เราเคยป่วยโรคจิตเวช ตอนนี้หายดีแล้ว ก็มีไปหาหมอนะ แต่เราคิดว่าอีกปัจจัยที่สำคัญมากๆ เลยคือเพื่อน เพื่อนคือปัจจัยที่คนมักลืมเวลาพูดถึง ซึมเศร้า ไบโพล่าร์ จิตเภท หลายอัตลักษณ์และอื่นๆ
เรารู้ว่าเราระบายเยอะมากกกกกก แต่โชคดีที่เรามีคนที่เป็นเพื่อนเราจริงๆ พร้อมจะช่วยเหลือเรา ประกอบกับไม่ได้อาการหนักแบบมากๆ อ่ะ คือเคยทำร้ายตัวเองหนักสุดแค่ตบหน้า ตีแขน ดึงผม เคยคิดฆ่าตัวตายนะ แต่สุดท้ายเป็นตัวเราเองที่เปลี่ยนใจ แบบไม่มีใครมาโน้มน้าวด้วย เราเชื่อว่ามันจะหายได้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้น
คนที่เป็นโรคทางจิตเวช มักมีสติสัมปชัญญะไม่เต็มที่ อย่างเรา เราก็เคยเล่าเรื่องทำนองว่า เราคุยกับคนนึงมา 2 ปี ละแบบเราระบายกับเขา แล้วเขาก็รับไม่ได้ ละคือ คนฟังก้ต้องคิดว่า บ่นมา2ปีช้ะ ความจริงง่ะ คุยแบบปกติมา 2 ปี ละเพิ่งคุยแบบเล่าบางส่วน ไปเกือบถึง 2 เดือน ละเค้าก็เลิกคุยกับเรา
เราก็ขอให้กำลังใจกับทุกคนที่ให้คำปรึกษาเพื่อนที่มีปัญหาทางใจมากๆ นะ อ่อ ขอฝากอะไรสักเล็กน้อย จากประสบการณ์ส่วนตัว
1. คนที่เป็นโรคอ่ะ เขาไม่ได้มีสติดีเท่าเรา บางครั้งเขาอาจยึดมั่นกับคำพูดของเพื่อน โดยไม่สามารถเข้าใจความเกรงใจอะไรแบบนี้ได้ ถ้าเขาถามว่าระบายได้มั้ย คุณควรพูดให้ตรงกับที่คุณรู้สึกนะ อย่าปากไม่ตรงกับใจ เขาอาจมองว่าคุณโกหกโดยเจตนาได้
2. เราควรหาทางไม่ให้เพื่อนที่ป่วย ยืมจมูกเราหายใจมากเกินไป เดี่ยวมันจะเป็นเตี้ยอุ้มค่อม แต่ไม่ได้แปลว่าเราไม่เชียร์ให้คุณรับฟังเพื่อนนะ เราเชียร์แต่ต้องมีวิธีรับมือ เช่น ไม่เดินเข้าหาเขาก่อน แต่มีไรระบายมาเรารับฟังงี้ ค่อยๆแทรกวิธีในการเข้าสังคม หาเพื่อนให้เขางี้ รวมไปถึงการฝึกยอมรับความจริงงี้ คือเขาควรจะช่วยตัวเองด้วยอ่ะ ไม่ใช่พึ่งแต่คนอื่นอย่างเดียว
3. ถ้าคุณขัดแย้งกับเขา ทางความคิดเห็น คุณไม่ควรพูดแบบใช้อารมณ์เอาชนะ คุณอาจจะควรถอยให้เขา เอาใจเขาไปก่อน ให้เขาเชื่อใจคุณ ชอบคุณ แล้วถึงจุดนั้น เขาถึงจะรับฟังคุณจากใจจริงๆ อย่าโจมตีสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา พูดในเชิงพฤติกรรมแทน
4. ไม่อยากให้ทนฟังใครบ่น เพียงเพราะ คิดว่าเขาจะไม่ทิ้งเราไปอ่ะ เพราะถ้าเขาหาย เขาอาจจะไม่ได้สนิทมากเท่าแต่ก่อนก็ได้ หรือถ้ามีคนมายุเขาให้แตกคอกะคุณ เขาอาจจะหลงเชื่อคำยุนั้น แล้วทิ้งคุณไปพักนึง แล้วคุณอาจเสียความรู้สึกก็ได้
ท้ายที่สุด เราก็ช่วยคนอื่นเท่าที่เราช่วยได้อ่ะเนอะ คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้ ถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัยไปเถอะ ถ้ามันเรื่องใหญ่มากๆ ก็ว่าไปตามกฎหมายละกัน ขอเอาใจช่วยคนที่มีปัญหาทุกๆคน โดยเฉพาะทางใจ ให้ผ่านมันไปได้ด้วยดีในท้ายที่สุดนะ^^
ปล. สิ่งที่เห็นนะจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็นไม่จริง เพราะมันอาจเจือปนด้วยอคติของคนมอง หรือเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ในภาพใหญ่ ที่มองแค่ภาพนั้น กับภาพทั้งหมด แล้วเป็นหนังคนละม้วน เลยก็ได้ มันคือสัจธรรมในชีวิตที่เราได้เรียนรู้และเข้าใจมัน
