25/11/2563
อยากขอพื้นที่ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานนะครับ
เราคือคู่แต่งงานที่อยู่กินกันมา9ปีและแต่งงานกันเมื่อ3ปีที่แล้ว ผมพยายามจะมีลูกมาตลอด แต่นางบอกยังไม่พร้อม ไม่อยากที ลืมบอกไป ผมอายุ39 นางอายุ40
ขอเล่าย้อนไปเมื่อ1/9/2562 การเดินทางครั้งใหม่อีกครั้งที่ต้องทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างไปทำงานเพื่อหารายได้มาปิดหนี้ ที่ร่วมสร้างกันไว้ ทุกอย่างดำเนินไปแบบไม่ค่อยจะราบรื่นนัก ทั้งการปราบปราบของจนท.พม่า และCovid19ที่ปอยเปต สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่เชียงรายเพื่อกักตัว อยู่แบบทำงานบ้าง เที่ยวบ้าง เมื่อกักตัวครบตามที่กำหนด เราเดินทางกลับไปยังบ้านที่ลาดปลาเค้า โดยยังรับเงินเดือนของที่ทำงานเดิมอยู่อีก1เดือน สุดท้ายก็ต้องหางานใหม่ โดยนางไปทำงานบริษัท โบรคเกอร์ ประกันภัย บริษัทหนึ่งใกล้ๆบ้าน ส่วนผม ไปหางานเวปทำใกล้ๆบ้าน
ต่างคนต่างทำงาน แต่ก็กลับมาเจอกัน ทำกับข้าวกินกันแบบง่ายๆ นอนด้วยกัน หัวเราะเล่นกับแมว ทำเหมือนปกติทุกครั้ง แต่ เมื่อสังคมที่ทำงาน กินเลี้ยง สังสรรค์กันบ่อย แรกๆ นางไม่อยากไป อยากกลับบ้านมาเล่นกับแมว อยากมาอยู่กับเรา แต่เราเองที่บอกให้นางไปเข้าสังคมเพื่อการทำงาน นางจึงยอมไป แต่ใครจะรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องที่เกิดมาตลอด 4 เดือนก่อนหน้านี้
สิงหาคม/นครนายก
งานแรกที่ไปสังสรรค์ งานนี้ไม่มีอะไร ไปกับเพื่อน เที่ยวกับเพื่อนปกติ กลับบ้านมาเหมือนเดิม ไปรับไปส่งทำงานเหมือนเดิม ดูแลเอาใจใส่กันเหมือนเดิม
กันยายน/ ผับลานของเล่นซอยมัยลาภ
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการปาร์ตี้ของนางจริงๆ เที่ยวดึกแทบทุกวัน เริ่มเป็นเจ้ของน้องๆในที่ทำงาน จุดโป๊ะอ่ะเหรอ วันเสาร์นางเที่ยวที่ร้านที่ว่ากลับมาตี4 เช้าวันอาทิตย์ เราลงมาทำกับข้าวให้กิน แต่จับได้เพราะนางถือโทรศัพท์ลงมาแบบเปิดหน้าเฟสรูปที่ลงเมื่อคืนอยู่ เราสงสัยว่าทำไมเราไม่เห็นรูป นางรีบกดเป็นสาธารณะทันที เพื่อให้เราเห็น แล้วยังมาบอกว่าเฟสเธอเอ๋อมั๊ง สรุปคือรู้ว่านางกีดกันเราเอาไว้ รูปอะไรก็ตามที่เราไปเม้นในเฟส นางลบออก ส่วน IG นางบล๊อคเรา Tiktok นางลงแต่วีดีโอทำตัวโสด ทำเหมือนคนถูกทิ้ง ทำเหมือนอยู่คนเดียวไม่มีสามีอยู่ที่บ้าน นางบอกนางก็แค่สร้างกระแสไปอย่างนั้น มีผลต่อการทำงาน ให้ใครโยนลูกค้ามาให้
ตุลาคม /ฉะเชิงเทรา/สกายโดม
ช่วงต้นเดือนนางเริ่มไปเข้าสังคม สังสรรค์กลับบ้านดึก ช่วงวันที่10
