ในวันที่ร้อนจัด ณ ศาลแห่งหนึ่งในกรุงนิวยอร์ก ชายทั้ง 12 คน ได้ถูกเรียกให้มาเป็นลูกขุน ตัดสินความผิดของเด็กชายคนหนึ่ง
ที่เป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าพ่อตัวเองตาย จากหลักฐานและพยานในชั้นศาลต่างชี้ว่าเด็กมีความผิดจริง
ซึ่งกฎในการตัดสินดคีมีเพียงข้อเดียวคือ ชายทั้ง 12 คน ต้องเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด 12-0
การตัดสินจึงจะมีผล หากตัดสินว่าผิด โทษคือประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า
แล้วมันน่าติดตามขนาดนั้นเลยหรอกับการตัดสินโทษเด็กคนหนึ่ง?
ถ้าคนทั้ง 12 คนเห็นพ้องต้องกันตั้งแต่ทีแรก หนังคงต้องตัดจบไปไวมาก!
แต่กลับกลายเป็นว่ามีชายคนหนึ่ง ลงเสียงว่าเด็ก ไม่ผิด นะสิ
หนังดำเนินเรื่องด้วยฉากๆเดียว นั่นคือห้องที่คณะขุนแปลกหน้าทั้ง 12 คนนี้พูดคุย ปรึกษา หาเรื่อง เอ้ย! หารือ
เสียงแตก 1 เสียงจะถูกโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจ หรือ เขาจะโน้มน้าวให้ทั้ง 11 คนเปลี่ยนใจ หรือว่าจะมีหักมุม
อะไรในตอนท้ายหรือเปล่า มันตื่นเต้นตรงที่ว่า เราไม่รู้เลยว่าใคร ใครจะโพล่งอะไรออกมา
สิ่งที่น่าสนใจ
เราจะเห็นว่า ความคิด ตรรกะเหตุผล ของทั้ง 12 คน ขึ้นอยู่กับนิสัย พื้นฐานครอบครัว ประสบการณ์ อคติ หรือแม้แต่อากาศร้อน!
ที่ยิ่งเติมไฟให้กับการถกเถียงครั้งนี้ให้มันดูดุดันมากขึ้น ทุกคนต่างมีเหตุผลในมุมมองของตัวเอง
และเพราะแบบนี้แหละ ทำให้การใช้เหตุผลกลับกลายเป็นเรื่องส่วนตัว และมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถ้าใครยังไม่เคยดู อยากให้ลองหาชมกันค่ะ แล้วจะรู้ว่า อารมณ์และปมปัญหาส่วนตัวนั้น
มีผลต่อความเป็นความตายของคนๆหนึ่งขนาดไหน
ซึ่งนั่นทำให้กฎหมาย หรือระบบความยุติธรรมนี้มีช่องโหว่ขนาดใหญ่ เท่ากับว่า
มัน
ไม่มีความยุติธรรมอยู่เลยจริงๆ!ลองคิดภาพว่า หากเราต้องโทษ ไม่ว่าเราจะผิดหรือไม่
กลับถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ที่ไม่มีส่วนได้เสีย ให้ลงเสียงว่าจะให้เราอยู่หรือตายดี
แม้แต่พยานสามารถโกหกหรือเบียดเบือนความจริงก็ได้ ความยุติธรรมมันอยู่ตรงไหนกันล่ะ
ชายแปลกหน้าทั้ง 12 คน ในห้องๆเดียวสามารถกุมความสนใจของเราได้อยู่หมัด ขอยกความดีความชอบให้บทและการแสดงของคณะขุน 12 คนนี้ แต่ละคนมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นสีสันให้การถกเถียงครั้งนี้ แต่ละคนจะมี clue หรือข้อสังเกตที่น่าสงสัยแล้วโยนมาในกลุ่ม ฟาดฟันกันด้วยเหตุผล(และอารมณ์โกรธ) เราไม่สามารถเดาทิศทางได้เลยว่าสุดท้ายแล้ว มันจะจบแบบไหน เด็กต้องตายไหม?
แนะนำสำหรับ: คนที่ชอบหนังแนวสืบสวน บางคนอาจจะมองว่าเป็นหนังซีเรียสหรือเปล่า ไม่เลยค่ะ มันมีความจริงจังอยู่ในนั้น แต่ดูง่ายและไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้น เพราะเรามีตัวละครทั้ง 12 คนคิดเหตุผลให้อยู่แล้ว เราอาจจะมองว่าเราเป็นคนหนึ่งที่นั่งมองเค้าคุยกันก็ได้ อยากแนะนำให้หามาดูจริงๆค่ะ เราหยิบมาดูอีกครั้งก็ยังสนุกเหมือนเดิม
-pianonimal-
[ชวนดูหนังเก่า] 12 Angry men: ชายแปลกหน้าทั้ง 12 คนที่ต้องชี้ชะตาชีวิตของเด็กชายคนหนึ่ง
เราจะเห็นว่า ความคิด ตรรกะเหตุผล ของทั้ง 12 คน ขึ้นอยู่กับนิสัย พื้นฐานครอบครัว ประสบการณ์ อคติ หรือแม้แต่อากาศร้อน!
ที่ยิ่งเติมไฟให้กับการถกเถียงครั้งนี้ให้มันดูดุดันมากขึ้น ทุกคนต่างมีเหตุผลในมุมมองของตัวเอง
และเพราะแบบนี้แหละ ทำให้การใช้เหตุผลกลับกลายเป็นเรื่องส่วนตัว และมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถ้าใครยังไม่เคยดู อยากให้ลองหาชมกันค่ะ แล้วจะรู้ว่า อารมณ์และปมปัญหาส่วนตัวนั้น
มีผลต่อความเป็นความตายของคนๆหนึ่งขนาดไหน
ซึ่งนั่นทำให้กฎหมาย หรือระบบความยุติธรรมนี้มีช่องโหว่ขนาดใหญ่ เท่ากับว่า
มันไม่มีความยุติธรรมอยู่เลยจริงๆ!ลองคิดภาพว่า หากเราต้องโทษ ไม่ว่าเราจะผิดหรือไม่
กลับถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ที่ไม่มีส่วนได้เสีย ให้ลงเสียงว่าจะให้เราอยู่หรือตายดี
แม้แต่พยานสามารถโกหกหรือเบียดเบือนความจริงก็ได้ ความยุติธรรมมันอยู่ตรงไหนกันล่ะ
ชายแปลกหน้าทั้ง 12 คน ในห้องๆเดียวสามารถกุมความสนใจของเราได้อยู่หมัด ขอยกความดีความชอบให้บทและการแสดงของคณะขุน 12 คนนี้ แต่ละคนมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นสีสันให้การถกเถียงครั้งนี้ แต่ละคนจะมี clue หรือข้อสังเกตที่น่าสงสัยแล้วโยนมาในกลุ่ม ฟาดฟันกันด้วยเหตุผล(และอารมณ์โกรธ) เราไม่สามารถเดาทิศทางได้เลยว่าสุดท้ายแล้ว มันจะจบแบบไหน เด็กต้องตายไหม?