.
เสาร์นี้บอสไม่ได้ไปเล่นกับกลุ่มเพื่อน เธออยู่บ้านและคิดว่าอีกสักพักจะไปหาพิมพ์กับแพรวที่บ้านสักหน่อย หลายวันแล้วที่ไม่ได้เจอกัน
ก็ตั้งแต่แยกย้ายกันไปเรียนมัธยมคนละที่นั่นแหละ จ๋อมด้วยอีกคน ที่ไม่ค่อยได้เจอกันเลย วันนี้เธออยู่บ้าน สองฝาแฝดก็คงจะอยู่บ้านด้วยเช่นกัน ทำงานบ้านเสร็จเธอจะไปหาสองคนนั้น ไปโม้สักหน่อย
เมื่อซักชุดนักเรียนเสร็จเรียบร้อย ทั้งของตนเองและของน้องสาว บอสมองนาฬิกาไขลานที่ตาแขวนไว้ผนังบ้าน บอกเวลาพึ่งแปดโมงเช้า ยังเช้าอยู่เลย ชักไม่แน่ใจแล้วว่าสองคนนั้นจะตื่นแล้วหรือยัง ไม่เป็นไรเดี๋ยวเธอเป็นคนปลุกเอง คิดถึงมากไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว
เธอเดินมาหน้าตู้กระจก ทาแป้งฝุ่นให้หน้าเนียนขาว หวีผมแสกข้างปัดไปทางซ้าย จัดทรงผมให้เขาทรง ก่อนจะไปหาพี่สาวฝาแฝดที่บ้าน
ส่วนน้องบีมไปเล่นที่ไหนก็ไม่รู้ น้องบีมโตแล้ว ไม่ตามเธอเหมือนอย่างก่อน มีบ้างที่เธอชวนน้องไปเป็นเพื่อนไปเล่นด้วยกัน ส่วนมากแล้วน้องบีมจะเล่นกับเพื่อนตัวเองมากกว่า
เธอแต่งตัวเสร็จ เดินไปขอเงินยายที่หน้าบ้าน ถึงจะเป็นวันหยุดไม่ได้ไปโรงเรียนก็ควรจะมีเงินติดตัวไม่มากก็น้อย และคาดการณ์ไว้ว่ายายต้องบ่นก่อนให้แน่นอน พอนึกแบบนี้ก็ทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาคนเดียวหน้าตู้กระจก
“ไม่ได้ไปโรงเรียนยังต้องเอาเหรอบอส” เธอทายได้แม่นยำมาก ยายต้องบ่นแน่นอน “แล้วมืงจะไปไหน!”
“ไปบ้านอี่แพรว”
“ไปแค่นี้ยังต้องเอาตังค์เหรอ อย่าให้รู้ว่าออกนอกบ้านนะ” ยายไม่ให้เงินเธอแถมบ่นอีก บอสหน้าบึ้งเดินหันหลังให้ยาย ไม่เอาก็ได้ ดีที่มีเงินเก็บของตนเองอยู่ เหลือจากค่าขนมที่ยายให้ไปโรงเรียน
พอขอตังค์ยายไม่ได้เธอก็ไม่แคร์ เดินสะบัดผมไปบ้านพิมพ์แพรวทันที ที่จริงก็กะจะไปเล่นเฉย ๆ นั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องถือเงินไปก็ได้ แต่เธอโตแล้วอย่างน้อยก็ควรจะมีเงินติดตัวไว้บ้าง
เมื่อมาถึงบ้านสองฝาแฝดเห็นแพรวกำลังนั่งเขียนการบ้านอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน ทั้งพิมพ์ด้วยนอนเล่นบนเปล ข้าง ๆ มีวิทยุเล็ก ๆ เปิดฟังดีเจจัดรายการเพลง ฟังอย่างเพลิดเพลิน เธอเดินเข้าไปนั่งด้วย
“แพรวมืงเขียนอะไรน่ะ เขียนรายงานวิชาอะไร” บอสถามพี่สาวไปอย่างนั้นเอง เธอขึ้นไปนั่งบนเปลกับพิมพ์ มองแพรวกำลังเขียนรายงานที่โต๊ะม้าหินอ่อน
“รายงานภาษาไทย”
“อ่อ ของกูก็พึ่งเขียนเสร็จเมื่อคืน อี่สวยมืงไม่มีรายงานกะเค้าเหรอ “ บอสหันไปคุยกับพิมพ์ที่นอนเอาหัวไปคนละฝั่ง เท้าชนกันกับเธอในเปล ฟังเพลงในวิทยุอย่างสบายใจ สวยก็คือฉายาของพิมพ์นั่นเอง
