สวัสดีครับช่วงนี้ผมเครียดมากๆๆๆๆๆๆๆเลย ผมได้งานโรงงานนึง ก่อนเข้าเขาให้ไปตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจฉี่ เอ๊กเรย์ปอด สรุปปกติทุกอย่าง ยกเว้นปอดครับ หมอเขาตรวจเจอก้อนเนื้อ หลังจากนั้นผมก็ไปตรวจ รพ.ประจำอำเภอ เขาก็ส่งตัวไป รพ.จังหวัด แล้ว รพ.จังหวัดเขาก็วินิจฉัย ให้ตัดออก เพราะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และโอกาสก้อนเนื้อโตในอนาคต หลังจากนั้นเขาได้ทำเรื่องส่งตัวไปตัดชิ้นเยื้อที่ วชิรพยาบาล ที่ กทม. ไม่รู้ว่าจะได้พักฟื้นกี่วัน หลังทำเจ็บไหม แล้วต้องไปตรวจรายเดือน รายปีหรือเปล่า เห้ออออ //เครียดมากๆเลยครับ งานก็หายาก แถมสุขภาพแย่อีก ยากจังชีวิต ท้อแท้มากๆเลยครับ เพื่อนๆทำงานกันหมดแล้ว มีเงินเดือน มีงานที่ดี ตัดมาที่ผมไม่มีอะไรเลยคิดแล้วก็น้อยใจ ปล.ผมอายุ 24 จบมาผ่อนผันเกณฑ์ทหารสองปี ไม่ได้ทำงานบริษัท ช่วยงานที่บ้าน ผ่อนปีแรกเพราะจบช้าเทอมนึง ปีสองเรื่องสุขภาพ มีใครชีวิตคล้ายๆผมบ้างไหมครับขอกำลังใจหน่อย
-----------อัพเดทนะครับ-------------
ผมได้ทำการผ่าตัด และเอาชิ้นเนื้อไปดูแล้วนะครับ สรุปไม่ได้เป็นมะเร็ง หมอบอกว่าเป็นเชื้อรา ผ่าตัดเมื่อ 12 มีนาคม ได้ออกจาก รพ.วันที่ 15 มีนาคม สรุปเหตุการณ์นะครับ => ไปนอนโรงบาล11 มีนาคม วันแรกพี่พยาบาลเขามาเปิดเส้นทิ้งไว้ให้ ตอนตี 1 เจ็บมากกกกกกก พอเช้าวันที่ 12 มีนาคม ตอน 9 โมงเช้า เอาขึ้นเตียงเพื่อไป เอ็กเรย์ ในใจก็เออสงสัยแค่เอาไปตรวจมั้ง สรุปคือเอาไปเชือดเลยจ้า ไม่ได้ให้ทำใจเลย 55555+ พาไปฉีดสีที่ปอด แล้วเอ็กเรย์ CT Scan เจ็บมากกกกตอนฉีดสีที่ปอด หลายเข็มมากทั้งยาชา และเข็มสีที่ฉีดเข้าปอด เพื่อระบุจุดที่แน่ชัดที่จะเอาก้อนเนื้อออก (กลัวมากกำมือพี่พยาบาลแน่นเลย 555+) พอหลังจากนั้นก็เข็นเข้าห้องผ่าตัดเลย แสงจากไฟในห้องเยอะมากๆ เอาขึ้นเตียงพี่พยาบาลก็ฉีดยาสลบรู้สึกแสบๆแขนที่ฉีด จากนั้นแล้วไม่เกิน 4 วิภาพตัดซิครับ 555+ ลืมตามาอีกทีพี่พยาบาลก็เรียกชื่อแล้วเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ถูกนำไปที่เตียงนอน พ่อแม่และแฟนก็มาเยี่ยม แล้วก็ได้กินข้าวตอนนั้นเลย แขนทั้งสองข้างเปิดเส้นไว้ ใช้ใส่น้ำเกลือข้างนึง อีกข้างเปิดไว้รอใส่ยาที่จะฉีด แล้วก็ต้องมี Triflow ไว้ดูดเพื่อบริหารปอดด้วย พี่พยาบาลบอกต้องดูดเพื่อกันปอดแฟบ ผมก็กลัวดิพยายามดูด แต่เจ็บมากๆวันแรกๆดูดไม่ขึ้นซักลูกเลย ในวันแรกๆทรมานมากๆเลย เจ็บมากแค่หายใจยังเจ็บเลย ตอนดึกๆต้องเรียกพี่พยาบาลว่าไม่ไหว เขาจึงมาฉีดยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการให้ 3 วันแรกออกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะต้องมีสายยางเจาะจากไว้ที่ปอด