คือเราอยู่ ม.5 ตอนนี่หาคณะ อาชีพที่อยากจะทำในอนาคตทำไมสำหรับเรามันหายากกว่าเพื่อนๆพี่ๆที่รู้จักทุกคนมีเป้าหมายเป็นของตนเองแล้ว เริ่มเตรียมตัวกันแล้ววางแผน ในการศึกษาต่อต่างๆ เพื่อน รุ่นพี่ ก็บอกเรานะว่าหาได้แล้วได้หรือยังชอบอะไร จะเรียนต่ออะไร เอาจริงๆเราค้นหามันมาตั้งแต่ม.4แล้วและมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆชอบหลายอย่าง ศึกษาข้อมูลต่างๆ ในวิชาแนะแนวที่โรงเรียนเราก็ค้นหาทุกคาบ เวลาเริ่มน้อยลงเต็มทีแล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งมีความคิดว่าวิศวะน่าจะเป็นที่ชอบสำหรับเรานะ แต่ดูๆไปมันก็ไม่เชิง นักจุลชีวะต่างๆไปหาในเน็ตบ้างก็บอกเงินเดือนน้อย เทคนิคการแพทย์ เราเป็นคนที่ชอบพูดคุย เวลาที่ ร.ร.มีการทดลองในวิชา เคมี ชีวะ เราก็ชอบที่จะทำ ชอบภาษาอังกษฤชีวะเวลาที่ได้เรียนรู้มัน แบบไม่ต้องบังคับตัวเอง แต่เรารู้สึกว่าวิชาเคมีเหมือนไปไม่รอดพวกวิชาที่มีการคำนวณเยอะๆซับซ้อนต่างๆหรือเรายังไม่เข้าใจมันพอ อีกอย่างเราเป็นคนที่เวลาเข้าใจอะไรแล้วหรือทำได้ก็จะชอบและสนุกไปกับมันเอง
เราชอบบอกตัวเองเสมอว่าถ้าเราตั้งใจ ขยัน สิ่งที่เราต้องการมันอยู่สามารถเป็นจริงได้ เช่นเมื่อเราขึ้นม.4 มาใหม่ๆ(ตอนม.3 ไม่เก่งเลยสอบเข้าม.4แบบลำดับรองสุดท้ายเลย) ม.4เราตั้งเป้าหมายให้เกรด3.5ขึ้น เราพยายาม ขยัน มุ่งมั่น เพราะเป็นช่วงม.ปลาย ต้องใช้คะแนนต่างๆต่อ มหาลัยในอนาคต ซึ่งเราก็ทำมันได้จริงๆ และตอนม.4เทอม2 เกรดก็ขึ้นจากเดิมแบบ เกินคาดมาก มองกลับไปดูแล้วเราพยายามเหมือนกันเนี่ย เพราะขยันไม่ชอบให้ใครมาพูดว่า เก่งจังเลย ทำไมเก่งจัง เราก็ชอบบอกว่าเรา ขยันแหละ ตั้งใจในสิ่งที่ต้องการ ความคิดเป้าหมายต่างๆเปลี่ยนไปตามสถนการ ทุกวันนี้รู้สึกสับสนในการเลือกที่จะศึกษาต่อ และเราความคิดที่อยากทำธุรกิจเพราะบ้านเราค้าขาย พี่เราก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน ตัวเราคิดว่าถ้าเธอลองทำดูเธออาจจะชอบมันก็ได้แต่ก็ว่าจะลองทำแบบค้าขายก่อนเพราะทุกวันนี้เงินก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก อยากมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง ไม่รู้ว่าใครเป็นแบบนี้บ้างหรือใครมีคำแนะนำต่างๆ เคยเป็นแบบนี่มาก่อนและเราสามารถผ่านมันไปได้อย่างไร
.........................ตอนนี้เราคิดเลือกไม่ถูกเลยว่าตัวเองเป็นคนยังไง เป็นคนที่คุยเก่งนะเข้าสังคมง่าย ชอบตั้งคำถามที่สังสัยต่างๆ ทำกิจกรรมกับคนอื่นๆมีอีกอย่างคือเรารู้สึกว่าเราชอบมองและคิดอยู่ห่างๆสำหรับคนที่ชอบอยูาคนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อน ใน รร ของเรา เรารู้สึกว่าอยากชวนเขาคุย แต่ไม่มีโอกาศ มันต้องมีโอกาสที่เหมาะสมของมัน ยกตัวอย่าง เพื่อนเราชอบไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อนอยู่คนเดียว เรารู้จักเขาตอนมอสี่ ตอนที่เรียนพิเศษด้วยกับก็เลยได้ไปทำความรู้จักเห็นว่าอยู่ รร เดียวกัน เราก็ได้รู้จักเขาแล้ว เวลาเจอกันที่ รร เขาก็มาทักเราจริงๆเขาอยากมีเพื่อน คุยด้วยกันเขาก็ยิ้ม เวลาเจอเพื่อนมันทำให้รู้สึกดีอยู่ระดับหนึ่ง และมีอีกคนที่ตัวคนเดียวเหมือนกันสังเกตเวลากินข้าว เปลี่ยนคาบเรียนตอนเดินสวนกัน ไม่เคยเห็นยิ้มเลย เรากับเพื่อนเคยไปนั่งกินข้าวด้วยนะเพราะที่นั่งมันเต็มประกอบด้วยเขานั่งคนเดียวเลยขอไปนั่งด้วย เขาก็ให้นะแต่เขาไม่คุยเลบเขาอาจไม่ชอบเขาสังคมจริงๆแหละหรือยังไงมันก็แล้วแต่คนอีกที อาจไปสร้างรอยยิ้นคุยด้วยให้มีสีสรรค์บางนั่นแหละ ชอบช่วยเหลือภาโรงวาดลาน รร จนรู้จักป้าเขาอ่ะป้าเขายิ้มให้ตลอดเวลาไปช่วยถามทุกเช้าว่ากินข้าวมายังก่อนมาช่วยกวาด เรารู้สึกดี
