ตอนนี้เราอยู่ม.6แล้วค่ะ เตรียมเข้ามหาลัย พ่อเราเป็นคนที่จริงจังมากๆ ทุกครั้งที่ไปไหนกับเขา ตั้งแต่ม.4-6 เขาก็จะถามตลอดว่า มหาลัยอยากไปที่ไหน อยากเรียนอะไร จบมาอยากทำงานอะไร คือ ต้องบอกก่อนตรงนี้ว่า เราเรียนศิลป์ภาษา แล้วเราอยากไปเรียนต่อที่ตปท.มาก มันมีทุนเต็มจำนวนหลายทุนที่เราอยากยื่น แล้วก็บอกกับพ่อไป พ่อก็ถามว่ามันจะฟรีหมดเลยเหรอ เราก็ด้วยความที่ก็ไม่รู้ ก็บอกว่า มันก็อาจจะเสียแค่ตอนไปรึเปล่า แบบค่าตั๋วไรงี้ แต่ถ้าได้จริงๆเขาจะมีเงินเดือนให้ มีหอพักให้ แล้วก็เรียนฟรี พ่อเราก็พูดว่า ก็เอาให้มันได้ละกัน แต่พอมาถึงม.6แล้วจริงๆ เราก็รู้สึกว่าโอกาสมันน่าจะน้อยมากๆ เลยอยากยื่นที่ไทยเผื่อไว้ ในกรณีเรียนที่ไทย พ่อเคยบอกว่าให้กู้เรียนนะ จะได้มีแรงจูงใจในการเรียน ส่วนค่ากินค่าอยู่ก็อาจจะส่งๆไปช่วยบ้าง เราเลยอยากยื่นมหาลัยที่ชลบุรี จากตัวมหาลัยถึงที่บ้านดูในmapก็ประมาณ200กว่าโล อย่างที่บอกข้างต้น ว่าทุกครั้งที่ไปไหนกับเขา เขาก็จะถามซ้ำๆว่าตกลงมหาลัยเอายังไง ครั้งนี้เราก็พูดไปว่า จะยื่นที่ชลบุรี เขาก็เหมือนเปลี่ยนสีหน้าเเล้วบอกว่าไกลไป จากนั้นก็เริ่มเทศน์อีกเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา แล้วก็บอกว่า
' จริงๆเรียนใกล้บ้านมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เราแค่ชอบภาษาเรียนที่ไหนก็อ่านเขียนพูดได้เหมือนกันทั้งนั้น อีกอย่างนะ เรียนใกล้บ้านเราจะได้ไม่เสียค่าหอค่ากินด้วย เรียนเสร็จก็จะได้กลับมากินข้าวที่บ้านกับเเม่ได้ หลายคนนะที่เรียนไม่จบแต่เป็นเจ้าของธุรกิจเป็นร้อยล้าน ไอพวกที่จบปริญญาเรียนมหาลัยเเพงๆยังมาก้มหัวไหว้เขาอยู่เลย ' อะไรทำนองนี้
เรารู้สึกว่า ชื่อมหาลัย ในปัจจุบันนี่มันค่อนข้างมีผลกับการสมัครงานพอสมควรเลย ถึงเราจะอยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก่อนที่จะทำอะไรแบบนั้นได้เราก็ต้องมีทุนก่อนรึเปล่า เราก็ต้องหาประสบการณ์ก่อนรึเปล่า เราไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้เขาไม่อยากให้เราไป ทั้งๆที่ตอนบอกถึงเรื่องทุนไปตปท.เขาก็ไม่ได้ห้ามเราเลย ทั้งๆที่มันก็ไกลกว่ากันตั้งเยอะ
