แชร์ประสบการณ์ชีวิตรัก อยู่กับคนที่ไม่ได้รักเราก็ทุกข์ใจไปอีกแบบ

สวัสดีค่ะ เราเพิ่งตั้งกระทู้ไปวันก่อน ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาให้ความคิดเห็นนะคะ
เนื่องจากกระทู้ที่แล้ว วันนี้มีเรื่องราวจากชีวิตจริงอยากมาเล่าเป็นประสบการณ์เผื่อใครกำลังมีความรักหรือเรื่องราวมันตรงกับชีวิตจริงของใครอยู่

ประโยคที่ว่า "เรื่องเราใช้หัวใจ เรื่องคนอื่นใช้สมอง" เกิดขึ้นกับเราค่ะ

กลางปี 2559
เรื่องราว มีอยู่ว่า เรารู้จักกับผู้ชายคนนึง เขาเป็นผู้ชายที่สูง หล่อ เอเชีย ตามสเป็คเราทุกอย่าง
เขาเป็นลูกค้าค่ะ เราชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน และเขาก็จำเราได้ตั้งแต่ครั้งแรกเช่นกัน

ปี 2560
เราได้แลกเบอร์กันเนื่องจากเรารู้ในเรื่องที่เขาอยากรู้ เขาเลยอยากถามและขอข้อมูลจากเรา
เขาติดต่อผ่านข้อความเรามาก่อนค่ะ เราตอบเฉพาะที่เขาถาม เพราะเราคิดว่าเขามีแฟนแล้ว
ทุกข้อความที่เขาส่งเราคิดไปไกลถึงดาวอังคารเลยค่ะ ไม่ใช่ข้อความสวยหรู เป็นข้อความแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เราเพิ่งมารู้ว่าเขาส่งโดยที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่ในตอนนั้นเราไม่คิดจะจีบหรือสานต่อความสัมพันธ์และแอบคิดว่าถ้ามีแฟนแล้ว 
ก็ไม่น่าจะส่งข้อความหาเราบ่อยขนาดนี้ เพราะเราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือคนรู้จักกัน. จนเขาบอกว่าเขายังไม่แต่งงานและยังโสด...

เราสร้างบทสนทนาที่เปลี่ยนไปหลังจากเขาบอกว่าเขาโสด เขาไม่ใช้ผู้ชายพูดเก่งค่ะ
เราถามเขาว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหน คำตอบคือ
"เซ็กซี่ ฉลาด มีเสน่ห์ ตลก"
ย้อนกลับมาดูตัวเอง ไม่มีอะไรที่ตรงเลยซักอย่าง แต่คิดในใจว่าทำไมเขาถึงชอบชวนเราคุย

ปี 2560-2562 กลางปี
หลังจากที่เราเข้าหาเขา เริ่มชวนเขาไปทานข้าว หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาไม่เคยรับคำชวนหรือไปไหนกับเราเลย 
แต่เรายังมีแลกเปลี่ยนบทสนทนาอย่างต่อเนื่องค่ะ
คุยกันมาแบบอะไรไม่รู้อยู่สามปีค่ะ เรื่องของข้อความ ในลักษณะมาๆ หายๆ
 เขาเจอเพื่อน แม่ เกือบทุกคนของเราค่ะเพราะเขาเป็นลูกค้าเรา แต่เราไม่เคยรู้อะไรจากฝ่ายเขาเลย

กลางปี 2562 
เขาทักมาคุยกับเราปกติ แต่ครั้งนี้บทสนทนาเปลี่ยนไป เขาเอ่ยปากชวนเราออกไปข้างนอก
เขาเข้าหาเรามากขึ้นจนคนรอบข้างคิดว่าเราคบกัน เราถามหาความสัมพันธ์แต่ได้รับการปฏิเสธ ความสัมพันธ์คลุมเคลือมากค่ะ ไม่มีความชัดเจน ทุกครั้งที่เขารู้เราจะไปทานข้าวกับคนอื่นหรือคุยกับคนอื่น เขาจะห้ามเราค่ะ หรือเรียกว่ากั๊ก พฤติกรรมของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาเริ่มขับรถไปส่งเราที่บ้านในทุกวันสุดสัปดาห์ เป็นแบบนี้มาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