“ไม่มีอ่ะ เอ้อบอส! มืงพากุไปซื้อครีมหน่อยสิ ให้อี่แพรวมันรออยู่นี่ ครีมกุหมดพอดี เมื่อเช้าไม่ได้ใช้เลย” เหมือนพิมพ์จะนึกขึ้นมาได้ ดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนอยู่ ลุกนั่งคุยกับเธอ
“ครีมอะไรพิมพ์” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจและสงสัย มันเป็นครีบแบบไหน อะไรยังไงหรือ เธอไม่เคยใช้เลย ใช้แต่แป้งฝุ่นอย่างเดียว เคยเห็นพี่ปาวพี่แป้งใช้แต่ไม่ได้ใส่ใจ
“ก็ครีมบำรุงผิวหน้าไงอี่บอส! อย่าบอกว่ามืงไม่ใช่” แพรวตอบแทนพิมพ์ วางปากกาไว้บนสมุดรายงาน เงยหน้าคุยกับเธอ “พิมพ์ซื้อให้กูด้วย”
“ไม่อ่ะ! ไม่ได้ใช้อะไรเลย ทาแป้งแล้วก็จบเลย” บอสตอบแบบหน้าตาเฉย เพราะเธอไม่ได้ใช้จริง ๆ เปิดเทอมมาหนึ่งเดือน ใช้แค่แป้งฝุ่นเหมือนตอนเด็ก ๆ เหมือนที่เคยทำทุกวันเท่านั้นพอ
“บอสมืงต้องใช้โตแล้ว เดี๋ยวกูไปเอามาให้ดู” พิมพ์พูดจบเดินเข้าไปในบ้านอย่างเร็ว เพื่อไปเอาครีมตัวอย่างของตนมาให้เธอดู สักพักพิมพ์ก็เดินออกมาจากในบ้าน พร้อมอะไรในมือเยอะแยะ
“นี่อันนี้ครีมทาหน้า เป็นครีมทากลางวัน อันนี้ครีมทากลางคืน ห้ามออกมาโดนแดด เช้ามามืงรีบล้างหน้าเลย อันนี้โฟมล้างหน้า โลออนทาตรงนี้ ส่วนอันนี้ใช้ตรงนี้ และน้ำหอมฉีดตัวจะได้หอม ๆ ” อันรองสุดท้ายพิมพ์ทำท่าให้ดู บอสหัวเราะกับท่าทางตลกของพี่สาว
“ยังไงนะ ไม่เข้าใจ”
“เอ้าบอส! เนี่ยโฟมล้างหน้า มืงก็เลิกใช้สบู่ล้าง ใช้โฟมนี่แทน มันมีหลายยี่ห้อนา แต่อันนี้ดีสุด เพราะหน้ามืงไม่มีสิว ส่วนครีมกลางวันเวลาหลังอาบน้ำตอนเช้า มืงใช่ครีมทาหน้าก่อนทาแป้ง ครีมกลางคืนก็เหมือนกัน ทาหลังอาบน้ำตอนกลางคืนไง โลออนก็ทาหลังอาบน้ำตอนเช้า มันจะได้ไม่มีกลิ่นตัว ส่วนตัวนี้! ใช้ตรงนี้เวลาอาบน้ำ เข้าใจมั้ย! มืงต้องให้กูสอนมืงฉีดน้ำหอมเปล่า”
พิมพ์สาธยายยืดยาวเกี่ยวกับการใช้ของพวกนี้อย่างละเอียดให้เธอเข้าใจ ทั้งหมดที่พิมพ์พูดมาเธอไม่เคยใช้สักอย่าง จริงอย่างที่พี่สาวพูดโตแล้ว ขึ้นมัธยมแล้วควรต้องใช้
บอสได้แต่พยักหน้ารับรู้เพื่อเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้ว และเธอต้องไปขอเงินแม่ซื้อให้ได้ ฟังพิมพ์บรรยายอยากใช้ขึ้นมาทันทีเลย เพื่อนในห้องเรียนบางคนก็ใช้กันแล้ว เธอได้ยินพวกเขาเหล่านั้นพูดคุยกันอยู่ แต่ก็ไม่คิดอยากจะใช้ตาม พอมาฟังพิมพ์พูดอยากใช้ขึ้นมาทันที
“กูเข้าใจแล้ว เดี๋ยวขอแม่ซื้อ แพงมั้ยมืง”
“ไม่นะ อันนี้แบบซองสิบบาทก็มี เข้าใจแล้วก็พากูไปซื้อ ให้อี่แพรวรออยู่นี่”
“ปะ”
พอตกลงกันเสร็จพิมพ์ก็เดินไปเข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกมา เป็นรถเกียร์ออโต้ ยามาฮ่าสีดำ พิมพ์เป็นคนขับเธอเป็นคนซ้อน
ทั้งสองคนขับไปซื้อครีมที่ร้านค้าในหมู่บ้านของตนเองนี่แหละ ไม่ได้เข้าไปในเมือง ก่อนจะไปร้านค้าพิมพ์พาเธอขับวนรอบหมู่บ้านก่อนหนึ่งรอบ และค่อยจอดที่ร้านค้า
