ผมเพียงอยากระบายบางเรื่องที่ผมไม่เคยบอกเขา ผมทำงานองค์กรอิสระแห่งหนึ่ง(ซึ่งงานค่อนข้างยุ่งและต้องอยู่ดึก)ฐานะปานกลางไม่มีภาระ ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีลูก เคยใช้ชีวิตทำงานหลายอย่างสากกระเบือยันเรือรบ จนมาทำงานปัจจุบันเพียงเพราะต้องการความมั่นคงและไม่อยากให้ครอบครัวเป็นห่วง (ผมรูปร่างหน้าตาขี้เหร่) น้องเป็น MC อายุน้อยกว่าผมสัก 10 ปี ความสัมพันธ์ของเราสองคนเริ่มจากเราเรียนจบในสถาบันและคณะเดียวกันเป็นคนจังหวัดเดียวกันจึงทำให้รู้จักกันในฐานะรุ่นพี่-น้องร่วมสถาบัน ก็มองเห็นกันจากโซเชียล มีคุยกันช่วยเหลือกันบ้างตามแบบของคนที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง และผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้น (น่าจะรู้จักกันมากกว่า10 ปี) ซึ่งมันก็ควรจะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นถ้าไม่มี "โควิด-19" เรื่องของเรื่องคือประมาณต้นเดือนเมษาฯ 63 ในช่วงที่มีการระบาดจากสนามมวยแห่งหนึ่ง น้อง M (ขอเรียกน้องว่า M นะครับ) DM มาหาผมเพราะสงสัยว่าตัวเองได้รับเชื้อเข้าให้จากการร่วมงานกับผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง น้องกังวลใจพอสมควรผมจึงให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและประสานงานให้ในบางเรื่องเท่าที่พอจะทำได้ในขณะนั้น สรุปคือน้องต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้าน ผมเองก็ว่างเพราะ WFH (ขณะนั้นยังไม่มี STATE QUARATINE) เป็นเวลา1 เดือน ระหว่างนั้นเรามีการพูดคุยทางข้อความและโทรศัพท์กันบ่อยครั้ง (แต่ส่วนมากน้องจะเป็นฝ่ายโทรมาก่อน) 1 เดือนที่เป็นอยู่แบบนั้น เราเปิดใจในเรื่องต่างๆ ต่อกันมากขึ้น น้องเล่าถึงช่วงที่เลวร้ายกับแฟนที่เลิกไป เราต่างแลกเปลี่ยนช่วงชีวิตกันด้วยความไว้ใจ และรู้สึกสนิทกันมากขึ้นจนครบกำหนด 30 วัน น้องไม่พบเชื้อเป็น + เราจึงนัดกันออกไปเดินเล่นซื้อต้นไม้ - กินกาแฟบ่อยๆ ผมรู้สึกเหมือนมีเพื่อนสนิทที่พิเศษเพิ่มมาอีกคน ทุกอย่างไปได้ดีจนกระทั่งผมเข้าสู่โหมดงานเยอะ (งานผมเวลาเยอะ จะเยอะมาก) เป็นช่วงที่ต้องกลับมาทำงานตามปกติ ผมก็พยายามบอกน้องว่างานผมจะยุ่งผมจะหายๆ (ผมและน้องอยู่ตจว. ผมเข้ามาทำงานในกทม.) ผมอาจมีไม่กลับบ้าน (ซึ่งดึกมากก็ขับกลับตจว.ไม่ไหว) ซึ่งแรกๆ เราก็เข้าใจกันดี ถึงตรงนี้เราไม่ได้เป็นแฟน ไม่มีการพูดคุยเชิงชู้สาว แต่มันมากกว่าเพื่อนพี่น้อง มีงอน มีน็อย และมีหึงหวงแต่เราก็ไม่ได้พูดคุยถึงความสัมพันธ์ของเราเพราะผมเองก็อยากใช้เวลามากๆ ในการดูใจน้อง และให้น้องมองเห็นผม ผมจึงตีสถานะน้องให้กับตัวเองว่าน้องเป็น"คนสนิท"ที่สุดคนนึงของผม (แต่ไม่เคยบอกนางนะ) พองานผมหนักมากขึ้น และความสัมพันธ์เริ่มแย่ลงเมื่อน้องแคปหน้าจอการคุยกับผู้ชายคนนึงแบบสนิทกว่าผมให้เพื่อน แต่กลับส่งผิดมาให้ผม(ซึ่งผมเข้าใจว่าน้องลองใจผม) ผมก็ตีลูกน็อยนิดหน่อยให้น้องได้เข้าใจว่าอืม .. ผมหึงนะ อย่าๆ แต่ระหว่างที่ตีลูกงอนผมกลับได้รับข่าวจากทางบ้านว่าคุณพ่อเข้ารพ.