สวัสดีค่ะทุกคน
ตอนนี้เราเรียนจบมหาวิทยลัยมาได้เกือบ 1 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ต้นปี แล้วเนื่องจากเจอโควิดพอเลยไม่ได้ไปเริ่มสมัครงานใด ๆ แต่แม่อยากให้เรารอสอบตำรวจ ตม อย่างเดียวที่บ้าน แบบอ่านหนังสือที่บ้านอย่างเดียว ไม่ต้องทำงานหรืออะไรอย่างอื่นเลย ตอนแรกเราก็จะดื้อไป สมัครไป 2 ที่ เขาไม่เรียกพอดี เลยไม่ได้ไป แม่เลยโอเค แต่พอมาวันนี้เราตัดสินใจที่จะไปลองหาสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพดูก็ดราม่าเลยค่ะ
ก่อนคือเราอยากเล่น แบ็คกราวด์ให้ฟังก่อนว่า ก่อนหน้านี้ เราคุยกับพ่อแม่เรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศไว้ เป็นสาขาที่หายากในไทย ถ้าจบมาหาเงินได้ทั่วโลก แล้วเราก็น่าจะมีความสุขที่ได้เรียนด้วย แม่ก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ ถึงขั้นที่ว่า แม่ก็ไม่มีเงินขนาดนั้น แต่จะเอาเงินเก็บส่งเราให้ไปถึงฝันให้ได้ ส่วนคุณพ่อ ก็เห็นด้วยกับเรียนต่อ แต่ไม่อยากเสียเงินเยอะขนาดนั้นเท่าไหร่ค่ะ ส่วนอาชีพ ตม พ่อแม่เคยพูดให้เราฟังตั้งแต่เด็กนะ ว่า เนี่ยหนูเก่งภาษา ทำงาน ตม สิ เงินดีนะ (ซึ่งเงินเดือนตามหลักแล้ว มันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอกค่ะ มาตราฐานตามกระทรวงกำหนด แต่เงินอื่นๆจะได้มายังไงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ) คือหวังกับเรามาก ๆ เพราะน้องชายก็ไม่เอาไหนเลย มีเมีย งานไปช่วยธุรกิจที่บ้านก็พาขาดทุน ลูกเขา เรากับแม่ก็เลี้ยงกันเอง มีพี่เลี้ยงบ้าง แต่พี่เลี้ยงก็ไม่ค่อยมาทำงาน จะหาคนใหม่แม่ก็บอกว่า เดี๋ยวนี้ไว้ใจคนยาก ให้เข้าบ้านมาได้ไง พี่เลี้ยงคนนี้ถ้าแม่เดินทางไปหาพ่ออีกจังหวัดนึง เขาก็สามารถนอนกับหลานให้เราที่บ้านได้ค่ะ ความกดดันของแม่ก็เลยเหลือที่เราคนเดียว (พ่อเรามีลูกหลายคน กับผู้หญิงหลายคนค่ะ) เหมือนเป็นความหวังเดียวของแม่ จะไปไหนเองไม่ได้ เช่นจะไปสอบภาษาอังกฤษที่กรุงเทพ ห้ามนั่งรถไปเองเดี๋ยวแม่ไปส่งเอง เรามีคอนโดที่นั่นค่ะ หางานใกล้บ้านทำ ก็ไม่ยอม บอกงานมันลำบาก เราไม่ไหวหรอก ใช่ค่ะ แม่เราค่อนข้างเลี้ยงเราแบบไข่ในหินมาก ปัจจุบัน อายุ 23 ยังกลับหลังฟ้ามืดไม่ค่อยได้เลยค่ะ