นางอ้างว่าวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุด บริษัทของนางต้องไปเปิดบูธที่สนามยิงปืนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา นางมีคนมารับแต่เช้า ส่งรูปมาให้ดูตามปกติ แต่ไม่มีรูปบูธที่บริษัทนางไปเปิด การแต่งตัวก็เหมือนไม่ใช่งานของบริษัท เสื้อกล้าม ใส่แจ็คเก็ตยีน กางเกงยีน นางกลับบ้านมา ตี2ครับ อ้างว่าเจ้าภาพเขาเลี้ยงหลังจบงาน
ความจริง นางเริ่มมีคนใหม่ คนๆนั้นไปสอบยิงปืนเพื่อเอาใบประกาศ นางไปเป็นกำลังใจให้เขา แต่กลับดึกเนี่ย ไม่รู้ว่าไปไหนกันต่อ
งานแต่งรุ่นน้องที่บริษัท
คืนนี้นางไปฉลองงานแต่งรุ่นน้องครับ กลับมาตี2 บอกไปนั่งคุยกันต่อ ฉลองกันเยอะมากนะครับ บริษัทนี้
โรงแรม สกายโดม
อันนี้เป็นเรื่องที่เราดันไปเผลอกดเมลบ๊อก เมื่อต้นเดือนพฤจิกา นางBooking ห้องพัก ชื่อผู้เข้าพักเป็นชื่อนาง ในวันที่17/10 เช็คอินตอน4โมงกว่าๆซึ่งมันไม่ใช่เวลาเลิกงาน นางอ้างว่าหัวหน้าให้ไปส่งเพื่อนที่มาจากต่างจังหวัดที่โรงแรม (ไม่ใช่หน้าที่) เช็คอินหน้าcounterราคามันแพงกว่า นางเลยจองให้ จ่ายแทนไปก่อน คืนนั้น นางกลับบ้านมาตี4
ควรเชื่อเหรอ ว่าบริษัทแบบนี้ หัวหน้ามันควรมีวุฒิภาวะนะครับ ให้พนักงานผู้หญิง พาเพื่อนตัวเองไปส่งที่โรงแรม
พฤศจิกายน นครสวรรค์/พัทยา
เดือนนี้ ผมเองรู้สึกว่ามันแปลกไปทุกสิ่ง เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น นครสวรรค์ (งานศพลุง)
นางบอกว่านางจะไปเอง ผมไม่ต้องไป นางออกจากบ้านไปตอนเย็น นางจะไปนอนบ้านเพื่อน เราทะเลาะกันก่อนหน้านางไป นางไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย นางส่งรูปมาตอน3ทุ่มกว่าๆว่าอยู่ร้านเพื่อนแล้ว แต่...ผมแอบเข้าไปดูเฟสเพื่อนนาง เพื่อนคนที่บอกว่าจะไปนอนด้วย ไม่ได้มาร้าน และตำแหน่งของที่นั่ง แปลกๆ เหมือนเพื่อนแหวกให้นางสำหรับคนนั่ง2คน
เช้าขึ้นมาอีกวัน ผมเจออีเมลล์ที่จองโรงแรมสกายโดม ผมเลยโทรหาครับ โทรแต่เช้า ให้นางวีดีโอคอลมาให้ดูว่านอนกับใคร นางปฏิเสธครับ นางบอกนางนอนโรงแรม เมา บ้านเพื่อนไกล ตกบ่ายในเฟส นางลงรูปที่อยู่บนเขา ตัดพ้อชีวิตทำเหมือนโดนทิ้ง ซึ่ง ร้อยวันพันปี นางไม่เคยขึ้นไป เหมือนพาคนไปเที่ยว ซึ่งนางปฏิเสธทั้งหมด รถที่นางเอาไป กลับมาผมขอกุญแจรถเพื่อจะดูเลขไมล์ นางไม่ให้ครับ ใช่ครับนางไม่ได้ขับรถไป และเราก็นั่งคุยกัน สิ่งที่นางพูดคำนึงมันทำให้โลกของผมทั้งใบแหลกสลาย นางบอก "นางอยากมีลูก แต่ไม่อยากมีกับผม" และสิ่งที่โป๊ะก็คือ เมื่อสองวันก่อนคือวันที่ผมขนของออกจากบ้านมาผมโทรไปกราบลาพ่อกับแม่ของนาง ผมไม่ได้ถามอะไร แต่พอของนางบอก ว่านางไม่ได้ขับรถมา นางบอกว่านางมากับเพื่อน ใช่ครับ สิ่งที่ผมจับสังเกตุ ถูกต้องหมด