ด้วยอาการเลือดออกที่ผิวสมอง ทำให้คุณพ่อมีอาการชักเกร็ง(คุณพ่อผมเคยเปลี่ยนตับ เป็นเบาหวาน ความดัน ไตวายต้องล้างไตทุก 3 วัน บอลลูนเส้นเลือดหัวใจ 2เส้น) ทำให้การรักษาค่อนข้างยากและซับซ้อน การให้ยาต้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผมขอข้ามตรงนี้ไปนะ (พ่อนอน ICU หลายสัปดาห์ ปัจจุบันอาการบางอย่างยังน่าเป็นห่วง แต่ปัจจุบันกลับมาอยู่บ้านแล้ว) ในขณะที่ช่วงพ่อป่วยผมต้องเดินทางรพ.- กลับบ้าน - ทำงาน ดึกๆ ทุกคืน และผมก็เจอแจ๊คพอตจาการถูกจี้เอากระเป๋าสตางค์ ระหว่างเดินไปเอารถที่จอดทิ้งไว้เพื่อไปทำงาน โทรศัพท์ก็แบตใกล้หมด น้ำมันในถังก็เหลือน้อย โทรหาใครก็ไม่มีใครรับเพราะดึก อีกอย่างไม่อยากให้ทางบ้านเป็นห่วงเพราะคุณพ่อยังอยู่ใน ICU คนเดียวที่ผมนึกถึงคือน้อง M ผมยอมรับว่า ผมอยากรู้ว่าน้องจะเป็นห่วงไหม หรือจะช่วยเหลือผมยังไง ในช่วงที่ผมคับขัน ลำพังถ้าเอาจริง ผมสามารถเอาตัวรอดจากเรื่องแค่นี้สบายๆ ผมโทรหาน้อง M สายแรกไม่รับ เว้นครึ่งชม. โทรใหม่ ไม่รับ ผมเริ่มถอดใจ สักพักผมโทรไปอีก2 สาย ก็ไม่รับ ผมส่งข้อความไปว่า ขอความช่วยเหลือ นางพิมพ์กลับมาว่าให้บอกมาว่าจะให้ช่วยอะไรนางไม่ว่างรับสาย ผมกำลังพิมพ์กลับ แบตโทรศัพท์ก็หมดไปก่อน ผมถึงบ้านชาร์จแบตก็เกือบ ตี1 คิดว่านอนดีกว่า ดึกมาก พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน เช้ามาผมตื่นตี 5 ขับรถเข้ากทม.ทำงานยุ่งทั้งวันจนเที่ยง ผมโทรหากะจะเล่าทุกอย่างเรื่องโดนจี้ให้นางฟัง เหตุการณ์เหมือนเดิม คือไม่รับสาย ผมจึงพิมพ์ข้อความไปเล่านางก็โทรกลับมาให้เหตุผลว่า ไม่ว่างคุย ผมถอดใจและผมคิดว่าผมคงไม่ใช่เหมือนที่ผญ หลายๆ คนบอก เหมือนทุกๆ ครั้งที่ผมเจอมา ผมเฮงซวยเอง ผมเองก็ไม่ได้เล่าเรื่องของพ่อทั้งหมดให้นางฟัง เพราะคิดว่าถ้าไม่มีเรื่องพ่อมาเกี่ยวชีวิตผมก็เป็นแบบนี้อยู่ดี ต้องเลิกดึก และผมไม่อยากคบใครฉาบฉวย อยากดูยาวๆ ในขณะที่น้องเองก็คงกลับเข้าสู่โหมดปกติของชีวิต ผมไม่เคยโกรธ และยังมีความรู้สึกดีๆ ให้เสมอ ยังอยาก Support ในทุกๆ ด้านของชีวิต ถึงเวลานางคงต้องกลับไปอยู่ในที่ของนาง อยากขอบคุณที่เข้ามาทำให้ผมมีเพื่อนทำหลายต่อหลายอย่างในช่วงสั้นๆ ขอบคุณในแรงบันดาลใจ ให้ผมได้เรียนรู้ในทุกอย่างที่เป็นคุณ และขอโทษกับความแย่ของผม ขอโทษที่ทำเป็นไม่รู้ และหลายอย่างที่ทำให้ปวดหมอง อ้อ..ต้นไม้ที่เอามาตายแล้วนะ ผมดูแลไม่ได้จริงๆ เคยคิดว่าโควิด - 19 มันเลวร้ายนะ แต่มันก็ช่วยให้เราได้มาสนิทกัน
พิษโควิด พิษรัก