ส่วนตัวแล้วเราเป็นคนกดดันตัวเองมาก ๆ ที่ยังไม่ได้ทำงานสักที เพราะที่ผ่านมา เราเป็นคนเรียนดี ขยัน ไม่เคยหมดไฟเลย แต่พออยู่ว่าง ๆ แบบนี้ เลี้ยงหลาน กิน นอน ไปฟิตเนส วนลูปแบบนี้ เหมือนตัวเองกลายเป็นคนขี้เกียจค่ะ แต่ ตอนนี้มันมาถึงจุดที่ว่าเข็นตัวเองให้อ่านหนังสือสอบไม่ได้แล้ว วันนึงอ่านได้ไม่ถึงบท เพราะเหมือนมันไม่ใช่สิ่งที่ชอบด้วย มันเลยต้องใช้วินัยอย่างเดียวแล้วตอนนี้เราไม่มี คือสภาพตอนนี้อย่าว่าแต่สอบ ตม เลยค่ะ รอเรียนต่อโทเฉย ๆ ยังกลัวว่าเราจะทำให้พ่อแม่เสียเงินเป็นล้านไปเปล่า ๆ หรือเปล่า เพราะปริญญาโทมันหนักมาก แถมอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ เราเลยอยากลองหางานทำไปก่อน ได้โอกาสไหนมาคว้าไปก่อน (อันนี้พ่อก็เห็นด้วยค่ะ) เราเคยเป็นย้ำคิดย้ำทำด้วยค่ะ ไปรักษาที่ รพ เลย ส่วนนึงมันมาจากแม่ค่ะ ที่บางทีเขาโมโหหงุดหงิดอะไรเขามาลงที่เรา แล้วเราเหมือนเก็บกดตอบโต้ไม่ได้ แสดงอารมณ์โกรธก็ไม่ได้ เถียงไปก็ไม่ดี แล้วยิ่งพออยู่บ้านแบบนี้ วันไหนพี่เลี้ยงไม่มาก็รับความหงุดหงิดตอนเช้า ๆ ไป
แต่พอแม่เห็นเราเริ่มสมัครงาน ตอนแรกแม่พูดกับพ่อ(เราแอบได้ยิน) แม่บอกว่าคนอย่างนั้นน่ะรึ จะไปทำงานอะไรได้ มันทำให้เรายิ่งรู้สึกตอกย้ำในสิ่งที่เราเป็นค่ะ ว่าเราโดนโอ๋มาก ๆ เอาตัวเองจะไม่รอด ประสบการณ์ชีวิตก็ไม่มี ก็ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พ่อแม่ช่วยเหลือตลอด ไม่ปล่อยเลย พอถ้าวันนึงเราไม่มีพ่อแม่ เราคงจะลำบากทำอะไรไม่เป็นเลย แล้วก็พอรู้ว่าเราเอาจริง แม่ก็ตัดสินใจว่าจะไม่ส่งเราเรียนต่อนอกแล้ว เพราะแม่บอกว่าเราผิดคำพูดที่ว่าจะรอสอบ คม แบบทำให้เต็มที่ก่อน (รอดูผล ถ้าได้ก็ไปเป็นให้พ่อกับแม่ก่อน) แล้วงานรับปริญญาก็จะไม่ไปด้วย เพราะแม่มันไม่ใช่คนสำคัญ
อยากทราบว่าตอนนี้ควรจะทำยังไงดีคะ เพราะสมัครงานไปเกิน 10ปีแล้ว ถ้าฟลุคเขาเรียกขึ้นมาก็คงต้องไปสัมภาษณ์ (พ่อบอกว่าเลื่อนเขาได้ ถ้าคนเก่งยังไงเค้าก็ง้อ แต่เราไม่มี ปสก ทำงานใด ๆ คะแนนโทอิค 895 โปรไฟล์ก็ไม่ได้ excellent อะไรถึงขั้นนั้นอยู่ดี) แต่จะพูดกับแม่ยังไงดีคะ ตอนนี้เหมือนเขาน้อยใจ แต่เราแค่อยากไปลองดูบ้าง เราผิดมากเลยเหรอ จะพูดยังไงให้เขาฟังเราบ้างดีคะ
