ท้าวความก่อน ผมไปหาหมอจิตเวช ชึ่งโดยปกติเราก็จะเล่าเรื่อง หรือพูดในสิ่งที่เราคิดนะครับ แล้วหมอก็บอกว่าคนที่มีMindsetแบบผมอ่ะหายาก และเพราะหายาก ก็จะหาแฟนยากเช่นกัน ผมไม่ได้คิดว่าหมอพูดอะไรผิด ผมแค่คาใจแล้วลืมถามว่าทำไม ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ
หมอ : อนาคตมีแผนจะทำอะไรต่อ
ผม : ผมก็ว่าจะหางานทั่วไปทำ และจะสอบราชการทุกปีจนกว่าจะติด
หมอ : อยากทำอะไรถ้าสอบติดราชการ
ผม : ผมเองก็ยังไม่รู้ครับ แต่ตอนที่ผมเคยฝึกงาน ผมเคยช่วยอยู่ฝ่ายทำบัตรประชาชนที่อำเภอ และนอกจากจะได้ช่วยงานในหน่วยงานแล้ว การได้ช่วยผู้คนที่เข้ามาติดต่อเอกสาร ได้ไปทำบัตรให้ผู้ป่วยติดเตียง และไม่ว่าจะช่วยอะไรก็ตาม การได้เห็นรอยยิ้ม การได้ยินคำว่าขอบคุณ มันทำให้ชีวิตผมมีค่า และมีเหตุผลในการใช้ชีวิตเพื่อช่วยคนอื่นต่อ ดังนั้นผมไม่ได้เกี่ยงว่าจะทำงานฝ่ายไหน ขอแค่ได้พบผู้คนบ่อยๆและได้ช่วยเขาก็พอแล้ว
หมอ : เป็นคนที่มีMindsetที่ดีนะและหายากด้วย แต่การที่จะเป็นคนแบบนั้นระวังจะหาแฟนยากนะ
หลังจากนั้นหมอก็หยิบใบนัดและสั่งยาให้ แล้วบอกว่าเจอกันอีกทีอีก2เดือนนะ ผมก็เดินออกมาแบบงงๆ ในขณะที่รอคิวรับยาผมก็นั่งคิดว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้กลับไปถามเพราะเขาคงดูแลผู้ป่วยคนอื่นอยู่
ผมมีMindsetแบบนี้ จะไม่มีคนอยู่ด้วย จริงหรอ
หมอ : อนาคตมีแผนจะทำอะไรต่อ
ผม : ผมก็ว่าจะหางานทั่วไปทำ และจะสอบราชการทุกปีจนกว่าจะติด
หมอ : อยากทำอะไรถ้าสอบติดราชการ
ผม : ผมเองก็ยังไม่รู้ครับ แต่ตอนที่ผมเคยฝึกงาน ผมเคยช่วยอยู่ฝ่ายทำบัตรประชาชนที่อำเภอ และนอกจากจะได้ช่วยงานในหน่วยงานแล้ว การได้ช่วยผู้คนที่เข้ามาติดต่อเอกสาร ได้ไปทำบัตรให้ผู้ป่วยติดเตียง และไม่ว่าจะช่วยอะไรก็ตาม การได้เห็นรอยยิ้ม การได้ยินคำว่าขอบคุณ มันทำให้ชีวิตผมมีค่า และมีเหตุผลในการใช้ชีวิตเพื่อช่วยคนอื่นต่อ ดังนั้นผมไม่ได้เกี่ยงว่าจะทำงานฝ่ายไหน ขอแค่ได้พบผู้คนบ่อยๆและได้ช่วยเขาก็พอแล้ว
หมอ : เป็นคนที่มีMindsetที่ดีนะและหายากด้วย แต่การที่จะเป็นคนแบบนั้นระวังจะหาแฟนยากนะ
หลังจากนั้นหมอก็หยิบใบนัดและสั่งยาให้ แล้วบอกว่าเจอกันอีกทีอีก2เดือนนะ ผมก็เดินออกมาแบบงงๆ ในขณะที่รอคิวรับยาผมก็นั่งคิดว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้กลับไปถามเพราะเขาคงดูแลผู้ป่วยคนอื่นอยู่