กลับกรุงเทพมา เริ่มไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวบ่อยๆ อ้างว่าไปค้างบ้านเพื่อน ตลอด
พัทยา
ผมหางานใหม่ให้นางเพื่อรายได้ที่เยอะกว่า ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมเข้าใจว่าเขารับ2ตำแหน่ง คนละสาขา แต่เขารับเพียงคนเดียว สุดท้ายนางก็ได้งานไป
นางลาออกจากที่ทำงานเก่า ในวันศุกร์ เสาร์นางบอกบริษัทจะไปคุยกับลูกค้าที่พัทยา แล้วจะใช้งบของบริษัท นอนค้างอีกคืน เพื่อจะได้เที่ยวกันต่อ ดีนะครับบริษัทนี้ ลาออกแล้วก็ยังไปทำงานแถมได้กินเที่ยวฟรี นางอ้างหัวหน้าครับ สุดท้ายผมก็จับโป๊ะได้อีก ว่านางไม่ได้ไปทำงาน นางไปกับคนที่มารับในไปวันเสาร์ แล้วบอกจะกลับวันอาทิตย์ แต่สุดท้ายนางกลับมาวันจันทร์ เกือบเที่ยงคืน บริษัทดีครับ เที่ยว3วัน2คืนแบบฟรีๆ
ผมจับสังเกตุจากSocial ก็เจอครับ คนที่นางไปด้วยตลอด น่าจะอายุ 29-30 ปี ใช่ครับ ทุกอย่างถูกตัดสินใจได้ง่ายเลย เด็กกว่า หนุ่มกว่า พาไปเที่ยวได้บ่อยกว่า ไม่มีภาระอะไร
วันแตกหัก23/11
นางไม่กลับบ้านบ่อยขึ้น เที่ยวบ่อยขึ้น ไม่สนใจแมวที่บ้าน ไม่สนงานบ้าน ไม่สนโลก หลงผู้ชายคนนั้นหัวปักหัวปำ นางบอกจะไปเที่ยวกับเพื่อนในคืนวันเสาร์ วันนี้ไม่กลับ วันอาทิตย์นางบอกจะไปวัดไปทำบุญ ผมก็เจอครับว่าไปทำบุญที่ไหน อ่อลืมบอกไป นางย้ายศาสนาไปเป็นคริสต์แล้วเมือต้นปี คืนวันอาทิตย์ นางบอกจะกลับบ้าน ผมเมาหลับไปตื่นมาตี4 แบะก็ใช่ครับ นางไม่กลับบ้านครับ อ้างว่านอนบ้านเพื่อน ผมระเบิดอารมณ์ครับ ขนของที่กะว่าจะฝากไว้ก่อน ขึ้นรถ เอาแมวขึ้นรถ ขับออกมาจากบ้านเลย แต่ก็สังเกตุเห็นว่า มีของๆนางอยู่ในรถ ผมเลยกลับไป ก็บังเอิญเจอรถคันเดิมทะเบียนพิษณุโลกขับสวนออกมาจากหมู่บ้าน ครับ นอนบ้านเพื่อน แต่เจ้าของรถที่มารับมาส่งเป็นผู้ชาย แค่นั้น ผมไม่ควรคิดอะไรมากเนอะ
ถึงบ้าน ผมเจอนาง ผมพูดประโยคสุดท้ายหลังจากเอาสมบัติของนางวางไว้หน้าบ้าน
การจากลากันด้วยคำเพียง3 คำ ซึ่งเป็นคำที่ผมไม่เคยใช้สรรพนามนี้กับนางเลย
"กูเกลียดมึj"
8ปี 8เดือน และ 18วัน กับการรักเพียงคนเดียว ไม่เอาเพื่อน ไม่นอกใจ ไม่เอาใคร พยายามทำทุกอย่างเพื่อสร้างครอบครัวที่ดีที่สุด แต่กลับถูกทิ้งและทำกันแบบนี้
พอเจ็บขึ้นมา ไม่มีที่ระบาย อัดอั้นมาตลอดเหมือนตกนรกทั้งเป็น นอนร้องไห้ทุกคืน เมาทุกวัน ร่างกายซูบผอมเพราะตรอมใจ เพราะความ"ไว้ใจ"แท้ๆเลย
สุขสันต์วันครบแต่งงาน ปีที่3 25/11/2020นะครับ