ไม่มีอะไรพวกเธออยากขับวนเล่นเฉย ๆ แล้วค่อยไปจอดที่ร้านค้าซื้อของ จากนั้นก็ไปร้านส้มตำ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน ก่อนกลับเข้าบ้านก็กะว่าจะพากันขับวนรอบหมู่บ้านอีกสักรอบก่อนเช่นกัน มันสนุกดีและเปลืองน้ำมันด้วย
“กลับทางไหนดีมืง” พิมพ์ถามเธออย่างมีเลศนัย ยิ้ม ๆ เล็กน้อย มองตาก็รู้ไปถึงไส้ติ่งแล้ว
“กลับทางบ้านครูเสมียนมืง” หากไปทางนั้นมันอ้อม ร้านค้าที่พวกเธอมาซื้อครีมอยู่คุ้มเหนือ ใกล้กับบ้านของพวกเธอนิดเดียว ส่วนบ้านครูเสมียนอยู่คุ้มใต้ ซึ่งมันต้องขับลงไปคุ้มใต้ อ้อมไกลก่อนจะวนมาที่บ้านของพวกเธอ
“กลับก็กลับ” สองคนพี่น้องยิ้มให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ ก่อนพิมพ์จะสตาร์ทรถ เธอขึ้นไปนั่งซ้อนข้างหลัง และขับออกไป
ตอนเย็นนี่แหละเธอคิดว่าจะโทรหาแม่ ขอเงินแม่ซื้อครีมให้ได้ เมื่อซื้อของครบทุกอย่างพร้อมทั้งส้มตำ กลับมาถึงบ้านบอสจัดการเดินเข้าไปในครัวของพิมพ์อย่างคุ้นเคย
เตรียมจานกับช้อนและข้าวออกมาพร้อมรับประทาน แพรวเลิกเขียนการบ้านขึ้นมานั่งบนแคร่รอรับประทานข้าวเที่ยง กับข้าววันนี้บอสไม่ได้จ่ายเงินสักบาท พี่สาวฝาแฝดจ่ายแทน
พวกเธอสามคนนั่งรับประทานอาหารเที่ยงไปพร้อมคุยสนทนากันอย่างมีความสุข นินทาคนโน้น พูดเรื่องคนนี้ แต่ไม่ใช่ทางที่เสียหาย พูดไปในทางตลกขำขันมากกว่า พูดแล้วก็หัวเราะกันไป
“พรุ่งนี้เราเข้าไปในเมืองกันมั้ย “ แพรวพูดขึ้นนึกได้ว่าต้องไปหาหนังสือมาเขียนรายงานอีก ข้อมูลไม่พอ
“กูไม่รับปากนะ กลัวขอยายไม่ได้”
เธอไม่กล้ารับปากพี่สาว กลัวขอยายไม่ได้ ไม่ใช่อะไรกลัวขอตังค์ยายไม่ได้ต่างหาก ขนาดขอยี่สิบบาทวันนี้ยังไม่ได้ ไม่ใช่วันไปโรงเรียน เกรงว่ายายจะไม่ให้เธอนะสิ “จะลองขอดู ว่าแต่พวกมืงจะไปยังไง มอไซค์เหรอ”
“บ้า! นั่งสองแถว ไปเป็นเพื่อนกูเถอะ เอาแค่ค่ารถก็พอ ไปด้วยกันแค่พากูไปร้านหนังสือเฉย ๆ ยายให้ไปอยู่หรอก พูดแล้วกูโทรชวนอี่จ๋อมดีกว่า”
แพรวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาจ๋อม คุยนัดแนะกันถึงเรื่องพรุ่งนี้ ให้จ๋อมออกมาหาที่บ้าน แล้วจะไปนั่งรอรถที่บ้านของย่า “เหลือก็แต่อี่บอสเนี่ย ไม่รู้ยายมันให้ไปหรือเปล่า” แพรวหันหน้ามาหาเธอ บ่งบอกว่าจ๋อมตกลงจะไปด้วย
“เออมืงเดี๋ยวกูขอแม่กูเอง ให้แม่บอกยายให้ ยายกูยิ่งบ่นเก่งอยู่”
“ขอให้ได้นะบอส! เดี๋ยวกูพาไปตู้เพลงที่พลาซ่า ไปร้องเพลงกัน ตู้เกมก็มีนะมืง “
ไม่ช้าไม่นานจ๋อมก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาหาพวกเธอ ตอนนี้ครบแก๊งแล้ว นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนค่ำ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
...