ปี 2563 
ความสัมพันธ์ดำเนินมาเรียกว่าพัฒนาก็ว่าได้ค่ะ
จนกลางเดือนเมษายน เขามีเรื่องเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือ
เขามีปัญหากับแฟนเก่าและต้องบอกความจริงกับเราทุกอย่าง
ความจริงก็ปรากฏ ในสามปีที่ผ่านมา เขามีแฟนอยู่แล้วค่ะ และเพิ่งเลิกกันตอนเดือน พฤษภาคม 2562

ช็อกค่ะ เราร้องไห้สุดใจเหมือนใจจะขาดเพราะรักเขามาก
ความจริงแม้ใช้เวลาแต่มันจะมาหาเราเมื่อถึงเวลา เราไม่ต้องไปแสวงหาอะไร
เราถามว่าทำไมต้องโกหก เขาพูดว่า ที่โกหกเพราะ ''เป็นห่วงความรู้สึก''
ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาหมด
สามปีที่ผ่านมา เราตั้งคำถามมาตลอดว่าทำไมเขาถึงไม่ไปไหนเวลาเราชวน
เราได้คำตอบทุกอย่างในสามปีที่ผ่านมา

เราโกรธและแค้นมาก แต่เราไม่ปล่อยเขาไปค่ะ
เวลา 3 ปี ที่เสียไปเขาทำให้เราเสียคนดีๆหลายคนที่เข้ามาในชีวิตเรา
เราคิดว่าถ้าเรายังหาคนที่ดีกว่านี้ไม่ได้ เขาก็จะต้องอยู่กับเราแบบนี้ค่ะ
(ตอนนี้เราปล่อยวางมากขึ้น)
ในช่วงโควิด โลกว่าแย่ใจเราก็แย่มากเพราะเราช่วยเหลือเขาทุกอย่าง ทางด้านสภาพจิตใจ
ช่วยทั้งที่แค้น ทั้งโกรธ ทั้งรัก
เดือนกรกฎาคมเรามีโอกาสได้คุยกับแฟนเก่าเขา
แฟนเก่าเขาเล่าทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์
เขาไม่เคยพาแฟนเก่าไปเจอครอบครัว ไม่เคยเจอเพื่อน ไม่เคยเจอใครเลย เราไม่รู้สาเหตุว่าทำไม
แต่เขาสองคนจบกันด้วยดีเพราะเหตุผลที่ว่าเข้ากันไม่ได้

ส่วนเรามีโอกาสเข้าไปพบแม่เขาและแม่เขาเอ่ยปากว่าถ้าเขามีลูกสาวเขาอยากได้แบบเรา เขาขอคบกับเราจริงจังหลังจากนั้นค่ะ

เรามีจังหวะที่ได้โทรศัพท์เขามาดู ถึงเขาจะเลิกกับแฟนเก่ามาเป็นปี แต่เขาเก็บรูปแฟนเก่าและข้อความทุกข้อความ

ทุกข้อความ ทุกโมเมนต์ในรูปถ่ายผ่านตาเรามาหมดเป็นพันรูปค่ะ
แต่รูปเราในมือถือเขาไม่มีซักรูป
ไม่มีข้อความหวานๆ ที่เขาส่งให้แฟนเก่ากับเราซักข้อความ
ไม่มีโมเมนต์ส่งความคิดถึงหรือบอกรักแบบที่เขาทำกับแฟนเก่า
และใช่ค่ะ แฟนเก่าเขาคือผู้หญิงแบบที่เขาชอบ
''เซ็กซี่ ฉลาด มีเสน่ห์ ตลก'' เราคุยกับแฟนเก่าเรายังชอบเลยค่ะ
ฉะนั้นทุกอย่างที่เรารับรู้เกิดการเปรียบเทียบค่ะ