คนที่"กูเกลียด"ที่สุดในชีวิต
เกือบ 9 ปี กับความไว้ใจ
อยากขอพื้นที่ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานนะครับ
เราคือคู่แต่งงานที่อยู่กินกันมา9ปีและแต่งงานกันเมื่อ3ปีที่แล้ว ผมพยายามจะมีลูกมาตลอด แต่นางบอกยังไม่พร้อม ไม่อยากที ลืมบอกไป ผมอายุ39 นางอายุ40
ขอเล่าย้อนไปเมื่อ1/9/2562 การเดินทางครั้งใหม่อีกครั้งที่ต้องทิ้งบ้าน ทิ้งทุกอย่างไปทำงานเพื่อหารายได้มาปิดหนี้ ที่ร่วมสร้างกันไว้ ทุกอย่างดำเนินไปแบบไม่ค่อยจะราบรื่นนัก ทั้งการปราบปราบของจนท.พม่า และCovid19ที่ปอยเปต สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่เชียงรายเพื่อกักตัว อยู่แบบทำงานบ้าง เที่ยวบ้าง เมื่อกักตัวครบตามที่กำหนด เราเดินทางกลับไปยังบ้านที่ลาดปลาเค้า โดยยังรับเงินเดือนของที่ทำงานเดิมอยู่อีก1เดือน สุดท้ายก็ต้องหางานใหม่ โดยนางไปทำงานบริษัท โบรคเกอร์ ประกันภัย บริษัทหนึ่งใกล้ๆบ้าน ส่วนผม ไปหางานเวปทำใกล้ๆบ้าน
ต่างคนต่างทำงาน แต่ก็กลับมาเจอกัน ทำกับข้าวกินกันแบบง่ายๆ นอนด้วยกัน หัวเราะเล่นกับแมว ทำเหมือนปกติทุกครั้ง แต่ เมื่อสังคมที่ทำงาน กินเลี้ยง สังสรรค์กันบ่อย แรกๆ นางไม่อยากไป อยากกลับบ้านมาเล่นกับแมว อยากมาอยู่กับเรา แต่เราเองที่บอกให้นางไปเข้าสังคมเพื่อการทำงาน นางจึงยอมไป แต่ใครจะรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องที่เกิดมาตลอด 4 เดือนก่อนหน้านี้
สิงหาคม/นครนายก
งานแรกที่ไปสังสรรค์ งานนี้ไม่มีอะไร ไปกับเพื่อน เที่ยวกับเพื่อนปกติ กลับบ้านมาเหมือนเดิม ไปรับไปส่งทำงานเหมือนเดิม ดูแลเอาใจใส่กันเหมือนเดิม
กันยายน/ ผับลานของเล่นซอยมัยลาภ
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการปาร์ตี้ของนางจริงๆ เที่ยวดึกแทบทุกวัน เริ่มเป็นเจ้ของน้องๆในที่ทำงาน จุดโป๊ะอ่ะเหรอ วันเสาร์นางเที่ยวที่ร้านที่ว่ากลับมาตี4 เช้าวันอาทิตย์ เราลงมาทำกับข้าวให้กิน แต่จับได้เพราะนางถือโทรศัพท์ลงมาแบบเปิดหน้าเฟสรูปที่ลงเมื่อคืนอยู่ เราสงสัยว่าทำไมเราไม่เห็นรูป นางรีบกดเป็นสาธารณะทันที เพื่อให้เราเห็น แล้วยังมาบอกว่าเฟสเธอเอ๋อมั๊ง สรุปคือรู้ว่านางกีดกันเราเอาไว้ รูปอะไรก็ตามที่เราไปเม้นในเฟส นางลบออก ส่วน IG นางบล๊อคเรา Tiktok นางลงแต่วีดีโอทำตัวโสด ทำเหมือนคนถูกทิ้ง ทำเหมือนอยู่คนเดียวไม่มีสามีอยู่ที่บ้าน นางบอกนางก็แค่สร้างกระแสไปอย่างนั้น มีผลต่อการทำงาน ให้ใครโยนลูกค้ามาให้
ตุลาคม /ฉะเชิงเทรา/สกายโดม
ช่วงต้นเดือนนางเริ่มไปเข้าสังคม สังสรรค์กลับบ้านดึก ช่วงวันที่10