บอสนั่งนึกอะไรเพลิน ๆ ตอน ม.ต้นเป็นอะไรที่สนุกท้าทายดี นึกไปก็ขำตัวเอง นี่แหละโรงเรียนบ้านนอกกับโรงเรียนในเมือง เขามีอะไร ทำอะไรก็ไม่รับรู้กับเขา หลายอย่างที่พิมพ์กับแพรวนำเทร์นจากในเมืองเข้าหมู่บ้าน แล้วคนอื่น ๆ ก็ทำตาม
โดยเฉพราะพิมพ์ สาวเจ้านักแต่งตัว เสื้อผ้า รองเท้า อะไรมาใหม่เธอจะเป็นคนนำเทร์นตลอด แล้วเพื่อนคนอื่น ๆ แม้แต่เธอก็ทำตาม ฮา นึกแล้วก็ขำ
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง จะได้เลือกทางเดินชีวิตใหม่...
จบบท...
คิดถึง2 บทที่ 4
.
เสาร์นี้บอสไม่ได้ไปเล่นกับกลุ่มเพื่อน เธออยู่บ้านและคิดว่าอีกสักพักจะไปหาพิมพ์กับแพรวที่บ้านสักหน่อย หลายวันแล้วที่ไม่ได้เจอกัน
ก็ตั้งแต่แยกย้ายกันไปเรียนมัธยมคนละที่นั่นแหละ จ๋อมด้วยอีกคน ที่ไม่ค่อยได้เจอกันเลย วันนี้เธออยู่บ้าน สองฝาแฝดก็คงจะอยู่บ้านด้วยเช่นกัน ทำงานบ้านเสร็จเธอจะไปหาสองคนนั้น ไปโม้สักหน่อย
เมื่อซักชุดนักเรียนเสร็จเรียบร้อย ทั้งของตนเองและของน้องสาว บอสมองนาฬิกาไขลานที่ตาแขวนไว้ผนังบ้าน บอกเวลาพึ่งแปดโมงเช้า ยังเช้าอยู่เลย ชักไม่แน่ใจแล้วว่าสองคนนั้นจะตื่นแล้วหรือยัง ไม่เป็นไรเดี๋ยวเธอเป็นคนปลุกเอง คิดถึงมากไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว
เธอเดินมาหน้าตู้กระจก ทาแป้งฝุ่นให้หน้าเนียนขาว หวีผมแสกข้างปัดไปทางซ้าย จัดทรงผมให้เขาทรง ก่อนจะไปหาพี่สาวฝาแฝดที่บ้าน
ส่วนน้องบีมไปเล่นที่ไหนก็ไม่รู้ น้องบีมโตแล้ว ไม่ตามเธอเหมือนอย่างก่อน มีบ้างที่เธอชวนน้องไปเป็นเพื่อนไปเล่นด้วยกัน ส่วนมากแล้วน้องบีมจะเล่นกับเพื่อนตัวเองมากกว่า
เธอแต่งตัวเสร็จ เดินไปขอเงินยายที่หน้าบ้าน ถึงจะเป็นวันหยุดไม่ได้ไปโรงเรียนก็ควรจะมีเงินติดตัวไม่มากก็น้อย และคาดการณ์ไว้ว่ายายต้องบ่นก่อนให้แน่นอน พอนึกแบบนี้ก็ทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาคนเดียวหน้าตู้กระจก
“ไม่ได้ไปโรงเรียนยังต้องเอาเหรอบอส” เธอทายได้แม่นยำมาก ยายต้องบ่นแน่นอน “แล้วมืงจะไปไหน!”