อยากสมัครงานกรุงเทพ แม่จะตัดเราออกจากชีวิต เพราะผิดคำพูด
ตอนนี้เราเรียนจบมหาวิทยลัยมาได้เกือบ 1 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ต้นปี แล้วเนื่องจากเจอโควิดพอเลยไม่ได้ไปเริ่มสมัครงานใด ๆ แต่แม่อยากให้เรารอสอบตำรวจ ตม อย่างเดียวที่บ้าน แบบอ่านหนังสือที่บ้านอย่างเดียว ไม่ต้องทำงานหรืออะไรอย่างอื่นเลย ตอนแรกเราก็จะดื้อไป สมัครไป 2 ที่ เขาไม่เรียกพอดี เลยไม่ได้ไป แม่เลยโอเค แต่พอมาวันนี้เราตัดสินใจที่จะไปลองหาสัมภาษณ์งานที่กรุงเทพดูก็ดราม่าเลยค่ะ
ก่อนคือเราอยากเล่น แบ็คกราวด์ให้ฟังก่อนว่า ก่อนหน้านี้ เราคุยกับพ่อแม่เรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศไว้ เป็นสาขาที่หายากในไทย ถ้าจบมาหาเงินได้ทั่วโลก แล้วเราก็น่าจะมีความสุขที่ได้เรียนด้วย แม่ก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ ถึงขั้นที่ว่า แม่ก็ไม่มีเงินขนาดนั้น แต่จะเอาเงินเก็บส่งเราให้ไปถึงฝันให้ได้ ส่วนคุณพ่อ ก็เห็นด้วยกับเรียนต่อ แต่ไม่อยากเสียเงินเยอะขนาดนั้นเท่าไหร่ค่ะ ส่วนอาชีพ ตม พ่อแม่เคยพูดให้เราฟังตั้งแต่เด็กนะ ว่า เนี่ยหนูเก่งภาษา ทำงาน ตม สิ เงินดีนะ (ซึ่งเงินเดือนตามหลักแล้ว มันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอกค่ะ มาตราฐานตามกระทรวงกำหนด แต่เงินอื่นๆจะได้มายังไงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ) คือหวังกับเรามาก ๆ เพราะน้องชายก็ไม่เอาไหนเลย มีเมีย งานไปช่วยธุรกิจที่บ้านก็พาขาดทุน ลูกเขา เรากับแม่ก็เลี้ยงกันเอง มีพี่เลี้ยงบ้าง แต่พี่เลี้ยงก็ไม่ค่อยมาทำงาน จะหาคนใหม่แม่ก็บอกว่า เดี๋ยวนี้ไว้ใจคนยาก ให้เข้าบ้านมาได้ไง พี่เลี้ยงคนนี้ถ้าแม่เดินทางไปหาพ่ออีกจังหวัดนึง เขาก็สามารถนอนกับหลานให้เราที่บ้านได้ค่ะ ความกดดันของแม่ก็เลยเหลือที่เราคนเดียว (พ่อเรามีลูกหลายคน กับผู้หญิงหลายคนค่ะ) เหมือนเป็นความหวังเดียวของแม่ จะไปไหนเองไม่ได้ เช่นจะไปสอบภาษาอังกฤษที่กรุงเทพ ห้ามนั่งรถไปเองเดี๋ยวแม่ไปส่งเอง เรามีคอนโดที่นั่นค่ะ หางานใกล้บ้านทำ ก็ไม่ยอม บอกงานมันลำบาก เราไม่ไหวหรอก ใช่ค่ะ แม่เราค่อนข้างเลี้ยงเราแบบไข่ในหินมาก ปัจจุบัน อายุ 23 ยังกลับหลังฟ้ามืดไม่ค่อยได้เลยค่ะ