นางอ้างว่าวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุด บริษัทของนางต้องไปเปิดบูธที่สนามยิงปืนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา นางมีคนมารับแต่เช้า ส่งรูปมาให้ดูตามปกติ แต่ไม่มีรูปบูธที่บริษัทนางไปเปิด การแต่งตัวก็เหมือนไม่ใช่งานของบริษัท เสื้อกล้าม ใส่แจ็คเก็ตยีน กางเกงยีน นางกลับบ้านมา ตี2ครับ อ้างว่าเจ้าภาพเขาเลี้ยงหลังจบงาน
ความจริง นางเริ่มมีคนใหม่ คนๆนั้นไปสอบยิงปืนเพื่อเอาใบประกาศ นางไปเป็นกำลังใจให้เขา แต่กลับดึกเนี่ย ไม่รู้ว่าไปไหนกันต่อ
งานแต่งรุ่นน้องที่บริษัท
คืนนี้นางไปฉลองงานแต่งรุ่นน้องครับ กลับมาตี2 บอกไปนั่งคุยกันต่อ ฉลองกันเยอะมากนะครับ บริษัทนี้
โรงแรม สกายโดม
อันนี้เป็นเรื่องที่เราดันไปเผลอกดเมลบ๊อก เมื่อต้นเดือนพฤจิกา นางBooking ห้องพัก ชื่อผู้เข้าพักเป็นชื่อนาง ในวันที่17/10 เช็คอินตอน4โมงกว่าๆซึ่งมันไม่ใช่เวลาเลิกงาน นางอ้างว่าหัวหน้าให้ไปส่งเพื่อนที่มาจากต่างจังหวัดที่โรงแรม (ไม่ใช่หน้าที่) เช็คอินหน้าcounterราคามันแพงกว่า นางเลยจองให้ จ่ายแทนไปก่อน คืนนั้น นางกลับบ้านมาตี4
ควรเชื่อเหรอ ว่าบริษัทแบบนี้ หัวหน้ามันควรมีวุฒิภาวะนะครับ ให้พนักงานผู้หญิง พาเพื่อนตัวเองไปส่งที่โรงแรม
พฤศจิกายน นครสวรรค์/พัทยา
เดือนนี้ ผมเองรู้สึกว่ามันแปลกไปทุกสิ่ง เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น นครสวรรค์ (งานศพลุง)
นางบอกว่านางจะไปเอง ผมไม่ต้องไป นางออกจากบ้านไปตอนเย็น นางจะไปนอนบ้านเพื่อน เราทะเลาะกันก่อนหน้านางไป นางไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย นางส่งรูปมาตอน3ทุ่มกว่าๆว่าอยู่ร้านเพื่อนแล้ว แต่...ผมแอบเข้าไปดูเฟสเพื่อนนาง เพื่อนคนที่บอกว่าจะไปนอนด้วย ไม่ได้มาร้าน และตำแหน่งของที่นั่ง แปลกๆ เหมือนเพื่อนแหวกให้นางสำหรับคนนั่ง2คน
เช้าขึ้นมาอีกวัน ผมเจออีเมลล์ที่จองโรงแรมสกายโดม ผมเลยโทรหาครับ โทรแต่เช้า ให้นางวีดีโอคอลมาให้ดูว่านอนกับใคร นางปฏิเสธครับ นางบอกนางนอนโรงแรม เมา บ้านเพื่อนไกล ตกบ่ายในเฟส นางลงรูปที่อยู่บนเขา ตัดพ้อชีวิตทำเหมือนโดนทิ้ง ซึ่ง ร้อยวันพันปี นางไม่เคยขึ้นไป เหมือนพาคนไปเที่ยว ซึ่งนางปฏิเสธทั้งหมด รถที่นางเอาไป กลับมาผมขอกุญแจรถเพื่อจะดูเลขไมล์ นางไม่ให้ครับ ใช่ครับนางไม่ได้ขับรถไป และเราก็นั่งคุยกัน สิ่งที่นางพูดคำนึงมันทำให้โลกของผมทั้งใบแหลกสลาย นางบอก "นางอยากมีลูก แต่ไม่อยากมีกับผม" และสิ่งที่โป๊ะก็คือ เมื่อสองวันก่อนคือวันที่ผมขนของออกจากบ้านมาผมโทรไปกราบลาพ่อกับแม่ของนาง ผมไม่ได้ถามอะไร แต่พอของนางบอก ว่านางไม่ได้ขับรถมา นางบอกว่านางมากับเพื่อน ใช่ครับ สิ่งที่ผมจับสังเกตุ ถูกต้องหมด
