สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
มองว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่มีผิด ไม่มีถูก
แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนและแต่ละครอบครัวค่ะ
แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนและแต่ละครอบครัวค่ะ
สมาชิกหมายเลข 6800009 ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจ, Ralphael ถูกใจ, Pockapang ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8353289 สยอง, สมาชิกหมายเลข 8538307 ถูกใจ, ต้น เชลซี ถูกใจ, Heuristic Algorithms ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3386690 ถูกใจ, threeS ถูกใจรวมถึงอีก 35 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 14
แม่บ้านนี้คิดแบบนี้ค่ะ
1. ที่ลูกยังอยู่บ้านแม่ แม่เองคิดว่าดีแล้ว ไม่เปลืองเงินซื้อบ้านใหม่ เป็นภาระของลูกเปล่าๆ ไม่เคยมองว่าเป็นความล้มเหลว ที่ลูกไม่สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัว
ตัวเองก็เช่าอยู่มาค่อนชีวิต กว่าจะซื้อได้ กว่าจะหมดภาระ เหนื่อยยค่ะ มนุษย์แม่ทนได้ ไม่อยากให้ลูกเหนื่อย วันใดถ้าเค้าอยากเล่นบทพ่อ บทแม่บ้าง ก็คงจะมีเราเป็นแบบบ้าง ไม่มากก็น้อย...นั่นคือเหนื่อยยย..นะ
ที่สำคัญไม่เคยบอกลูกว่านี่บ้านแม่..แค่บอกว่าบ้านของพวกเรา
2. ตอนแยกตัวออกจากพ่อแม่ ไม่ได้คิดอะไรไว้ก่อน แค่รู้ว่าต้องไปทำงานไกลบ้าน ห่างพ่อ ห่างแม่ แต่ไม่ได้คิดว่าไปแล้วไปลับ การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ก็ไม่ได้คิด..มันเป็นไปตามสำนึกค่ะ
3. เรื่องเกษียณ ก็ผ่านซักมาซักพักแล้ว ก่อนหน้าก็ไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าลูกต้องมาเลี้ยง วางแผนดูแลตัวเองอยู่แล้ว ตอนพ่อแม่ตัวเองยังอยู่..เราก็ดูแลพ่อแม่ตามกำลังที่ตัวมี...ลูกน่าจะซึมซับได้เองโดยไม่ต้องสอน..ทุกวันนี้เค้าก็ดูแลเราอย่างดี..โดยไม่ได้ร้องขอ..เราก็ให้ศีลให้พรลูกก็เท่านั้น...ปลูกต้นอะไร..ก็ได้ต้นนั้น
มันก็แค่นั้นเอง
1. ที่ลูกยังอยู่บ้านแม่ แม่เองคิดว่าดีแล้ว ไม่เปลืองเงินซื้อบ้านใหม่ เป็นภาระของลูกเปล่าๆ ไม่เคยมองว่าเป็นความล้มเหลว ที่ลูกไม่สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัว
ตัวเองก็เช่าอยู่มาค่อนชีวิต กว่าจะซื้อได้ กว่าจะหมดภาระ เหนื่อยยค่ะ มนุษย์แม่ทนได้ ไม่อยากให้ลูกเหนื่อย วันใดถ้าเค้าอยากเล่นบทพ่อ บทแม่บ้าง ก็คงจะมีเราเป็นแบบบ้าง ไม่มากก็น้อย...นั่นคือเหนื่อยยย..นะ
ที่สำคัญไม่เคยบอกลูกว่านี่บ้านแม่..แค่บอกว่าบ้านของพวกเรา
2. ตอนแยกตัวออกจากพ่อแม่ ไม่ได้คิดอะไรไว้ก่อน แค่รู้ว่าต้องไปทำงานไกลบ้าน ห่างพ่อ ห่างแม่ แต่ไม่ได้คิดว่าไปแล้วไปลับ การเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ก็ไม่ได้คิด..มันเป็นไปตามสำนึกค่ะ