เพื่อระบายเลือดที่ไหลออกจากปอด เวลาจะฉี่ก็มีโหลมาให้ฉี่ ก็นั่งฉี่บนเตียงแหละ ขอให้พี่พยาบาลปิดผ้าม่านไว้ให้ ก็เป็นแบบนี้วนไปๆ จนวันที่ 14 มีนาคม หมอก็มาเอาสายยางที่เสียบคาปอดออกให้ เวลาเอาออกหมอบอกให้กั้นหายใจเอาไว้ แล้วหมอก็ดึงออกเสร็จก็เย็บแผลที่เป็นรูสายยางเสียบปอด อ้าาาาา เจ็บอยู่เด้อบอกเลย พอผมลงจากเตียงได้สิ่งแรกที่คิดถึงเลย ห้องน้ำซิครับ ปล่อยทุกข์เต็มที่(อึ 55+) แล้ววันที่ 15 ก็ได้กลับบ้าน หลังจากนี้ก็ไปล้างแผลที่โรงบาลแถวบ้านทุกวัน แล้วก็เวลาอาบน้ำห้ามแผลโดนน้ำ แบบนี้วนไปจนได้เวลาไปหาหมออีกรอบที่ วชิรพยาบาล เพราะต้องเอ๊กเรย์และดูแผล หมอก็ให้ไปตัดไหมได้เลย ตัดที่โรงบาลนี้แหละ เวลาตัดไหมก็เจ็บอยู่เด้อ พี่พยาบาลบอกแผลพวกนี้ หมอจะเย็บแผล และดึงปมให้แน่นๆ (ปมด้ายตรงรูท่อระบายเลือด) แล้วก็ผ่านไปด้วยดีหลังจากนั้นหมอก็นัดไปเอ็กเรย์ 2-3 ครั้ง จนวันที่ 8 กันยา หมอบอกปกติแล้วนะ หมอจะไม่นัดแล้วนะ (เย้ๆ จบการรักษาแล้ว)
-----------------------------------------
ความรู้สึกผมช่วงแรกที่ได้รู้ว่าตัวเองมีก้อนเนื้อที่ปอดคือ เครียดมากกลัวเป็นมะเร็งกลัวตายมาก กลัวเป็นคนติดเตียง ขับรถกลับจากโรงบาลก็ร้องไห้ กลับมาบ้านตอนกลางคืนก็ร้องไห้ เครียดนอนไม่ค่อยหลับเลยช่วงนั้น เคยมีความคิดแวปนึงถ้าผ่าตัดน่าจะหลับๆ ไปเลยก็ได้ไม่ต้องมาเหนื่อยกับชีวิตอีก แต่ก็ไม่ได้เป็นห่วงพ่อแม่ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้คือโล่งมากยังกับได้ชีวิตใหม่ 555+ เข้าใจคำว่าชีวิตคนมันสั้น ก็ได้บทเรียนจากอันนี้แหละ และเราจะเห็นเพื่อนแท้ มิตรเทียมจากเวลาที่เราล้มหรือลำบาก ก็จากตรงนี้เหมือนกัน ใครที่เป็นแบบผมหรือเจอปัญหาอะไร ก็ขอให้สู้ๆนะครับ ชีวิตพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้เสมอ ♥
เครียดมาก งานไม่มีสุขภาพก็ไม่ดีเช่นกัน
-----------อัพเดทนะครับ-------------
ผมได้ทำการผ่าตัด และเอาชิ้นเนื้อไปดูแล้วนะครับ สรุปไม่ได้เป็นมะเร็ง หมอบอกว่าเป็นเชื้อรา ผ่าตัดเมื่อ 12 มีนาคม ได้ออกจาก รพ.วันที่ 15 มีนาคม สรุปเหตุการณ์นะครับ => ไปนอนโรงบาล11 มีนาคม วันแรกพี่พยาบาลเขามาเปิดเส้นทิ้งไว้ให้ ตอนตี 1 เจ็บมากกกกกกก พอเช้าวันที่ 12 มีนาคม ตอน 9 โมงเช้า เอาขึ้นเตียงเพื่อไป เอ็กเรย์ ในใจก็เออสงสัยแค่เอาไปตรวจมั้ง สรุปคือเอาไปเชือดเลยจ้า ไม่ได้ให้ทำใจเลย 55555+ พาไปฉีดสีที่ปอด แล้วเอ็กเรย์ CT Scan เจ็บมากกกกตอนฉีดสีที่ปอด หลายเข็มมากทั้งยาชา และเข็มสีที่ฉีดเข้าปอด เพื่อระบุจุดที่แน่ชัดที่จะเอาก้อนเนื้อออก (กลัวมากกำมือพี่พยาบาลแน่นเลย 555+) พอหลังจากนั้นก็เข็นเข้าห้องผ่าตัดเลย แสงจากไฟในห้องเยอะมากๆ เอาขึ้นเตียงพี่พยาบาลก็ฉีดยาสลบรู้สึกแสบๆแขนที่ฉีด จากนั้นแล้วไม่เกิน 4 วิภาพตัดซิครับ 555+ ลืมตามาอีกทีพี่พยาบาลก็เรียกชื่อแล้วเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ถูกนำไปที่เตียงนอน พ่อแม่และแฟนก็มาเยี่ยม แล้วก็ได้กินข้าวตอนนั้นเลย แขนทั้งสองข้างเปิดเส้นไว้ ใช้ใส่น้ำเกลือข้างนึง อีกข้างเปิดไว้รอใส่ยาที่จะฉีด แล้วก็ต้องมี Triflow ไว้ดูดเพื่อบริหารปอดด้วย พี่พยาบาลบอกต้องดูดเพื่อกันปอดแฟบ ผมก็กลัวดิพยายามดูด แต่เจ็บมากๆวันแรกๆดูดไม่ขึ้นซักลูกเลย ในวันแรกๆทรมานมากๆเลย เจ็บมากแค่หายใจยังเจ็บเลย ตอนดึกๆต้องเรียกพี่พยาบาลว่าไม่ไหว เขาจึงมาฉีดยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการให้ 3 วันแรกออกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะต้องมีสายยางเจาะจากไว้ที่ปอด เพื่อระบายเลือดที่ไหลออกจากปอด เวลาจะฉี่ก็มีโหลมาให้ฉี่ ก็นั่งฉี่บนเตียงแหละ ขอให้พี่พยาบาลปิดผ้าม่านไว้ให้ ก็เป็นแบบนี้วนไปๆ จนวันที่ 14 มีนาคม หมอก็มาเอาสายยางที่เสียบคาปอดออกให้ เวลาเอาออกหมอบอกให้กั้นหายใจเอาไว้ แล้วหมอก็ดึงออกเสร็จก็เย็บแผลที่เป็นรูสายยางเสียบปอด อ้าาาาา เจ็บอยู่เด้อบอกเลย พอผมลงจากเตียงได้สิ่งแรกที่คิดถึงเลย ห้องน้ำซิครับ ปล่อยทุกข์เต็มที่(อึ 55+) แล้ววันที่ 15 ก็ได้กลับบ้าน หลังจากนี้ก็ไปล้างแผลที่โรงบาลแถวบ้านทุกวัน แล้วก็เวลาอาบน้ำห้ามแผลโดนน้ำ แบบนี้วนไปจนได้เวลาไปหาหมออีกรอบที่ วชิรพยาบาล เพราะต้องเอ๊กเรย์และดูแผล หมอก็ให้ไปตัดไหมได้เลย ตัดที่โรงบาลนี้แหละ เวลาตัดไหมก็เจ็บอยู่เด้อ พี่พยาบาลบอกแผลพวกนี้ หมอจะเย็บแผล และดึงปมให้แน่นๆ (ปมด้ายตรงรูท่อระบายเลือด) แล้วก็ผ่านไปด้วยดีหลังจากนั้นหมอก็นัดไปเอ็กเรย์ 2-3 ครั้ง จนวันที่ 8 กันยา หมอบอกปกติแล้วนะ หมอจะไม่นัดแล้วนะ (เย้ๆ จบการรักษาแล้ว)
-----------------------------------------
ความรู้สึกผมช่วงแรกที่ได้รู้ว่าตัวเองมีก้อนเนื้อที่ปอดคือ เครียดมากกลัวเป็นมะเร็งกลัวตายมาก กลัวเป็นคนติดเตียง ขับรถกลับจากโรงบาลก็ร้องไห้ กลับมาบ้านตอนกลางคืนก็ร้องไห้ เครียดนอนไม่ค่อยหลับเลยช่วงนั้น เคยมีความคิดแวปนึงถ้าผ่าตัดน่าจะหลับๆ ไปเลยก็ได้ไม่ต้องมาเหนื่อยกับชีวิตอีก แต่ก็ไม่ได้เป็นห่วงพ่อแม่ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้คือโล่งมากยังกับได้ชีวิตใหม่ 555+ เข้าใจคำว่าชีวิตคนมันสั้น ก็ได้บทเรียนจากอันนี้แหละ และเราจะเห็นเพื่อนแท้ มิตรเทียมจากเวลาที่เราล้มหรือลำบาก ก็จากตรงนี้เหมือนกัน ใครที่เป็นแบบผมหรือเจอปัญหาอะไร ก็ขอให้สู้ๆนะครับ ชีวิตพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้เสมอ ♥