แล้วอีกอย่าง เราเป็นเด็กที่วันๆก็อยู่แต่บ้าน เพราะที่บ้านไม่อยากให้ออกไปไหน ยิ่งพอพ่อกลับมาอยู่ด้วยกันก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้ออกเลย เขาไม่อยากให้เราไปไหน ไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อน (เราก็พอเข้าใจเขาแหละว่าคงเป็นห่วง แต่พอยิ่งโตขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ ที่บางทีเห็นเพื่อนไปเที่ยวกัน เเล้วเราถูกห้ามไม่ให้ไป ในใจมันก็จะแบบ ทำไมนะ ทำไมพ่อแม่เพื่อนถึงอนุญาต ทำไมเขาถึงคิดต่างจากของเรา) ไม่ให้ทำงานพิเศษ (ตอนปิดเทอม เราเคยอยากไปทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เพิ่มเติม มาเป็นค่าขนมอะไรประมาณนี้ แต่ก็ถูกห้าม บอกว่าเราทำไม่ได้หรอก เเล้วใครจะไปรับไปส่ง ไม่ให้ไป อยากได้อะไรให้มาบอก)
ทั้งหมดนั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องอยู่ตรงนี้ไปตลอดเลยมั้ย เราต้องทำทุกอย่างที่เขาสั่ง ที่เขาอยากให้ทำไปตลอดเลยรึเปล่า เราอยากไปลองใช้ชีวิตที่ตัวเองเป็นคนเลือกเองบ้าง เราเข้าใจว่าทั้งหมด เขาหวังดี และอีกอย่างหลายคนก็คงคิดว่า อายุก็พึ่งแค่นี้ จะอยากรีบออกไปใช้ชีวิตอะไรขนาดนั้น
แต่สำหรับความคิดของเราเเล้ว มันก็น่าจะขัดกับครส.ของผู้ใหญ่หลายๆคน แต่เราคิดว่า เราเกิดมามี1ชีวิตเเล้ว ใช่ที่พ่อกับเเม่เป็นคนให้ชีวิตเรา แต่เราเป็นคนใช้ชีวิตนั้นเอง เราต้องอยู่กับมันจนกว่าจะตายไป เราอยากเป็นคนเลือกเส้นทางเอง อยากลองผิดลองถูกเอง ถ้าสุดท้ายเเล้วทางที่เราเลือกมันผิด เราก็แค่กลับมาเดินทางใหม่ ที่มันถูก เพราะเราก็เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดี ก็ต้องเคยเดินทางผิดมาแล้วทั้งนั้น
สุดท้ายเเล้วจริงๆเราก็จะยื่นที่นั่น แล้วถ้าติดเราก็จะเรียนอยู่ดี แต่ที่ในวันนี้เรามาตั้งกระทู้นี้ เพราะเราอยากรู้ความคิดเห็นแต่ละคน แล้วก็อยากหาคำพูดไปพูดกับเขาให้เข้าใจเรา เราไม่อยากไปในขณะที่เขายังห้ามอยู่แบบนี้
ยาวหน่อย แต่เราอึดอัดใจมากจริงๆ เราไม่เคยพูดชนะเขาเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่เคยกล้าพูดครส.ตรงๆไปด้วย เพราะทุกครั้งที่พูดไป เราจะเป็นฝ่ายผิดเเล้วเขาจะถูกเสมอ เราไม่ได้อยากปฏิเสธความหวังดีของเขา แต่เราอยากเลือกเส้นทางของเราเอง แล้วเราก็อยากให้เขาเข้าใจเราบ้าง สักครั้งนึงก็ยังดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ใส่ข้อความ
อยากเข้ามหาลัยที่อยากเข้า แต่ครอบครัวไม่เห็นด้วย ควรพูดยังไงดีคะ?
' จริงๆเรียนใกล้บ้านมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เราแค่ชอบภาษาเรียนที่ไหนก็อ่านเขียนพูดได้เหมือนกันทั้งนั้น อีกอย่างนะ เรียนใกล้บ้านเราจะได้ไม่เสียค่าหอค่ากินด้วย เรียนเสร็จก็จะได้กลับมากินข้าวที่บ้านกับเเม่ได้ หลายคนนะที่เรียนไม่จบแต่เป็นเจ้าของธุรกิจเป็นร้อยล้าน ไอพวกที่จบปริญญาเรียนมหาลัยเเพงๆยังมาก้มหัวไหว้เขาอยู่เลย ' อะไรทำนองนี้
เรารู้สึกว่า ชื่อมหาลัย ในปัจจุบันนี่มันค่อนข้างมีผลกับการสมัครงานพอสมควรเลย ถึงเราจะอยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก่อนที่จะทำอะไรแบบนั้นได้เราก็ต้องมีทุนก่อนรึเปล่า เราก็ต้องหาประสบการณ์ก่อนรึเปล่า เราไม่รู้เพราะอะไรถึงทำให้เขาไม่อยากให้เราไป ทั้งๆที่ตอนบอกถึงเรื่องทุนไปตปท.เขาก็ไม่ได้ห้ามเราเลย ทั้งๆที่มันก็ไกลกว่ากันตั้งเยอะ
แล้วอีกอย่าง เราเป็นเด็กที่วันๆก็อยู่แต่บ้าน เพราะที่บ้านไม่อยากให้ออกไปไหน ยิ่งพอพ่อกลับมาอยู่ด้วยกันก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้ออกเลย เขาไม่อยากให้เราไปไหน ไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อน (เราก็พอเข้าใจเขาแหละว่าคงเป็นห่วง แต่พอยิ่งโตขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ ที่บางทีเห็นเพื่อนไปเที่ยวกัน เเล้วเราถูกห้ามไม่ให้ไป ในใจมันก็จะแบบ ทำไมนะ ทำไมพ่อแม่เพื่อนถึงอนุญาต ทำไมเขาถึงคิดต่างจากของเรา) ไม่ให้ทำงานพิเศษ (ตอนปิดเทอม เราเคยอยากไปทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เพิ่มเติม มาเป็นค่าขนมอะไรประมาณนี้ แต่ก็ถูกห้าม บอกว่าเราทำไม่ได้หรอก เเล้วใครจะไปรับไปส่ง ไม่ให้ไป อยากได้อะไรให้มาบอก)
ทั้งหมดนั้นมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องอยู่ตรงนี้ไปตลอดเลยมั้ย เราต้องทำทุกอย่างที่เขาสั่ง ที่เขาอยากให้ทำไปตลอดเลยรึเปล่า เราอยากไปลองใช้ชีวิตที่ตัวเองเป็นคนเลือกเองบ้าง เราเข้าใจว่าทั้งหมด เขาหวังดี และอีกอย่างหลายคนก็คงคิดว่า อายุก็พึ่งแค่นี้ จะอยากรีบออกไปใช้ชีวิตอะไรขนาดนั้น
แต่สำหรับความคิดของเราเเล้ว มันก็น่าจะขัดกับครส.ของผู้ใหญ่หลายๆคน แต่เราคิดว่า เราเกิดมามี1ชีวิตเเล้ว ใช่ที่พ่อกับเเม่เป็นคนให้ชีวิตเรา แต่เราเป็นคนใช้ชีวิตนั้นเอง เราต้องอยู่กับมันจนกว่าจะตายไป เราอยากเป็นคนเลือกเส้นทางเอง อยากลองผิดลองถูกเอง ถ้าสุดท้ายเเล้วทางที่เราเลือกมันผิด เราก็แค่กลับมาเดินทางใหม่ ที่มันถูก เพราะเราก็เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดี ก็ต้องเคยเดินทางผิดมาแล้วทั้งนั้น
สุดท้ายเเล้วจริงๆเราก็จะยื่นที่นั่น แล้วถ้าติดเราก็จะเรียนอยู่ดี แต่ที่ในวันนี้เรามาตั้งกระทู้นี้ เพราะเราอยากรู้ความคิดเห็นแต่ละคน แล้วก็อยากหาคำพูดไปพูดกับเขาให้เข้าใจเรา เราไม่อยากไปในขณะที่เขายังห้ามอยู่แบบนี้
ยาวหน่อย แต่เราอึดอัดใจมากจริงๆ เราไม่เคยพูดชนะเขาเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่เคยกล้าพูดครส.ตรงๆไปด้วย เพราะทุกครั้งที่พูดไป เราจะเป็นฝ่ายผิดเเล้วเขาจะถูกเสมอ เราไม่ได้อยากปฏิเสธความหวังดีของเขา แต่เราอยากเลือกเส้นทางของเราเอง แล้วเราก็อยากให้เขาเข้าใจเราบ้าง สักครั้งนึงก็ยังดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้