“ไปบ้านอี่แพรว”
“ไปแค่นี้ยังต้องเอาตังค์เหรอ อย่าให้รู้ว่าออกนอกบ้านนะ” ยายไม่ให้เงินเธอแถมบ่นอีก บอสหน้าบึ้งเดินหันหลังให้ยาย ไม่เอาก็ได้ ดีที่มีเงินเก็บของตนเองอยู่ เหลือจากค่าขนมที่ยายให้ไปโรงเรียน
พอขอตังค์ยายไม่ได้เธอก็ไม่แคร์ เดินสะบัดผมไปบ้านพิมพ์แพรวทันที ที่จริงก็กะจะไปเล่นเฉย ๆ นั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องถือเงินไปก็ได้ แต่เธอโตแล้วอย่างน้อยก็ควรจะมีเงินติดตัวไว้บ้าง
เมื่อมาถึงบ้านสองฝาแฝดเห็นแพรวกำลังนั่งเขียนการบ้านอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน ทั้งพิมพ์ด้วยนอนเล่นบนเปล ข้าง ๆ มีวิทยุเล็ก ๆ เปิดฟังดีเจจัดรายการเพลง ฟังอย่างเพลิดเพลิน เธอเดินเข้าไปนั่งด้วย
“แพรวมืงเขียนอะไรน่ะ เขียนรายงานวิชาอะไร” บอสถามพี่สาวไปอย่างนั้นเอง เธอขึ้นไปนั่งบนเปลกับพิมพ์ มองแพรวกำลังเขียนรายงานที่โต๊ะม้าหินอ่อน
“รายงานภาษาไทย”
“อ่อ ของกูก็พึ่งเขียนเสร็จเมื่อคืน อี่สวยมืงไม่มีรายงานกะเค้าเหรอ “ บอสหันไปคุยกับพิมพ์ที่นอนเอาหัวไปคนละฝั่ง เท้าชนกันกับเธอในเปล ฟังเพลงในวิทยุอย่างสบายใจ สวยก็คือฉายาของพิมพ์นั่นเอง
“ไม่มีอ่ะ เอ้อบอส! มืงพากุไปซื้อครีมหน่อยสิ ให้อี่แพรวมันรออยู่นี่ ครีมกุหมดพอดี เมื่อเช้าไม่ได้ใช้เลย” เหมือนพิมพ์จะนึกขึ้นมาได้ ดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนอยู่ ลุกนั่งคุยกับเธอ
“ครีมอะไรพิมพ์” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจและสงสัย มันเป็นครีบแบบไหน อะไรยังไงหรือ เธอไม่เคยใช้เลย ใช้แต่แป้งฝุ่นอย่างเดียว เคยเห็นพี่ปาวพี่แป้งใช้แต่ไม่ได้ใส่ใจ
“ก็ครีมบำรุงผิวหน้าไงอี่บอส! อย่าบอกว่ามืงไม่ใช่” แพรวตอบแทนพิมพ์ วางปากกาไว้บนสมุดรายงาน เงยหน้าคุยกับเธอ “พิมพ์ซื้อให้กูด้วย”
“ไม่อ่ะ! ไม่ได้ใช้อะไรเลย ทาแป้งแล้วก็จบเลย” บอสตอบแบบหน้าตาเฉย เพราะเธอไม่ได้ใช้จริง ๆ เปิดเทอมมาหนึ่งเดือน ใช้แค่แป้งฝุ่นเหมือนตอนเด็ก ๆ เหมือนที่เคยทำทุกวันเท่านั้นพอ
“บอสมืงต้องใช้โตแล้ว เดี๋ยวกูไปเอามาให้ดู” พิมพ์พูดจบเดินเข้าไปในบ้านอย่างเร็ว เพื่อไปเอาครีมตัวอย่างของตนมาให้เธอดู สักพักพิมพ์ก็เดินออกมาจากในบ้าน พร้อมอะไรในมือเยอะแยะ
“นี่อันนี้ครีมทาหน้า เป็นครีมทากลางวัน อันนี้ครีมทากลางคืน ห้ามออกมาโดนแดด เช้ามามืงรีบล้างหน้าเลย อันนี้โฟมล้างหน้า โลออนทาตรงนี้ ส่วนอันนี้ใช้ตรงนี้ และน้ำหอมฉีดตัวจะได้หอม ๆ ” อันรองสุดท้ายพิมพ์ทำท่าให้ดู บอสหัวเราะกับท่าทางตลกของพี่สาว
