รีวิวประสบการณ์ทำงานประจำหลังเรียนจบ

เราเรียนจบกลางปี 2562 ในระหว่างเราเรียนเรามีประสบการณ์ทำงานพาททามร่วมกับผู้อื่นมามากกว่า3ปี เพราะฉะนั้นเราค่อนข้างมีประสบการณ์กับปัญหาในการทำงานมาพอสมควร แต่ทุกอย่างก็ดีมาตลอดจนมาถึงงานประจำแรกของเราหลังเรียนจบ

      เราเริ่มทำงานที่นี่มาได้ 1ปีกับอีก1เดือนในสิ้นเดือนนี้  ตอนสัมภาษณ์ง่ายมากไม่มีอะไรเลย ถามทั่วไป สายที่เราเรียนมาหรือประสบการณ์ทำงานที่เคยมีก็ไม่มีเกี่ยวกับงานที่สมัครเลย ง่ายจนงง งานเราทำเกี่ยวกับพนักงานต้อนรับของรถบลาๆ ที่สถานที่นึง ฟีลนั่งสวยๆคล้ายประชาสัมพันธ์ ใครมาติดต่อถึงจะแนะนำบริการ ลูกค้าส่วนใหญ่คือชาวต่างชาติมีคนไทยเป็นระยะ ทุกสิ่งทุกอย่างดีมากมีปัญหาในการทำงานบ้างตามประสา แต่ความทุกข์ใจเริ่มมาหลังจากสถานการณ์โควิดมาเยือน

       หน้างานเราเปลี่ยนไปแผนกเราต้องพยายามหาลูกค้ามากขึ้น ต้องคอยตะโกนเรียก คอยพูดกับคนที่เข้ามาสลับกันอยู่แบบนั้นทั้งกะ8ชั่วโมงไม่มีเวลาพัก เงินเดือน75% ทำงาน4วันหยุด3วัน/อาทิตย์ มี3กะ ตารางจะเป็นเลือกเองแต่ด้วยความวันหยุดเยอะจึงมีหลายวันที่ได้อยู่คนเดียว แรกๆมันก็เป็นแค่เหนื่อยและท้อ ไม่อยากตะโกนเจ็บคอ ทั้งตะโกนทั้งคุยไปด้วย ทั้งเขียนลงกระดาษทั้งเรียกรถ ทั้งเรียกคนขับมารับลูกค้า มันเหนื่อย แต่สถานการณ์ลูกค้าใช้บริการน้อยก็ต้องทำ เพราะรายรับของบริษัทเหมือนจะมีแค่ทางเดียวคือหวังลูกค้าจากที่แผนกเราหาได้ แต่ด้วยราคาต่างๆมันสูงกว่ารถทั่วไปไปมากกว่าครึ่ง คนจึงใช้บริการน้อยมากเพราะมันแพงไป พวกเราเริ่มโดนว่าจากคนขับรถ

‘ทำไมรั้งลูกค้าไม่อยู่ ทำไมวันนี้ได้น้อย พวกเราไม่เต็มที่ในการเรียกลูกค้า เสียงมันเบาไป ลูกค้าไม่เห็น ลูกค้าไม่ได้ยิน ทำไมวันนี้ทำงานคนเดียวมันจะไปทันได้ยังไง ทำไมไม่ทำงาน2คน ทำไมจัดตารางงานกันแบบนี้ ไม่เห็นหรอว่าลูกค้าผ่านไปแล้ว ทำไมเปลี่ยนไปเมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้นะ ทำไมไม่เป็นกลาง ทำไมเอาพรรคเอาพวก ทำไมรับของกินจากคนขับที่สนิทกัน หางานดีๆให้คนขับที่สนิทกันหรอ ทำไมพูดจาไม่ดี ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำไมกินข้าวที่เค้าเตอร์มันไม่โอเค บลาๆๆๆ’

     และอีกล้านแปดอย่างใน 7 เดือนหลังจากโควิดที่ผ่านมาพวกเราโดนทุกวัน  เรากดดันมาก ช่วงแรกนอนร้องไห้คนเดียวทุกวัน ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแบบนี้ ทำงานไประแวงไป  หลายครั้งที่รับรู้ว่ามีคนเอาพวกเราไปว่าปากต่อปากและมากกว่า80%ไม่เป็นความจริง แต่ไม่เคยมีใครมาถามหาความจริงจากเรา และหลายคนพร้อมเชื่อคำพูดพวกนั้น ใส่ไข่พวกเราสาระพัด ทั้งๆที่ทุกครั้งพอทำงานเสร็จเราและเพื่อนก็มานั่งนับตลอดว่าวันนี้กะเราได้ลูกค้ากี่คน ได้น้อยกว่าเมื่อวานรึเปล่า ทำไงดีจะได้เยอะๆ จากที่ตะโกนเรียกก็ต้องตะโกนให้ดังกว่าเดิม จากนั่งข้างในโดนเปลี่ยนมานั่งข้างนอกเพื่อให้ลูกค้าเห็น จากพนักงานต้อนรับ เรากลายเป็นเซลล์ในคราบของพนักงานต้อนรับด้วยความจำยอม