3. เรื่องเกษียณ ก็ผ่านซักมาซักพักแล้ว ก่อนหน้าก็ไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าลูกต้องมาเลี้ยง วางแผนดูแลตัวเองอยู่แล้ว ตอนพ่อแม่ตัวเองยังอยู่..เราก็ดูแลพ่อแม่ตามกำลังที่ตัวมี...ลูกน่าจะซึมซับได้เองโดยไม่ต้องสอน..ทุกวันนี้เค้าก็ดูแลเราอย่างดี..โดยไม่ได้ร้องขอ..เราก็ให้ศีลให้พรลูกก็เท่านั้น...ปลูกต้นอะไร..ก็ได้ต้นนั้น
มันก็แค่นั้นเอง
สมาชิกหมายเลข 6800009 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3002122 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1297549 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8261582 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8353289 สยอง, สมาชิกหมายเลข 3060116 ถูกใจ, Heuristic Algorithms ถูกใจ, แพนด้าในป่าไผ่ ถูกใจ, threeS ถูกใจ, งามแงะเจ้า ถูกใจรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คนอายุ 30+ยุคนี้ มองว่าการอาศัยอยู่กับพ่อแม่เป็นเรื่องผิดหรือถูกครับ
เอาคนธรรมดาๆ ยืนด้วยลําแข้งตัวเอง เรียนจบแล้วหาเลี้ยงตัวเองได้เอง ทํางานส่งเงินให้ที่บ้านเนี่ยแหละ
1) ยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ไหม (โสด หรือ แต่งงานก็แล้วแต่)
2) ถ้าแยกออกมาอยู่เองแล้ว (โสด หรือ แต่งงานก็แล้วแต่) วางแผนดูแลพ่อแม่ยังไงยามเกษียณ
3) ข้อนี้ขอถามคนเป็นพ่อแม่ คุณมีความคาดหวังแค่ไหนให้ลูกมาดูแลตอนแก่ แล้วถ้าลูกละเลย ใจคุณโทษลูกว่าอกตัญญูไหม
3.1) กรณีพ่อแม่มีลูกหลายคน แต่ยามแก่ไปแล้ว ลูกแต่ละคนดูแลพ่อแม่ไม่เท่ากัน (คนนึงเจอหน้าปีละครั้ง ส่งเงินมาบ้าง , อีกคนประคบประหงม ดูแลยามติดเตียงตลอด) คุณจะรักลูกต่างกันไหม
4) เพราะอะไรวัฒนธรรม ฝรั่งกับคนเอเชียถึงต่างกันในเรื่อง
4.1 ) การที่ลูกแยกตัวออกมาอยู่ด้วยตัวเองเมื่อทํางานได้เองแล้ว
(คนเอเชียมองว่า ปีกกล้าขาแข็ง)
(ฝรั่งมองว่า ภูมิใจในตัวลูก)
4.2) การที่ต้องสงเสียพ่อแม่ยามแก่ (เพราะพ่อแม่ไม่ได้วางแผนเกษียณไว้)
(คนเอเชียมองว่า สบายแล้วยามแก่ เอาเงินเดือนลูกมาคุยอวดกัน)
(ฝรั่งมองว่า ไร้สาระ ดูแลตัวเองได้ไม่ต้องมาเลี้ยง , ** อาจขึ้นอยู่กับสวัสดิการยามแก่ของประเทศนั้นๆ)
5) กรณีลูกอายุ 30+ แต่ยังเอาตัวรอดไม่ได้ ขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวันๆ พ่อแม่รู้สึกยังไง (ดีใจเพราะหวงลูก,เสียใจเพราะลูกเอาตัวรอดไม่ได้)
อันไหนคือความคิดที่ผิด อันไหนคือความคิดที่ถูก
พ่อแม่ลูก ยุคใหม่ ยุคเก่า คนไทย หรือคนไทยในต่างแดนที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ คิดกันยังไง สอนลูกกันยังไงครับ