ให้กำลังใจคนที่มีเพื่อนป่วยโรคจิตเวช
เรารู้ว่าเราระบายเยอะมากกกกกก แต่โชคดีที่เรามีคนที่เป็นเพื่อนเราจริงๆ พร้อมจะช่วยเหลือเรา ประกอบกับไม่ได้อาการหนักแบบมากๆ อ่ะ คือเคยทำร้ายตัวเองหนักสุดแค่ตบหน้า ตีแขน ดึงผม เคยคิดฆ่าตัวตายนะ แต่สุดท้ายเป็นตัวเราเองที่เปลี่ยนใจ แบบไม่มีใครมาโน้มน้าวด้วย เราเชื่อว่ามันจะหายได้ แล้วมันก็เป็นแบบนั้น
คนที่เป็นโรคทางจิตเวช มักมีสติสัมปชัญญะไม่เต็มที่ อย่างเรา เราก็เคยเล่าเรื่องทำนองว่า เราคุยกับคนนึงมา 2 ปี ละแบบเราระบายกับเขา แล้วเขาก็รับไม่ได้ ละคือ คนฟังก้ต้องคิดว่า บ่นมา2ปีช้ะ ความจริงง่ะ คุยแบบปกติมา 2 ปี ละเพิ่งคุยแบบเล่าบางส่วน ไปเกือบถึง 2 เดือน ละเค้าก็เลิกคุยกับเรา
เราก็ขอให้กำลังใจกับทุกคนที่ให้คำปรึกษาเพื่อนที่มีปัญหาทางใจมากๆ นะ อ่อ ขอฝากอะไรสักเล็กน้อย จากประสบการณ์ส่วนตัว
1. คนที่เป็นโรคอ่ะ เขาไม่ได้มีสติดีเท่าเรา บางครั้งเขาอาจยึดมั่นกับคำพูดของเพื่อน โดยไม่สามารถเข้าใจความเกรงใจอะไรแบบนี้ได้ ถ้าเขาถามว่าระบายได้มั้ย คุณควรพูดให้ตรงกับที่คุณรู้สึกนะ อย่าปากไม่ตรงกับใจ เขาอาจมองว่าคุณโกหกโดยเจตนาได้
2. เราควรหาทางไม่ให้เพื่อนที่ป่วย ยืมจมูกเราหายใจมากเกินไป เดี่ยวมันจะเป็นเตี้ยอุ้มค่อม แต่ไม่ได้แปลว่าเราไม่เชียร์ให้คุณรับฟังเพื่อนนะ เราเชียร์แต่ต้องมีวิธีรับมือ เช่น ไม่เดินเข้าหาเขาก่อน แต่มีไรระบายมาเรารับฟังงี้ ค่อยๆแทรกวิธีในการเข้าสังคม หาเพื่อนให้เขางี้ รวมไปถึงการฝึกยอมรับความจริงงี้ คือเขาควรจะช่วยตัวเองด้วยอ่ะ ไม่ใช่พึ่งแต่คนอื่นอย่างเดียว
3. ถ้าคุณขัดแย้งกับเขา ทางความคิดเห็น คุณไม่ควรพูดแบบใช้อารมณ์เอาชนะ คุณอาจจะควรถอยให้เขา เอาใจเขาไปก่อน ให้เขาเชื่อใจคุณ ชอบคุณ แล้วถึงจุดนั้น เขาถึงจะรับฟังคุณจากใจจริงๆ อย่าโจมตีสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา พูดในเชิงพฤติกรรมแทน
4. ไม่อยากให้ทนฟังใครบ่น เพียงเพราะ คิดว่าเขาจะไม่ทิ้งเราไปอ่ะ เพราะถ้าเขาหาย เขาอาจจะไม่ได้สนิทมากเท่าแต่ก่อนก็ได้ หรือถ้ามีคนมายุเขาให้แตกคอกะคุณ เขาอาจจะหลงเชื่อคำยุนั้น แล้วทิ้งคุณไปพักนึง แล้วคุณอาจเสียความรู้สึกก็ได้
ท้ายที่สุด เราก็ช่วยคนอื่นเท่าที่เราช่วยได้อ่ะเนอะ คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้ ถ้าให้อภัยได้ก็ให้อภัยไปเถอะ ถ้ามันเรื่องใหญ่มากๆ ก็ว่าไปตามกฎหมายละกัน ขอเอาใจช่วยคนที่มีปัญหาทุกๆคน โดยเฉพาะทางใจ ให้ผ่านมันไปได้ด้วยดีในท้ายที่สุดนะ^^
ปล. สิ่งที่เห็นนะจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็นไม่จริง เพราะมันอาจเจือปนด้วยอคติของคนมอง หรือเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ในภาพใหญ่ ที่มองแค่ภาพนั้น กับภาพทั้งหมด แล้วเป็นหนังคนละม้วน เลยก็ได้ มันคือสัจธรรมในชีวิตที่เราได้เรียนรู้และเข้าใจมัน