“ยังไงนะ ไม่เข้าใจ”
“เอ้าบอส! เนี่ยโฟมล้างหน้า มืงก็เลิกใช้สบู่ล้าง ใช้โฟมนี่แทน มันมีหลายยี่ห้อนา แต่อันนี้ดีสุด เพราะหน้ามืงไม่มีสิว ส่วนครีมกลางวันเวลาหลังอาบน้ำตอนเช้า มืงใช่ครีมทาหน้าก่อนทาแป้ง ครีมกลางคืนก็เหมือนกัน ทาหลังอาบน้ำตอนกลางคืนไง โลออนก็ทาหลังอาบน้ำตอนเช้า มันจะได้ไม่มีกลิ่นตัว ส่วนตัวนี้! ใช้ตรงนี้เวลาอาบน้ำ เข้าใจมั้ย! มืงต้องให้กูสอนมืงฉีดน้ำหอมเปล่า”
พิมพ์สาธยายยืดยาวเกี่ยวกับการใช้ของพวกนี้อย่างละเอียดให้เธอเข้าใจ ทั้งหมดที่พิมพ์พูดมาเธอไม่เคยใช้สักอย่าง จริงอย่างที่พี่สาวพูดโตแล้ว ขึ้นมัธยมแล้วควรต้องใช้
บอสได้แต่พยักหน้ารับรู้เพื่อเป็นการบอกว่าเข้าใจแล้ว และเธอต้องไปขอเงินแม่ซื้อให้ได้ ฟังพิมพ์บรรยายอยากใช้ขึ้นมาทันทีเลย เพื่อนในห้องเรียนบางคนก็ใช้กันแล้ว เธอได้ยินพวกเขาเหล่านั้นพูดคุยกันอยู่ แต่ก็ไม่คิดอยากจะใช้ตาม พอมาฟังพิมพ์พูดอยากใช้ขึ้นมาทันที
“กูเข้าใจแล้ว เดี๋ยวขอแม่ซื้อ แพงมั้ยมืง”
“ไม่นะ อันนี้แบบซองสิบบาทก็มี เข้าใจแล้วก็พากูไปซื้อ ให้อี่แพรวรออยู่นี่”
“ปะ”
พอตกลงกันเสร็จพิมพ์ก็เดินไปเข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกมา เป็นรถเกียร์ออโต้ ยามาฮ่าสีดำ พิมพ์เป็นคนขับเธอเป็นคนซ้อน
ทั้งสองคนขับไปซื้อครีมที่ร้านค้าในหมู่บ้านของตนเองนี่แหละ ไม่ได้เข้าไปในเมือง ก่อนจะไปร้านค้าพิมพ์พาเธอขับวนรอบหมู่บ้านก่อนหนึ่งรอบ และค่อยจอดที่ร้านค้า
ไม่มีอะไรพวกเธออยากขับวนเล่นเฉย ๆ แล้วค่อยไปจอดที่ร้านค้าซื้อของ จากนั้นก็ไปร้านส้มตำ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน ก่อนกลับเข้าบ้านก็กะว่าจะพากันขับวนรอบหมู่บ้านอีกสักรอบก่อนเช่นกัน มันสนุกดีและเปลืองน้ำมันด้วย
“กลับทางไหนดีมืง” พิมพ์ถามเธออย่างมีเลศนัย ยิ้ม ๆ เล็กน้อย มองตาก็รู้ไปถึงไส้ติ่งแล้ว
“กลับทางบ้านครูเสมียนมืง” หากไปทางนั้นมันอ้อม ร้านค้าที่พวกเธอมาซื้อครีมอยู่คุ้มเหนือ ใกล้กับบ้านของพวกเธอนิดเดียว ส่วนบ้านครูเสมียนอยู่คุ้มใต้ ซึ่งมันต้องขับลงไปคุ้มใต้ อ้อมไกลก่อนจะวนมาที่บ้านของพวกเธอ
“กลับก็กลับ” สองคนพี่น้องยิ้มให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ ก่อนพิมพ์จะสตาร์ทรถ เธอขึ้นไปนั่งซ้อนข้างหลัง และขับออกไป
