู้ที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายผ่านสายด่วนและโซเชียลมีเดีย

ชิโยโกะ ยูอิดะ จิตแพทย์ประจำโยโกฮามา เผยว่าความทุกข์ด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้นเห็นได้ชัดอย่างยิ่ง โดยส่วนมากจะมีความกังวลเรื่องเงิน และการต้องหยุดอยู่ที่บ้านที่ให้ชีวิตของพวกเขาวุ่นวาย

โดยในเดือนนี้ญี่ปุ่นได้เพิ่มงบประมาณ 10 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับป้องกันการฆ่าตัวตายหลังจากได้รับงบประมาณ 24 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุดในกลุ่มประเทศ G-7 ด้วยอัตรา 16 ต่อ 100,000 และมีเป้าหมายที่จะลดระดับเป็น 13 ต่อ 100,000 ภายในปี 2026 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นระดับที่เทียบเท่ากับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ
นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมานักวิจัยของสหรัฐเตือนว่าการระบาดของโรคนี้อาจทำให้มีประชาชน "เสียชีวิตจากความสิ้นหวัง" ถึง 75,000 คน ซึ่งเกิดจากการว่างงาน ขาดการติดต่อทางสังคม และความเครียดด้านสุขภาพจิตอื่นๆ

โดยผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมากกว่าครึ่ง หรือราว 53% กล่าวในการสำรวจว่าสุขภาพจิตของพวกเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการแพร่ระบาด และใบสั่งยาสำหรับยาซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 14% หลังจากการระบาดครั้งแรก

https://www.posttoday.com/world/639107

ระมัดระวังตัวเองด้วยนะคะ....พาพันไฟท์ติ้ง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่