ปล เราอาจพิมพ์อาจ งง มันคือออกมาจากหัวแล้วพิมพ์เลย มันอาจไม่เรียงได้ใจความเท่าไหร่เป็นสิ่งที่จะอยากบอกออกจากหัว สัญญากับตัวเองว่าต้องหาให้เจอ ทำสิ่งที่ถูกต้องใจรัก ช่วยเหลือผู้อื่น
อยากแบ่งปันความคิด ใครมีคำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อค้นหาตัวเอง หรือเล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง ยินดีที่จะอ่าน และขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
การเรียนต่อ ตัวเอง
เราชอบบอกตัวเองเสมอว่าถ้าเราตั้งใจ ขยัน สิ่งที่เราต้องการมันอยู่สามารถเป็นจริงได้ เช่นเมื่อเราขึ้นม.4 มาใหม่ๆ(ตอนม.3 ไม่เก่งเลยสอบเข้าม.4แบบลำดับรองสุดท้ายเลย) ม.4เราตั้งเป้าหมายให้เกรด3.5ขึ้น เราพยายาม ขยัน มุ่งมั่น เพราะเป็นช่วงม.ปลาย ต้องใช้คะแนนต่างๆต่อ มหาลัยในอนาคต ซึ่งเราก็ทำมันได้จริงๆ และตอนม.4เทอม2 เกรดก็ขึ้นจากเดิมแบบ เกินคาดมาก มองกลับไปดูแล้วเราพยายามเหมือนกันเนี่ย เพราะขยันไม่ชอบให้ใครมาพูดว่า เก่งจังเลย ทำไมเก่งจัง เราก็ชอบบอกว่าเรา ขยันแหละ ตั้งใจในสิ่งที่ต้องการ ความคิดเป้าหมายต่างๆเปลี่ยนไปตามสถนการ ทุกวันนี้รู้สึกสับสนในการเลือกที่จะศึกษาต่อ และเราความคิดที่อยากทำธุรกิจเพราะบ้านเราค้าขาย พี่เราก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน ตัวเราคิดว่าถ้าเธอลองทำดูเธออาจจะชอบมันก็ได้แต่ก็ว่าจะลองทำแบบค้าขายก่อนเพราะทุกวันนี้เงินก็เป็นสิ่งจำเป็นมาก อยากมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง ไม่รู้ว่าใครเป็นแบบนี้บ้างหรือใครมีคำแนะนำต่างๆ เคยเป็นแบบนี่มาก่อนและเราสามารถผ่านมันไปได้อย่างไร
.........................ตอนนี้เราคิดเลือกไม่ถูกเลยว่าตัวเองเป็นคนยังไง เป็นคนที่คุยเก่งนะเข้าสังคมง่าย ชอบตั้งคำถามที่สังสัยต่างๆ ทำกิจกรรมกับคนอื่นๆมีอีกอย่างคือเรารู้สึกว่าเราชอบมองและคิดอยู่ห่างๆสำหรับคนที่ชอบอยูาคนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อน ใน รร ของเรา เรารู้สึกว่าอยากชวนเขาคุย แต่ไม่มีโอกาศ มันต้องมีโอกาสที่เหมาะสมของมัน ยกตัวอย่าง เพื่อนเราชอบไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ค่อยมีเพื่อนอยู่คนเดียว เรารู้จักเขาตอนมอสี่ ตอนที่เรียนพิเศษด้วยกับก็เลยได้ไปทำความรู้จักเห็นว่าอยู่ รร เดียวกัน เราก็ได้รู้จักเขาแล้ว เวลาเจอกันที่ รร เขาก็มาทักเราจริงๆเขาอยากมีเพื่อน คุยด้วยกันเขาก็ยิ้ม เวลาเจอเพื่อนมันทำให้รู้สึกดีอยู่ระดับหนึ่ง และมีอีกคนที่ตัวคนเดียวเหมือนกันสังเกตเวลากินข้าว เปลี่ยนคาบเรียนตอนเดินสวนกัน ไม่เคยเห็นยิ้มเลย เรากับเพื่อนเคยไปนั่งกินข้าวด้วยนะเพราะที่นั่งมันเต็มประกอบด้วยเขานั่งคนเดียวเลยขอไปนั่งด้วย เขาก็ให้นะแต่เขาไม่คุยเลบเขาอาจไม่ชอบเขาสังคมจริงๆแหละหรือยังไงมันก็แล้วแต่คนอีกที อาจไปสร้างรอยยิ้นคุยด้วยให้มีสีสรรค์บางนั่นแหละ ชอบช่วยเหลือภาโรงวาดลาน รร จนรู้จักป้าเขาอ่ะป้าเขายิ้มให้ตลอดเวลาไปช่วยถามทุกเช้าว่ากินข้าวมายังก่อนมาช่วยกวาด เรารู้สึกดี
ปล เราอาจพิมพ์อาจ งง มันคือออกมาจากหัวแล้วพิมพ์เลย มันอาจไม่เรียงได้ใจความเท่าไหร่เป็นสิ่งที่จะอยากบอกออกจากหัว สัญญากับตัวเองว่าต้องหาให้เจอ ทำสิ่งที่ถูกต้องใจรัก ช่วยเหลือผู้อื่น
อยากแบ่งปันความคิด ใครมีคำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อค้นหาตัวเอง หรือเล่าเรื่องตัวเองให้ฟัง ยินดีที่จะอ่าน และขอบคุณล่วงหน้าค่ะ