ตอนเย็นนี่แหละเธอคิดว่าจะโทรหาแม่ ขอเงินแม่ซื้อครีมให้ได้ เมื่อซื้อของครบทุกอย่างพร้อมทั้งส้มตำ กลับมาถึงบ้านบอสจัดการเดินเข้าไปในครัวของพิมพ์อย่างคุ้นเคย
เตรียมจานกับช้อนและข้าวออกมาพร้อมรับประทาน แพรวเลิกเขียนการบ้านขึ้นมานั่งบนแคร่รอรับประทานข้าวเที่ยง กับข้าววันนี้บอสไม่ได้จ่ายเงินสักบาท พี่สาวฝาแฝดจ่ายแทน
พวกเธอสามคนนั่งรับประทานอาหารเที่ยงไปพร้อมคุยสนทนากันอย่างมีความสุข นินทาคนโน้น พูดเรื่องคนนี้ แต่ไม่ใช่ทางที่เสียหาย พูดไปในทางตลกขำขันมากกว่า พูดแล้วก็หัวเราะกันไป
“พรุ่งนี้เราเข้าไปในเมืองกันมั้ย “ แพรวพูดขึ้นนึกได้ว่าต้องไปหาหนังสือมาเขียนรายงานอีก ข้อมูลไม่พอ
“กูไม่รับปากนะ กลัวขอยายไม่ได้”
เธอไม่กล้ารับปากพี่สาว กลัวขอยายไม่ได้ ไม่ใช่อะไรกลัวขอตังค์ยายไม่ได้ต่างหาก ขนาดขอยี่สิบบาทวันนี้ยังไม่ได้ ไม่ใช่วันไปโรงเรียน เกรงว่ายายจะไม่ให้เธอนะสิ “จะลองขอดู ว่าแต่พวกมืงจะไปยังไง มอไซค์เหรอ”
“บ้า! นั่งสองแถว ไปเป็นเพื่อนกูเถอะ เอาแค่ค่ารถก็พอ ไปด้วยกันแค่พากูไปร้านหนังสือเฉย ๆ ยายให้ไปอยู่หรอก พูดแล้วกูโทรชวนอี่จ๋อมดีกว่า”
แพรวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาจ๋อม คุยนัดแนะกันถึงเรื่องพรุ่งนี้ ให้จ๋อมออกมาหาที่บ้าน แล้วจะไปนั่งรอรถที่บ้านของย่า “เหลือก็แต่อี่บอสเนี่ย ไม่รู้ยายมันให้ไปหรือเปล่า” แพรวหันหน้ามาหาเธอ บ่งบอกว่าจ๋อมตกลงจะไปด้วย
“เออมืงเดี๋ยวกูขอแม่กูเอง ให้แม่บอกยายให้ ยายกูยิ่งบ่นเก่งอยู่”
“ขอให้ได้นะบอส! เดี๋ยวกูพาไปตู้เพลงที่พลาซ่า ไปร้องเพลงกัน ตู้เกมก็มีนะมืง “
ไม่ช้าไม่นานจ๋อมก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาหาพวกเธอ ตอนนี้ครบแก๊งแล้ว นั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนค่ำ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
...
บอสนั่งนึกอะไรเพลิน ๆ ตอน ม.ต้นเป็นอะไรที่สนุกท้าทายดี นึกไปก็ขำตัวเอง นี่แหละโรงเรียนบ้านนอกกับโรงเรียนในเมือง เขามีอะไร ทำอะไรก็ไม่รับรู้กับเขา หลายอย่างที่พิมพ์กับแพรวนำเทร์นจากในเมืองเข้าหมู่บ้าน แล้วคนอื่น ๆ ก็ทำตาม
โดยเฉพราะพิมพ์ สาวเจ้านักแต่งตัว เสื้อผ้า รองเท้า อะไรมาใหม่เธอจะเป็นคนนำเทร์นตลอด แล้วเพื่อนคนอื่น ๆ แม้แต่เธอก็ทำตาม ฮา นึกแล้วก็ขำ
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง จะได้เลือกทางเดินชีวิตใหม่...
จบบท...