ส่วนตัวแล้วเราเป็นคนกดดันตัวเองมาก ๆ ที่ยังไม่ได้ทำงานสักที เพราะที่ผ่านมา เราเป็นคนเรียนดี ขยัน ไม่เคยหมดไฟเลย แต่พออยู่ว่าง ๆ แบบนี้ เลี้ยงหลาน กิน นอน ไปฟิตเนส วนลูปแบบนี้ เหมือนตัวเองกลายเป็นคนขี้เกียจค่ะ แต่ ตอนนี้มันมาถึงจุดที่ว่าเข็นตัวเองให้อ่านหนังสือสอบไม่ได้แล้ว วันนึงอ่านได้ไม่ถึงบท เพราะเหมือนมันไม่ใช่สิ่งที่ชอบด้วย มันเลยต้องใช้วินัยอย่างเดียวแล้วตอนนี้เราไม่มี คือสภาพตอนนี้อย่าว่าแต่สอบ ตม เลยค่ะ รอเรียนต่อโทเฉย ๆ ยังกลัวว่าเราจะทำให้พ่อแม่เสียเงินเป็นล้านไปเปล่า ๆ หรือเปล่า เพราะปริญญาโทมันหนักมาก แถมอยู่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ เราเลยอยากลองหางานทำไปก่อน ได้โอกาสไหนมาคว้าไปก่อน (อันนี้พ่อก็เห็นด้วยค่ะ) เราเคยเป็นย้ำคิดย้ำทำด้วยค่ะ ไปรักษาที่ รพ เลย ส่วนนึงมันมาจากแม่ค่ะ ที่บางทีเขาโมโหหงุดหงิดอะไรเขามาลงที่เรา แล้วเราเหมือนเก็บกดตอบโต้ไม่ได้ แสดงอารมณ์โกรธก็ไม่ได้ เถียงไปก็ไม่ดี แล้วยิ่งพออยู่บ้านแบบนี้ วันไหนพี่เลี้ยงไม่มาก็รับความหงุดหงิดตอนเช้า ๆ ไป
แต่พอแม่เห็นเราเริ่มสมัครงาน ตอนแรกแม่พูดกับพ่อ(เราแอบได้ยิน) แม่บอกว่าคนอย่างนั้นน่ะรึ จะไปทำงานอะไรได้ มันทำให้เรายิ่งรู้สึกตอกย้ำในสิ่งที่เราเป็นค่ะ ว่าเราโดนโอ๋มาก ๆ เอาตัวเองจะไม่รอด ประสบการณ์ชีวิตก็ไม่มี ก็ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป พ่อแม่ช่วยเหลือตลอด ไม่ปล่อยเลย พอถ้าวันนึงเราไม่มีพ่อแม่ เราคงจะลำบากทำอะไรไม่เป็นเลย แล้วก็พอรู้ว่าเราเอาจริง แม่ก็ตัดสินใจว่าจะไม่ส่งเราเรียนต่อนอกแล้ว เพราะแม่บอกว่าเราผิดคำพูดที่ว่าจะรอสอบ คม แบบทำให้เต็มที่ก่อน (รอดูผล ถ้าได้ก็ไปเป็นให้พ่อกับแม่ก่อน) แล้วงานรับปริญญาก็จะไม่ไปด้วย เพราะแม่มันไม่ใช่คนสำคัญ
อยากทราบว่าตอนนี้ควรจะทำยังไงดีคะ เพราะสมัครงานไปเกิน 10ปีแล้ว ถ้าฟลุคเขาเรียกขึ้นมาก็คงต้องไปสัมภาษณ์ (พ่อบอกว่าเลื่อนเขาได้ ถ้าคนเก่งยังไงเค้าก็ง้อ แต่เราไม่มี ปสก ทำงานใด ๆ คะแนนโทอิค 895 โปรไฟล์ก็ไม่ได้ excellent อะไรถึงขั้นนั้นอยู่ดี) แต่จะพูดกับแม่ยังไงดีคะ ตอนนี้เหมือนเขาน้อยใจ แต่เราแค่อยากไปลองดูบ้าง เราผิดมากเลยเหรอ จะพูดยังไงให้เขาฟังเราบ้างดีคะ