หลังจากที่เรารู้ความจริงทุกอย่าง
ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมค่ะ
เราเริ่มทะเลาะกันทุกวันเพราะเราเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าเขา
เราไม่สนใจว่าเขาจะดูแลเราดีแค่ไหน
เราไม่สนใจว่าเขาจะคิดยังไง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง 
พูดจาถากถาง (ไม่ใช่นิสัยเราค่ะ แต่เราอยากให้เขาเจ็บ)
เรากดความรู้สึกเขาด้วยคำพูด พูดให้เขาเล็กลง ไม่ว่าเขาทำอะไรเราจะไม่ให้ค่าหรือคิดว่ามันดี (แต่ใจเรารู้ค่ะว่าเขาดี)
เอาแต่ใจตัวเองและไม่ฟังเขาเหมือนแต่ก่อนที่ทำตัวอยากให้เขามารัก
เราไม่สนใจว่าเขาจะคบหรือเลิกกับเราอีกต่อไป เราบอกเลิกเขาทุกครั้งที่เรารู้สึกไม่ถูกรัก
ทุกครั้งเขาพยายามที่จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่เขาไม่ได้รักเราค่ะ

เกือบปีที่เราคุยกันอย่างจริงจัง เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
เขาดูแลเรา ไปรับ-ส่ง เราทุกวัน เลิกงานทักหาและรอกินข้าวเย็นด้วยทุกวัน
ใส่ใจความรู้สึก ถ้าเราชอบอะไรเขาจะทำให้ เขาจะเปลี่ยนแปลงให้หลังจากที่เราเอ่ยปาก

แต่เรายังรู้สึกไม่ถูกรักเพราะเราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าเขาค่ะ

เราถามเขาไปตรงๆค่ะ เขาบอกเขาเป็นคนรักคนยาก และ ยังไม่ได้รักเรา แต่เขาจะพยายาม
เขาอยากจะดูแลเราเพราะเราช่วยเหลือเขา เขาไม่รู้ว่าต้องทำให้เราขนาดไหนถึงเพียงพอ
น้อยใจนะคะพอฟังแล้ว

เราพูดกับเขาว่า อยากให้ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์
เราอยากให้เขาเจอคนที่ใช่ ที่เขารู้สึกรักจริงๆ เขาสามารถไปจากเราได้
เขาพูดกับเราว่า "เขาอยากจะอยู่กับเราและอยากจะซื่อสัตย์กับเรา เขาไม่อยากเลิกกับเรา"

ส่วนเรา ที่อยู่เพราะรักเขาค่ะ ตอนนี้เราหันกลับมารักตัวเองมากขึ้น จะมีเขาในชีวิตหรือไม่มี เราไม่ใส่ใจแล้วค่ะ ที่อยู่กับเขาส่วนหนึ่งคือเขาดูแลเราดีมาก ทุกวันนี้นอกจากทำงานเขาจะเอาเวลาที่มีทั้งหมดมาให้เรา เรื่องเงินทองเราไม่พึ่งกันและกัน เราไม่มีอะไรจะให้เขาและเขามีมากกว่าเราค่ะ

ถ้าเราไม่ได้อ่านหรือเห็นข้อความที่เขาพูดคุยกับแฟนเก่า เราคงแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขารักเรา
หลายคนบอกให้เรามองปัจจุบัน มองในสิ่งที่เขาทำให้เรา แต่เราจะมีความคิดที่ว่า ถ้าเราไม่ทำให้เขาก่อนเขาคงไม่ดีกับเราขนาดนี้ แต่แฟนเก่าเขาไม่ได้ทำอะไรให้เขามากมาย เขากลับมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันโดยที่แฟนเก่าเขาไม่เห็นต้องเอ่ยปากอะไร

อยากจะแชร์ชีวิตรักของเรา
เราเข้าใจสุภาษิตที่ว่า ที่ใดมึรักที่นั่นมีทุกข์เลยค่ะ
อยู่กับคนที่ไม่ได้รักถึงเขาจะดีกับเราขนาดไหน แต่มันก็สุขใจไม่สุด
เพราะความรักไม่ใช้ความดี ถึงสุขใจแต่ก็จะมีความทุกข์ใจอีกแบบ
เวลาจะเลิกก็รู้สึกสงสารเขา และเขาอยู่ก็เพราะอยากจะตอบแทนเรา
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่