      ไม่มีการทำยอด ไม่มีเกณฑ์ว่าเราต้องทำได้เท่าไหร่หรอก แต่เราไม่มีความสุขเลย เราลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เราตื่นมาแล้วอยากไปทำงานคือตอนไหน  คนขับรถไม่มีเงินเดือนแต่กิน%จากยอดที่เค้าขับได้ เค้าจึงกดดันพวกเรามาก  พวกเราเข้าใจและก็เราพยายามแล้ว เราพยายามจนมันกลายเป็นเหมือนมันมีแค่เราที่พยายามเข้าใจ พวกเค้าบอกให้เราช่วยกันเพราะสถานการณ์ช่วงนี้มันไม่ปกติ ลูกค้าน้อย แต่พวกเค้าไม่เคยทำความเข้าใจในการทำงานจริงๆเลยว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างปากพูด  พวกเราพยายามมากแค่ไหนมันไม่เคยพอสำหรับความต้องการของพวกเค้าเลย

       กฎมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามคำเรียกร้องของคนขับรถ มีการประชุมหลายต่อหลายครั้งก็ไม่เคยมีความชัดเจนในแนวทางการทำงาน บริษัทเรียกตัวแทนพวกเราไปประชุมร่วมก็หลายครั้งแต่สุดท้ายข้อสรุปก็เอาตามใจคนขับรถ ผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่เคยมาดูหน้างานจริงๆ รับฟังจากคนขับรถอย่างเดียว  ระบบการทำงานพังมาก เราไม่ได้ดูถูกหรือตำหนิไปตามความรู้สึกส่วนตัว แต่ต่อให้คนไม่มีความรู้เรื่องการบริหารงานมารู้เห็นการทำงานจริงๆถ้าไม่ปิดหูปิดตาจะรู้ว่าสิ่งที่เป็นมาตลอดปี 2020 นี้คือบริษัทไม่มีความพร้อมและไม่มีความเป็นบริษัท  

       เราไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงมีแต่คนมีความคิดแปลกๆ ทำไมทุกคนคิดถึงแต่ตัวเองขนาดนั้น แล้วทำไมถึงมาร้องขอความเห็นใจจากพวกเราฝ่ายเดียว ยังดีที่ทุกวันนี้เราใส่แมส ปัญหาที่คนขับคอยหามาโยนๆใส่พวกเรามันทำให้เราทุกข์ใจมาก เราเคยร้องไห้ไปด้วยรับลูกค้าไปด้วย ตะโกนเรียกไปด้วยสลับกันแบบนี้ เราเหมือนคนบ้าเลย เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหาย

      
        สังคมการทำงานและระบบการทำงานที่นี่ย่ำแย่มากๆ ทุกคนที่นี่ไม่เคยคำนึงถึงความเป็นจริง หน้างานไม่เคยมาดู รับฟังแต่คนจำพวกเดียว แต่ไม่เคยจะหัดรับฟังคนที่อยู่หน้างานจริงๆ คำพูดเปลี่ยนไปตลอดเวลา เชื่อใจไม่เคยได้ ขนาดเงินเดือนพวกเราต้องคอยถามกันตลอดว่าได้เท่ากันไหม

         พวกเราไปทำงานคำแรกที่พวกเราถามกันในทุกวันคือ ลาออกเมื่อไหร่ ในเศรษฐกิจแบบนี้คงไม่มีใครอยากตกงานหรอกจริงไหมคะ ความอดทนเรามีนะแต่เราก็พยายามแล้ว เงินเดือนที่ได้ตอนนี้มันไม่น่าพอกับค่าพบหมอด้วยซ้ำ มันฝืนไปหมด มันรู้สึกยากทั้งๆที่จริงๆมันไม่ควรทำมาตั้งหลายเดือนไม่เป็นปัญหาปัญหามาหงอกตอน7-8เดือนหลัง  หัวหน้าบอกเราว่าเค้าเคารพการตัดสินใจของเรา ไม่ว่าเราจะไปทำงานที่ไหนก็มีปัญหาหมดแหละไม่มีที่ไหนไม่มี แต่ไม่มีที่ไหนหนักเท่าที่นี่แล้ว ซึ่งเราเห็นด้วยมากๆ หงึกหงึก


      ใครเรียนจบใหม่หรือกำลังหางานช่วงนี้ดูดีๆนะคะ  ระวังมาเจอที่นี่ ตอนนี้เราขยาดการทำงานมาก และเรามีทำงานอีก3วัน เราจะเป็นอิสระแล้ว  เราอดทนรอถึงวันนั้นไม่ไหว วันที่เราจะตกงานเต็มตัว😂 เงินก็สำคัญแต่ความสบายใจสำคัญกว่าสำหรับเรานะ ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ฝืนไปก็เท่านั้นรีบไปเริ่มหาตั้งต้นใหม่ให้เร็วมันคงดีกว่าเราจมตัวเองอยู่ที่เดิม
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่