กลับกรุงเทพมา เริ่มไม่กลับบ้าน ไปเที่ยวบ่อยๆ อ้างว่าไปค้างบ้านเพื่อน ตลอด
พัทยา
ผมหางานใหม่ให้นางเพื่อรายได้ที่เยอะกว่า ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมเข้าใจว่าเขารับ2ตำแหน่ง คนละสาขา แต่เขารับเพียงคนเดียว สุดท้ายนางก็ได้งานไป
นางลาออกจากที่ทำงานเก่า ในวันศุกร์ เสาร์นางบอกบริษัทจะไปคุยกับลูกค้าที่พัทยา แล้วจะใช้งบของบริษัท นอนค้างอีกคืน เพื่อจะได้เที่ยวกันต่อ ดีนะครับบริษัทนี้ ลาออกแล้วก็ยังไปทำงานแถมได้กินเที่ยวฟรี นางอ้างหัวหน้าครับ สุดท้ายผมก็จับโป๊ะได้อีก ว่านางไม่ได้ไปทำงาน นางไปกับคนที่มารับในไปวันเสาร์ แล้วบอกจะกลับวันอาทิตย์ แต่สุดท้ายนางกลับมาวันจันทร์ เกือบเที่ยงคืน บริษัทดีครับ เที่ยว3วัน2คืนแบบฟรีๆ
ผมจับสังเกตุจากSocial ก็เจอครับ คนที่นางไปด้วยตลอด น่าจะอายุ 29-30 ปี ใช่ครับ ทุกอย่างถูกตัดสินใจได้ง่ายเลย เด็กกว่า หนุ่มกว่า พาไปเที่ยวได้บ่อยกว่า ไม่มีภาระอะไร
วันแตกหัก23/11
นางไม่กลับบ้านบ่อยขึ้น เที่ยวบ่อยขึ้น ไม่สนใจแมวที่บ้าน ไม่สนงานบ้าน ไม่สนโลก หลงผู้ชายคนนั้นหัวปักหัวปำ นางบอกจะไปเที่ยวกับเพื่อนในคืนวันเสาร์ วันนี้ไม่กลับ วันอาทิตย์นางบอกจะไปวัดไปทำบุญ ผมก็เจอครับว่าไปทำบุญที่ไหน อ่อลืมบอกไป นางย้ายศาสนาไปเป็นคริสต์แล้วเมือต้นปี คืนวันอาทิตย์ นางบอกจะกลับบ้าน ผมเมาหลับไปตื่นมาตี4 แบะก็ใช่ครับ นางไม่กลับบ้านครับ อ้างว่านอนบ้านเพื่อน ผมระเบิดอารมณ์ครับ ขนของที่กะว่าจะฝากไว้ก่อน ขึ้นรถ เอาแมวขึ้นรถ ขับออกมาจากบ้านเลย แต่ก็สังเกตุเห็นว่า มีของๆนางอยู่ในรถ ผมเลยกลับไป ก็บังเอิญเจอรถคันเดิมทะเบียนพิษณุโลกขับสวนออกมาจากหมู่บ้าน ครับ นอนบ้านเพื่อน แต่เจ้าของรถที่มารับมาส่งเป็นผู้ชาย แค่นั้น ผมไม่ควรคิดอะไรมากเนอะ
ถึงบ้าน ผมเจอนาง ผมพูดประโยคสุดท้ายหลังจากเอาสมบัติของนางวางไว้หน้าบ้าน
การจากลากันด้วยคำเพียง3 คำ ซึ่งเป็นคำที่ผมไม่เคยใช้สรรพนามนี้กับนางเลย
"กูเกลียดมึj"
8ปี 8เดือน และ 18วัน กับการรักเพียงคนเดียว ไม่เอาเพื่อน ไม่นอกใจ ไม่เอาใคร พยายามทำทุกอย่างเพื่อสร้างครอบครัวที่ดีที่สุด แต่กลับถูกทิ้งและทำกันแบบนี้
พอเจ็บขึ้นมา ไม่มีที่ระบาย อัดอั้นมาตลอดเหมือนตกนรกทั้งเป็น นอนร้องไห้ทุกคืน เมาทุกวัน ร่างกายซูบผอมเพราะตรอมใจ เพราะความ"ไว้ใจ"แท้ๆเลย
สุขสันต์วันครบแต่งงาน ปีที่3 25/11/2020นะครับ
คนที่"กูเกลียด"ที่สุดในชีวิต